การที่เราจะมีความที่กว้างไกลมากขึ้น เราจะตั้งจิตตั้งใจให้หลุดออกจากบุคคลและองค์กรที่ให้ผลประโยชน์กับเรา
อาทิเช่น ถ้าเรายังติดอยู่ว่า จะคิด จะเขียน หรือจะทำอะไร คน ๆ นี้ยังสามารถชี้เป็น ชี้ตาย ให้เงิน ให้ทอง ให้ทุนกับเราได้ ความคิดเราก็จะไม่ก้าวไปไกลกว่าคน ๆ นั้น
เพราะคิดไปก็กลัวเขา กลัวที่จะเห็นต่างกับเขา ที่จริงก็คือเรากลัวที่จะเสีย "ผลประโยชน์"
พึงอย่าให้ผลประโยชน์มาปิดบังอิสระทางความคิด...
เหมือนกับนักวิจัย ถ้าติดอยู่กับองค์กร ก็ไม่กล้าคิดให้กว้างไปไกลกว่าวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร
ผู้บริหารคิดแคบ ๆ ก็ต้องแคบตามไปด้วย เพราะเดี๋ยวเขาจะไม่ให้ทุนเรา เราก็จะไม่มีงาน ไม่มีเงิน
ถ้าหากจะเปิดกว้างทางความคิดพึงทำตนเองให้เป็น "อิสระ"
เราอย่าไปติดว่า ถ้าเราไม่มีคนคนนี้แล้วชีวิตเราจะไม่เจริญ ไม่มีเขาแล้วเราจะตาย
ปัจจุบันประเทศยังต้องการคนที่คิดกว้าง คิดไกลอีกมาก
ขอให้มองผลประโยชน์ของส่วนรวมไปหลัก
อย่าพึงยึดติดกับผลประโยชน์ส่วนตัวที่เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของบุคคล
ยังมีคนอื่นอีก ยังมีผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ดี ๆ อีกมากมายที่รอเจอเราอยู่
ขอเพียงแต่เราหลุดกรอบจากตรงนี้ หลุดกรอบจากคนที่เราหวังไว้ว่าเขาจะช่วยเรา
ถึงแม้นวันนี้เขาจะช่วยเราได้ เขาจะช่วยเราไปได้นานสักแค่ไหน เพราะสุดท้ายก็ต้องตายจากกันไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง
พึงช่วยตนเอง พึ่งตนเอง พึงกล้าที่จะมีอิสระทางความคิด แล้วชีวิตจะมีหนทางที่สดใหม่ไฉไลรอคอยอยู่เสมอ...

สวัสดีค่ะ