คือบ้านที่มีชีวิต
ผมได้อ่านบันทึกที่งดงามเล็ก ๆ ของ ‘พี่นก’ นิรมล เมธีสุวกุล โดยบังเอิญจากกระดาษห่อผักที่ซื้อมาจากตลาด เลยทำให้ผมตัดสินในอย่างไม่รีรอที่จะเขียนบันทึกของตนเอง เพื่อทิ้งร่องรอยเล็ก ๆ บนโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลของผม
‘ .....พันธกิจหนึ่งของมนุษย์ คือ เราควรจะเป็นที่เกิดของความสุขความเบิกบานให้แก่ตนเองและผู้อื่น ใกล้บ้าง ไกลบ้าง บางคนอาจจะอยู่ไกล แต่เราก็ทำได้ ...อย่าคิดแต่ว่าฉันช่วยไม่ได้ จริง ๆ แล้ว เราช่วยกันได้ ช่วยเท่าที่เงื่อนไขปัจจัยชีวิตจะทำได้ มันช่วยให้เรามั่นใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และเราเองก็มีความสุขด้วย.....’
ผมไม่เคยรู้จัก ‘ พี่นก ’ เป็นการส่วนตัว ไม่เคยเจอกันแบบตัวเป็น ๆ แต่ผมสัมผัสถึงผู้หญิงคนนี้จาก 'ความอยู่ไม่สุข ' ของเธอ ผ่านงานพิธีกร งานเขียน วาดรูป และถ่ายรูป งานทั้งหลายเหล่านั้น ช่างกลมกล่อมไปด้วยความอ่อนหวานอ่อนละไม แต่หนักแน่น เรียบง่ายเรียบร้อยแต่ยิ่งใหญ่อลังการ และแฝงไว้ซึ่งความ ‘ กล้า ’ และ ‘หาญ ’
นับเป็นเรื่องแปลกและมหัศจรรย์ของชีวิตผม ที่ยังคิดถึงใครคนหนึ่ง ทั้งที่ไม่รู้จักและไม่ได้พูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง ก็เกิดความคิดถึงแล้ว และในนัยยะความคิดถึงของผม คือ 'ความคิดถึงมันห้ามได้หรือหยุดได้ เหมือนเราปะยางรถที่รั่ว ได้ซะเมื่อไหร่ มันมีแต่จะขยายใหญ่และพองตัวออกได้เรื่อยทวีคูณ และไม่แตกง่ายเหมือนลูกโป่ง ดังนั้น ผมจึงคิดถึง ‘ พี่นก’ และรวมถึง ทุก ๆ คน ในโกทูโน ที่ผมได้รู้จักจากการอ่านและเขียนบันทึกสื่อสารต่อเท่านั้น เท่านั้นก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอที่ผมจะรู้สึกตัวตนของใครคนหนึ่ง
ยามเช้า ๆ ทุกวันเสาร์ ถ้าครอบครัวไม่ได้เดินทางไกล ๆ จากบ้าน พวกเราจะตั้งหน้าตั้งตาชมรายการ ‘ ทุ่งแสงตะวัน ’ ที่พี่นกจัดรายการ พาชมชีวิต ที่เรียบง่าย ของน้อง ๆ ในชนบท ...การเดินทางของรอยเท้าเล็ก ๆ ของชีวิตน้องตัวเล็ก ที่นำพาพวกเราไปสัมผัสธรรมชาติ การดำรงชีวิตที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มุมมองที่งดงามของน้อง ๆ ต่อธรรมชาติ และความสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัวเล็ก ๆ ของน้อง ๆ รวมถึง บทเพลงจากเครื่องดนตรีไม่หลายชิ้น ที่สื่อถึงเนื้อหาที่นำเสนอในแต่ละตอน
เมื่อผมได้ฟังบทเพลงบทเล็กๆ นั้น ...ทำให้ใจผมว้าวุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด แต่หลังจากนั้น ก็รู้สึกสงบนิ่ง และในความสงบนิ่งนั้น ค่อยก่อแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง ให้ผมหายเคว้งคว้าง และกลับไปอ่านทบทวนชีวิตตัวเองอีกครั้ง.... (เหมือนอารมณ์ที่ผมเคยเขียนมอบแด่ ...อาจารย์กะปุ๋ม)
ครอบครัวของผม ถึงไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นมากนัก แต่ครอบครัวของน้อง ๆ ที่ออกอากาศ บางครอบครัวอาจจะด้อยในเรื่องเงินทองยิ่งกว่าครอบครัวของผม แต่วิธีคิด และมุมมองต่อความสุขต่อชีวิตของน้อง ๆ เหล่านั้น กลับมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่ในสายตาของผม ภรรยา และลูกชาย
‘ ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินตรา แต่ขึ้นอยู่กับวิธีคิดและหัวใจที่ผูกพันต่อกัน ’
หลังจากรายการจบไปแล้ว ผมได้ฉุกคิดถึงคำพูด ‘พี่นก’ ที่ว่า ‘ ...เราช่วยกันได้ ช่วยเท่าที่เงื่อนไขปัจจัยชีวิตจะทำได้ มันช่วยให้เรามั่นใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และเราเองก็มีความสุขด้วย …’
พวกเราได้รื้อตู้เสื้อผ้าของแต่ละคน แล้วก็ค้นพบว่า มีเสื้อผ้ายังใหม่ ๆ มากมาย ที่เราไม่ได้ใส่ ทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวของผมไหมครับ ? เราชอบใส่เสื้อผ้าตัวที่ซ้ำเดิมเป็นประจำ ผม ภรรยา และลูกชาย ได้เสื้อ กางเกง ผ้าขนหนู รองเท้า และผ้าห่ม ประมาณ 4 กล่องพลาสติกขนาดกลาง ๆ พวกเราเอามาซักให้สะอาด และมีกลิ่นหอม เพื่อมอบให้ผู้ที่ต้องการและจำเป็นที่ต้องใช้สิ่งของเหล่านั้น
ตอนกลางคืนวันเสาร์ ผมจำว่าผมได้ฝันถึงบันทึก ‘นกกินปลา ’ ของ ‘ ยายธี ’ (ผู้หญิงคนหนึ่งในโกทูโน ที่ผมได้รู้จักจากการอ่านและเขียนบันทึกสื่อสารต่อเท่านั้น) “ นึกสงสัยขึ้นมา..ระหว่างนกกับ."มนุษย์"ในธรรมชาติที่แตกต่างก็คงจะตรงนี้..ที่..พ่อนกแม่นกมีเวลาเหลือเฟือให้กับความรักและศรัทราต่อตัวตนและลูกน้อย..แต่ในความเป็นมนุษย์กลับเริ่มสูญหายไป..เหมือนหางกบ..” http://gotoknow.org/blog/environment4u/410063#2269206
และข้อความที่ยายธี แสดงความคิดเห็นต่อบันทึกของผม ‘...จิตใจอันงดงาม..คงจะเหมือน..ดนตรี..ที่ดังในความว่างเปล่า...’
เช้าวันอาทิตย์ที่งดงามอีกวันของครอบครัว (28 พ.ย.53) ผมได้นำกล่องเสื้อผ้าที่เตรียมไว้เมื่อวานไปมอบให้พี่ อสม. คนหนึ่ง ไปช่วยกระจาย และมอบให้ผู้ที่ต้องการและจำเป็นที่ต้องใช้สิ่งของเหล่านั้น ‘ถึงจะเป็นของเก่าจากครอบครัวของผม แต่พวกผมให้ด้วยใจ ‘ เท่าที่เงื่อนไขปัจจัยชีวิตจะทำได้ มันช่วยให้เรามั่นใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และเราเองก็มีความสุข …’
หลังจากนั้น พวกเราต้องเดินทางไปหาคุณครู ‘ เปียโน ’ ก่อน 4 โมงเช้า ของทุก ๆ วันอาทิตย์ เพื่อผม และลูกชายต้องเรียนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง และวันนี้เช่นเคย พวกเราได้การบ้าน ที่ต้องกลับมาฝึกฝนที่บ้าน และต้องเล่นให้คุณครูได้ฟังอย่างไพเราะ คล่องแคล่ว และเก็บโน้ตให้ได้ทุกตัว
กลับมาถึงบ้าน ผม และลูกชายกลัวลืมการบ้าน จึงตั้งใจซ้อมเพลงการบ้านนี้
‘ The Train’
ถ้าใครก็ตามได้เดินผ่านบ้านหลังเล็ก ๆ ของเรา ...เงี่ยหูฟังสักหน่อย และเปิดหัวใจกอดรับเพลงเล็ก ๆ บทเพลงนี้ จะได้ยินเสียงหัวใจของพวกเราที่ ‘ดังขับขาน และมีความสุขอย่างยาวนาน เหมือนขบวนรถไฟที่แล่นบนรางอันยาวไกลออกไป ผ่านบ้านของครอบครัวเล็ก ๆ ของผม ’
…..…. ‘ คือบ้านที่มีชีวิต ’ ………

งานศิลป์ช่วยจรรโลง เยียวยา และเป็นแรงบันดาลใจนะคะ ..
เพลงเปียโน the train น่าลองอัดมาเผยแพร่ให้สมาชิกฟังกันนะคะ
อิ่มเอม ทุกครั้งที่มานั่งอ่านบันทึกคุณหมอฯ ขอบคุณค่ะ :)
ชีวิตคนก็เหมือน "นก" เรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่มีจังหวะ บินผาดโผนของมัน ชีวิตเราหากอยู่อย่างเรื่อยๆ ก็จะมีความสุขตามแบบตัวเอง แต่หากชีวิตได้ลองทำอะไรบ้าง เพื่อประโยชน์สุขแก่ตนเองและผู้อื่นบ้าง ก็เป็นจังหวะชีวิตที่สมบูรณ์มากขึ้น
ขอบพระคุณ คุณ poo เสมอครับ
ที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกเป็นคนแรกของบันทึกนี้ครับ...
ขอบพระคุณ คุณ kungkeaw มากครับ
ยินดีที่ได้รู้จักกันครับ
และรอติดตามจังหวะของคุณด้วยครับ
ขอบพระคุณ พี่อุ้มบุญ มากครับ
ชื่นใดไม่เท่า 'ชื่นใจ'
น้ำอะไรไม่เท่า ' น้ำใจ' ครับ..
ตามมาเยี่ยมค่ะ
‘ ความสุขไม่ได้ขึ้น อยู่กับเงินตรา แต่ขึ้นอยู่กับวิธีคิดและหัวใจที่ผูกพันต่อกัน ’
หมออนามัย พบกับพยาบาลชุมชน หัวอกเดียวกันค่ะ
สวัสดีค่ะ
เอาลิงค์ขิมมาฝากที่อ. น้องอ้อมเค้าอัดไว้ค่ะ เผื่อเป็นไอเดีย
http://aomjai.blogspot.com/2008/04/blog-post.html
จะได้อัดเพลง หนุ่มเปียโนน้อยทิมดาบ ขอบคุณค่ะ :)
ÄÄÄ....ยายธีตามมาอ่านเจ้าค่ะ...อยากจะซุกตัวอยู่กับ"บ้านที่มีชีวิต"..สนิทเสน่ห์หาด้วยน้ำใจแลไมตรี....น้ำตาซึม(ยายธีเป็นคนไม่มีบ้าน"บ้านที่มีชีวิต"เจ้าค่ะแถวบ้านที่ยายธีอยู่ที่นี่..มีบ้านที่เรียกว่า.."บ้านหลายชั่วอายุคน"..เป็นบ้านในความฝันที่ฝรั่งร่วมกันจัดตั้ง..ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากรัฐ...มีคนหลายชาติหลายภาษา..มาอาศัยเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ร่วมกัน..)..ยายธีมีความฝันที่จะทำบ้านแบบนี้ที่เมืองไทยสักหลัง...อยากจะเชิญคนทิมดาบมาเป็นต้นแบบพ่อบ้านเจ้าค่ะ...(รับคำเชิญไหมเจ้าคะ)....ยายธีหัดว่ายน้ำ..ขี่จักรยาน..ตอนอายุเกือบห้าสิบ..และตอนนี้เพิ่งหัดเดิน..อิอิ...ต่อไปว่าจะหัดร้องเพลงและสวดมนต์..กับเสียงเป๊ยนโนที่ครอบครัวคุณเล่นท่าจะดีนะ...สวัสดีค่ะ..ยายธี
ตามมาสัมผัสใจของผู้เขียน...และความฝันของยายธีค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วได้ข้อคิด เตือนสติหลายๆ อย่างเลยค่ะ
ชื่นชมกับครอบครัวที่อบอุ่นของคุณหมอด้วย
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีดี ค่ะ
กราบขอบพระคุณ คุณท้องฟ้า ครับ
ครับหมออนามัย พบกับพยาบาลชุมชน หัวอกเดียวกัน
และจุดหมายปลายทางในการทำงานเดียวกันครับ
กราบขอบพระคุณ ยายคิม ครับ
สบายดีนะครับ
คงเป็นเพราะไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง
เลยตักตวงความสุขด้วยวิธีคิดเช่นนี้ครับ
กราบขอบพระคุณ คุณ poo อีกครั้ง
มากมายสำหรับการแบ่งปันครับ
กราบขอบพระคุณ ยายธี ครับ
สำหรับแรงบันดาลใจกับบันทึกนี้ครับ ' คนชงเรื่อง'
คือ...บ้านที่มีชีวิต
คือ... บ้านโกทูโน ที่มีชีวิต
ผมภาวนาเสมอว่า คงได้เจอกับคุณยายตัวเป็น ๆ
สักครังในชีวิตของผมครับ
กราบขอบพระคุณ อาจารย์กะปุ๋ม มากครับ
สบายดีนะครับ
กราบขอบพระคุณ คุณกอหญ้า ครับ
ที่เข้ามาให้กำลังใจเสมอครับ
ถ้าน้องเขามาอ่าน ตอนเขาโต เขาต้องชอบแน่ๆๆเพราะมีภาพนูดด้วย ฮ่าๆๆ
กราบขอบพระคุณ อาจารย์ขจิต ครับ
บันทึกนี้คงน่าจะผ่าน กบว. นะครับ