วิชาภาษาไทย โดยการใช้แบบฝึก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

บทที่ 5

สรุปผล  อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ

 

การพัฒนาแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ  เพื่อสร้างแบบฝึก    การเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ศึกษาความสามารถในการเรียนจากแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจาก   แบบฝึกการเขียนสะกดคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1  และศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1  เกี่ยวกับแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   

 

สมมติฐานการวิจัย

1.  แบบฝึกการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  มีประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน  80/80

2.  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้แบบฝึกการเขียนสะกดคำ สูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึก            

 

สรุปผล

ผลการพัฒนาแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3/1  มีดังนี้

  1.  ได้แบบฝึกการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับนักเรียน 

ชั้นประถมศึกษาปีที่  3

  2.  ค่าประสิทธิภาพกระบวนการของแบบฝึก (E1) และค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของแบบฝึก (E2) ของแบบฝึกมีค่าสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนด ดังนี้

ค่าประสิทธิภาพโดยรวม  เท่ากับ  83.43/84.11 

                  3.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่สอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ  เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน  พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

  4.  ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่  3/1 ในเรื่องต่าง ๆ อยู่ในระดับมีความคิดเห็นมากที่สุดคือ ร้อยละ 90.91

    เป็นไปตามสมมติฐานของการศึกษา  

อภิปรายผล

ค่าประสิทธิภาพกระบวนการของแบบฝึก (E1) และค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของแบบฝึก (E2)  จากผลการศึกษา พบว่า ค่าประสิทธิภาพกระบวนการของแบบฝึก (E1) และค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของแบบฝึก (E2) ของแบบฝึกการเขียนสะกดคำ   กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แบบฝึกทุกชุดมีค่าสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนด   ษาไทย  จำนวน  4ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยของ น้อมจิตร  เพชรวิเศษ  (2541) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกการเขียนสะกดคำยาก  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  เรื่อง  มาจากฟากฟ้า  มีประสิทธิภาพ  83.59/83.17 อมรรัตน์  พิศฐาน  (2542)   ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกทักษะภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพ  เรื่อง  การสะกดคำไม่ตรงตามมาตราตัวสะกดแม่กน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2    แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า  แบบฝึกทักษะภาษาไทยมีประสิทธิภาพ 86.04/83.11  ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้  นักเรียนมีความอดทนในการเรียนรู้คิดเป็นร้อยละ 97.75  ของคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์            อีกทั้งยังสอดคล้องกับ  บัณฑิตา  แจ้งจบ  (2545)   ได้ศึกษาการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนสะกดคำในมาตราตัวสะกดที่มีพยัญชนะใช้หลายตัว  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  เครื่องมือที่ใช้ได้แก่  แผนการสอน แบบฝึก  แบบฝึกหัด และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนสะกดคำผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏว่า  แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนสะกดคำในมาตราตัวสะกดที่มีพยัญชนะใช้หลายตัว  มีประสิทธิภาพ  84.52/83.60         

 

ข้อเสนอแนะ

การนำนวัตกรรม  แบบฝึกการเขียนสะกดคำ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยไปใช้นั้น    ผู้ที่จะนำไปใช้ควรศึกษา  เรื่องมาตราตัวสะกด  แม่กก  แม่กด  แม่กน  แม่กบ  คำควบกล้ำ  ร,ล,ว        คำควบกล้ำไม่แท้  (ไม่ออกเสียง ร)  คำควบกล้ำไม่แท้  (ทรออกเสียง ซ)  คำที่ไม่ประวิสรรชนีย์  คำที่ประวิสรรชนีย์  คำที่ใช้ รร (รหัน) มีตัวสะกด  คำที่ใช้ รร (รหัน) ไม่มีตัวสะกด  คำที่มี ฤ ฤๅ  คำที่มี       ตัวการันต์  อักษรนำ (2พยางค์)  อักษรนำ (1พยางค์)  ให้ละเอียด  และนำไปทดลองใช้เพื่อเป็น             การพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงขึ้น