“ปราชญ์นอน ๔ (ชั่วโมง) เศรษฐีนอน ๖ ยาจกนอนตลอดวัน”

อนุสนธิจากการคุยกันในอินเตอร์เน็ตกับเพื่อนท่านหนึ่ง

ท่านบ่นว่าการทำนาเหนื่อยมาก

ผมก็เปรยๆกึ่งแซวว่า “แค่เหนื่อยพักผ่อนก็หาย” ตามเพลงของเครือข่ายที่เราร้องกันประจำว่า

อย่าเกียจคร้านการทำงานนะพวกเรา งานหนักงานเบา เหนื่อยแล้วเราพักผ่อนก็หาย.....”

แต่ท่านกลับตอบแบบเอาจริงมาว่า “ทำนาไม่ได้พักผ่อนเลย”

ผมตกใจมาก แต่ก็สงสัยว่าจะใช้คำกันคนละความหมายมากกว่า ก็เลยถามกึ่งแซวอีกว่า

“อ้าว แล้วกลางคืนทำอะไร ไม่นอนเลยหรือครับ หรือว่าเกี่ยวข้าวทั้งกลางวันกลางคืน”

และอธิบายต่ออีกว่า “กลางคืนน่าจะพักก่อน ตอนเช้าค่อยเริ่มทำงานต่อ”

ด้วยความหวังว่าเขาจะเข้าใจว่า “ก็ได้พักผ่อนตอนกลางคืนแล้วไง”

แต่ฟังดูแล้วเหมือนเขาจะพยายามอธิบายว่า การพักผ่อนรวมถึงไม่ต้องทำงานตอนกลางวันด้วย ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องไม่ปกติสำหรับคนทำงาน

เพราะผมคิดว่าคนทำงานนั้น พักแค่กลางคืนก็พอ

และผมได้แนวปฏิบัติมาจากเครือข่ายอีกนั่นแหละว่า

“ปราชญ์นอน ๔ (ชั่วโมง) เศรษฐีนอน ๖ ยาจกนอนตลอดวัน”

ผมไม่อยากเห็นเขาเป็นยาจก ก็เลยไม่เห็นด้วยกับเขาที่จะนอนตลอดวัน

จึงบอกว่าการนอนพักเหนื่อยจากการทำงานนั้น สัก ๔ ชั่วโมงก็พอแล้ว

และอ้างอิงถึงพุทธประวัติ ได้รับทราบมาว่า พระพุทธเจ้าได้ใช้การทำสมาธิบำบัดร่างกายแทนการนอนหลับ

ที่เป็นอีกระดับของการ “พักผ่อน” แทนการ “นอนหลับ”

ที่ผมเดาเอาว่า

ท่านที่บ่นว่าไม่ได้พักผ่อนนั้น ท่านอาจมีปัญหาด้านการนอนหลับ ทำให้แม้จะนอนทั้งคืน ก็ยังคิดว่าตัวเองไม่ได้พักผ่อน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอก็ว่าได้

ตัวผมเองก็เคยมีปัญหาด้านการนอนไม่หลับมาก่อน ที่คิดว่าเกิดจากความคิดฟุ้งซ่าน

และบางครั้งแม้จะหลับก็ฝันจนเหนื่อย จึงตื่นมาแบบ “นอนไม่พอ”

ผมพยายามแก้ปัญหาหลายวิธี

ที่ทำให้เกิด “สมาธิ” ไม่ว่าจะเป็นการนับเลข การอ่านหนังสือ การกำหนดลมหายใจเข้าออก การกำหนดจิตให้นิ่งอยู่ที่เดียว

ที่ได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ

นอนหลับดีขึ้น ฝันน้อยลง ใช้เวลานอนน้อยลง ทำงานได้มากขึ้น และเหนื่อยยาก

การทำนาหรือทำงานประจำแบบธรรมดา ไม่เคยมีความรู้สึกเหนื่อย อย่างมากมีแต่หมดแรง พักสักชั่วครู่ก็หาย ไม่มีอาการเหนื่อยข้ามวัน ถ้าได้นอนตั้งแต่ ๔ ชั่วโมงขึ้นไป ไม่เกิน ๖ ชั่วโมง ถือว่าได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว

ทำให้ผมกลับมาคิดว่า

น่าจะมีคนที่ “ยังนอนไม่เป็น”

ที่ยังต้องนอนมาก แต่ก็ยังพักผ่อนไม่เต็มที่

หรือว่าเขาคิดไปเองว่ายังไม่ได้พัก (ตามความเชื่อ) ทั้งๆที่พักผ่อนเต็มที่แล้ว

แต่อย่างไร ก็ยังคิดว่า “บางคนยังต้อง หัดนอน” หรือ “นอนให้เป็น”

เพื่อจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ มีความพร้อมที่จะทำงานในชีวิตที่เหลืออยู่ ให้คุ้มค่ากับที่ได้เกิดมาแล้วครั้งหนึ่ง

ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยปราศจากประโยชน์

พระท่านว่าคนเราเป็น “สัตว์ที่ฝึกได้”

ผมก็ไม่แน่ใจนัก เพราะบางคนก็ดูเหมือนจะฝึกไม่ได้ ดื้อดึง ดื้อด้าน

แม้กระทั่งเรื่อง “การนอน การพักผ่อนของตัวเอง” ก็ยังไม่ยอมฝึก

จริงหรือเปล่าไม่ทราบครับ

แต่ที่ฟังมาจากการคุยกับคนหลายคน เขาเป็นเช่นนั้นจริงๆ

พอผมเปรยประโยคข้างต้น

เขาบอกผมเลยว่า “ขอเป็นยาจกดีกว่า จะได้นอนทั้งวัน”

แล้ว “สัตว์ที่ฝึกได้” หรือ เวไนยสัตว์ แปลว่าอะไรครับ

ใครทราบช่วยบอกหน่อยครับ