ตามที่มูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยและสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ได้ร่วมกันจัดทำโครงการพัฒนาความฉลาดทางสุขภาวะ(Health Literacy) ของเด็ก เยาวชน และครอบครัวด้วยพลังเครือข่ายการศึกษา โดยได้นำร่องกับโรงเรียนเครือข่าย 100 โรงเรียน ใน 25 จังหวัด ซึ่งได้เคยเล่าไว้ในบล็อกก่อนๆนั้น
จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่ผม กับ อ.ชุมศรี เป็นแกนนำ(node) ดูแล ประสานโรงเรียนเครือข่าย 4 โรงเรียนคือ สตรีนนทบุรี ประชาอุปถัมภ์ วัดตำหนักใต้ และวัดมะสงมิตรภาพที่ 55 เราได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้ง 4 โรงเรียน และ node ก็ได้จัดทำโครงการคู่ขนานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก่อนทำโครงการเราได้ศึกษาเอกสารแนวทางการพัฒนาฯที่ทางโครงการพัฒนาจัดทำขึ้น และได้ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 1 วัน เมื่อ 24 พ.ย. ที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ หัวหน้าโครงการส่วนกลาง พร้อมทีมงาน มาร่วมให้ข้อคิดข้อเสนอแนะด้วย
จุดเน้นของการทำโครงการขับเคลื่อนของโรงเรียนครั้งนี้ เราจะทำกิจกรรมให้ครบทั้ง 3 ด้าน คือ 1) บูรณาการสู่การจัดการเรียนการสอนตามกลุ่มสาระต่างๆ 2)สอดแทรกลงไปในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และ 3)จัดโครงการ/กิจกรรมและสื่อเพื่อพัฒนาความฉลาดทางสุขภาวะของเด็ก เยาวชน ครอบครัว ชุมชน
กิจกรรมทั้ง 3 ด้าน ที่โรงเรียนจัดทำนี้ จะแตกต่างจากการทำโครงการที่ผ่านมาที่เดิมมักจะเน้นเฉพาะผลลัพธ์ คือ นักเรียน/ผู้ปกครอง มีสุขภาวะดีขึ้น(Health) แต่ครั้งนี้จะเน้นให้เกิด Literacy คือความฉลาดหรือเกิดปัญญาด้วย ซึ่งระดับความฉลาดทางสุขภาวะ กำหนดไว้ 3 ระดับ 1)ระดับปฏิบัติส่วนตัว 2)ระดับปฏิสัมพันธ์ และ 3)ระดับวิจารณญาณ
การปฏิบัติสู่การเกิดพฤติกรรมของความฉลาดทางสุขภาวะผ่าน 3 กิจกรรมในโครงการนี้ จะต้องพัฒนาให้เกิดพฤติกรรม 5 ระดับ คือ 1)การเข้าถึง 2)การเข้าใจ 3)การประเมิน 4)การใช้ความรู้ 5)การสื่อสาร
นอกจากนี้โครงการยังมุ่งให้ใช้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ในรูปแบบครือข่ายและหุ้นส่วนการศึกษาทั้งภาคีหลักและภาคียุทธศาสตร์ด้วย
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่พวกเราคงจะต้องเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติฯ ที่คนไทยจะต้องมีสุขภาวะทั้ง 4 มิติ คือ ทางกาย จิต สังคม และปัญญา
ดีใจที่เห็นโรงเรียนทั้ง 4 โรงเรียน ให้ความสำคัญ และมีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนโครงการนี้ อย่างจริงจัง เราได้เห็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ที่มีแนวโน้มจะเป็น best practice ในหลายกิจกรรมของแต่ละโรงเรียน ก็ขอเป็นกำลังใจกับทุกโรงเรียนครับ
1)ระดับปฏิบัติส่วนตัว
2)ระดับปฏิสัมพันธ์
3)ระดับวิจารณญาณ
และพัฒนาให้เกิดพฤติกรรม 5 ระดับ คือ
1)การเข้าถึง 2)การเข้าใจ 3)การประเมิน 4)การใช้ความรู้ 5)การสื่อสาร