ผมอยากบันทึกสาระที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก 3 วาระ เริ่มจากผู้สูงอายุจิตอาสา นักศึกษากิจกรรมบำบัด ม.มหิดล และทีมงานนักกิจกรรมบำบัดสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา

ประเด็นที่น่าสนใจและจุดประกายความคิดให้ ดร. ป๊อป ได้แปลความหมายที่มีเป้าหมายของ "กิจกรรมบำบัดด้วยการทบทวนจิตวิญญาณแห่งตนเอง" โดยสรุปดังนี้

1. จิตอาสาที่มีใจช่วยเหลือผู้อื่นมีความมุ่งมั่นใฝ่รู้ในการทำความเข้าใจว่า "กิจกรรมบำบัดนั้นช่วยเหลือคนพิการในชุมชนได้อย่างไร" แต่ด้วยความเป็นผู้สูงอายุสวยสมวัย (ส.ว.) รู้สึกมีความสุขที่ได้พูดคุยกันระหว่างเพื่อนจิตอาสา อยากศึกษาเนื้อหาทางการแพทย์เพื่อสุขภาวะของตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่จะทำได้ เพราะคนพิการในชุมชนที่จิตอาสาส่วนใหญ่เรื้อรังและซ้ำซ้อน ทำให้ ดร. ป๊อป พยายามฝึกปฏิบัติวิธีการเคลื่อนย้ายตัวผู้พิการในรูปแบบต่างๆ ในการทำกิจกรรมการดูแลตนเอง เช่น แปรงฟัน ล้างหน้า เตรียมอาหาร หยิบเสื้อผ้า แต่งตัว และแต่งกาย แต่อุปสรรคคือ ท่าน ส.ว. ทั้งหลาย น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ศึกษาทั้งหมดมีความสุขความสามารถในการฝึกปฏิบัติอย่างแท้จริง...ด้วยจิตวิญญาณของผู้ที่ต้องการช่วยเหลือคนพิการและมุ่งมั่นพัฒนาความรู้แจ้งในตนเองเพื่อนำ ศาสตร์และศิลป์ทางกิจกรรมบำบัด มาพัฒนาทักษะการดูแลตนเองของคนพิการในชุมชนเท่าที่จะทำได้ และตระหนักรู้ถึงการมีบทบาทที่เหมาะสมกับทีมสหวิชาชีพทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ดีของฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดล 

2. นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 2-2553 คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงปัจจัยส่วนบุคคลตัวอย่าง...พี่โฉมยงค์ บุตรราช...ที่นำกิจกรรมบำบัดมาพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จ. แพร่ ได้อย่างเข้าถึงสุขภาวะทางจิตวิญญาณของพี่นักกิจกรรมบำบัดและทำความเข้าใจความต้องการของคนพิการในหลายรูปแบบ จนเกิดความคิดไตร่ตรองกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดเพื่อเชื่อมโยงกับทีมสหวิชาชีพ ทีมคนพิการที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพลังชุมชนร่วมใจพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งคนทั่วไปกับคนพิการทุกเพศวัย ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้นักศึกษาได้ใช้กรอบอ้างอิงบุคคล-สิ่งแวดล้อม-ความสามารถความสุข-กิจกรรมการดำเนินชีวิต ที่ต้องสร้างแรงขับเคลื่อนทางจิตวิญญาณระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ด้วยความรัก มิตรภาพ และการจดจ่อใข้เวลาคิดถึงความหมายที่มีเป้าหมายของการทำกิจกรรม 3 รูปแบบ ได้แก่ การทบทวนความคิดที่จะพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ การทบทวนความต้องการของคนพิการในการแสดงศักยภาพทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต และการสื่อสารสร้างสัมพันธภาพให้จัดระบบการเรียนรู้ของตนเองและจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคคลให้เกิดพลังชีวิตในชุมชน

3. นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่ 3-2553 ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทีมอาจารย์พิเศษนักกิจกรรมบำบัด สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา (อ.โย อ.เอ๋ และอ.ฟ้า) ที่มีประสบการณ์ในการจัดระบบและกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดพัฒนาสุขภาพจิตในผู้รับบริการหลายระดับ หลายประเภท และหลายบริบท ของความบกพร่องทางจิตสังคม ทำให้เกิดความสำเร็จในการให้ผู้รับบริการรู้สึกอยากพัฒนาทักษะทางสังคม เช่น การสื่อสารกับผู้อื่น การสร้างกิจกรรมแบบผลงานกับผู้อื่น การพัฒนาตนเองในกิจกรรมการใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและผู้อื่น เป็นต้น ทั้งๆ ที่ สถาบันฯ มีผู้รับบริการกว่า 500 ราย ที่อาศัยบนหอผู้ป่วย กับมากกว่า 100 ราย ที่อาศัยอยู่นอกสถาบันฯ ทั้งๆ ที่สถาบันฯ นี้ควรมีนักกิจกรรมบำบัด 1 คน ต่อผู้รับบริการ 5 คน สำหรับนักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นแรกของ ม.มหิดล นี้ กำลังเรียนทฤษฏีและปฏิบัติด้วยตนเองใน ม.มหิดล กับวิชา "กิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาพจิต" และเป็นครั้งแรกที่นักศึกษาได้ทำความรู้จักกับผู้ที่มีความบกพร่องทางสุขภาพจิต และเรียนรู้ระบบการให้บริการทางกิจกรรมบำบัดที่เชื่อมโยงกับการฝึกอาชีพ การฝึกแรงจูงใจ การพัฒนาตนเองในการใช้ชีวิตที่มีคุณค่ากับตนเองและผู้อื่น ทั้งนี้สิ่งที่ ดร. ป๊อป ประทับใจคือ บทเรียนที่นักศึกษาถ่ายทอดถึงแนวทางการพัฒนาระบบงานกิจกรรมบำบัดจิตสังคมที่ดีขึ้น เช่น การจัดโปรแกรมพัฒนาผู้รับบริการที่มีความสุขความสามารถมาช่วยเหลือผู้รับบริการที่กำลังฝึกทักษะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (ฝึกการประเมินและการสังเกตพฤติกรรมด้วยตนเอง ด้วยกลุ่มเพื่อน ผ่าน Two-way mirror) การจัดโปรแกรม OTOP By OT (Occupational Therapy) โดยนำแนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียงมาประยุกต์สู่การพัฒนาทักษะชีวิตของผู้รับบริการให้เป็นที่ยอมรับในชุมชนและเกิดภาวะผู้นำสร้างงานที่มีรายได้แบบ "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์" การจัดโปรแกรมกิจกรรมบำบัดและอาชีวบำบัดครบวงจร

จะเห็นว่าการเริ่มต้นสร้างและพัฒนาแนวคิดการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตวิญญาณ (รู้ตน รู้คน รู้ชีวิตจริง) จะนำพาซึ่งการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้แบบเครือข่ายกับสถาบันสุขภาพ สถาบันวิชาการ และสถาบันทางสังคม