ใบปริญญาที่ล้ำค่าไม่ได้อยู่ในหลักสูตรหรือ มหาวิทยาลัยไหน ๆ มันอยู่ตรงหน้างาน อยู่ในการดำเนินชีวิตนี่แหละ แค่ไม่มีใครมาตีตราว่าได้ปริญญาชื่ออะไร

                ระหว่างการเดินทางมีเสน่ห์เสมอ เมื่อวานเราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่เก้าโมงเช้ากว่าจะมาถึงชลบุรีก็ประมาณสี่โมงเย็น ระหว่างที่ตลอดสิบเอ็ดชั่วโมง ทำให้ได้เห็นได้เรียนรู้ พี่ ๆ มีข้อสงสัยหลายอย่างถามติ๋ว ว่าทำไมเรื่องเรียนปริญญาเอกถึงชงักไป

บอกตามตรงนะคะว่า

“ถ้าถูกถามแบบนี้สักเมื่อสองปีที่แล้ว อาจจะมีอึ้งแล้วก็เก็บมาเศร้า”

แต่พอถูกถามครานี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงภายในชัดเจนถึงความเงียบ ไม่เกรี้ยวกราด ในเรื่องนี้ ได้ตอบพี่เขาไปด้วยใจนิ่ง ๆ และรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าว่า “ดีใจที่ยังไม่ได้เรียนค่ะ เพราะตอนนั้นเป็นคลุมเครือในความรู้สึก ไม่รู้ว่าเรียนเพื่ออะไร เรียนเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่า ดร. หรือเรียนเพื่ออยากค้นหาเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม ตอนนั้นจึงหยุดตนเองไว้ก่อน”

มาจนถึง ณ วันนี้ที่ได้หันมองตนเอง หันมองคนรอบข้าง เข้าใจว่า “ใบปริญญาที่ล้ำค่าไม่ได้อยู่ในหลักสูตรหรือ มหาวิทยาลัยไหน ๆ มันอยู่ตรงหน้างาน อยู่ในการดำเนินชีวิตนี่แหละ แค่ไม่มีใครมาตีตราว่าได้ปริญญาชื่ออะไร ต่อให้เรียนมามากมาย แต่ไม่เคยเผชิญปัญหา นั้น ๆ หรือ ไม่เกิดกระบวนการคิดในการแก้ปัญหา ก่อนได้มาซึ่งปริญญา คน ๆ นั้นจะรู้สึกถึงความด้อยค่าในตนเอง ในทางกลับกันผู้คนในหน้างาน พี่ ๆ ที่หมั่นคิดค้นแก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิต พี่ ๆ เหล่านั้นเหมือนได้ใบปริญญาเป็นสิบ ๆ ใบ ยิ่งแก้ปัญหาท่านก็ยิ่งดูมีความสุข ไม่มีการเบ่ง พี่ ๆยิ่งเก่งก็ยิ่งดูธรรมดา ไม่โอ้อวด ไม่ขี้โม้ แต่ถ้าสงสัยมีปัญหาปรึกษาได้ มีแนวทางให้น้องมาลอง มาปรับใช้ แล้วก็ได้ผลจริง

ณ ตอนนี้ก็พยายามถามตนเองในการลุยแก้ไขหน้างาน ตั้งโจทย์กับตนเองว่า ถ้าจะเรียนปริญญาเอกจะทำเรื่องอะไร แล้วก็ถามตนเองว่า “ทำไมต้องรอทำในหลักสูตรก็ลุยเลยซิ คิดวิเคราะห์ดูแล้ว ก็พอทำได้ มีปัญหาก็ขอปรึกษาตามสิ่งที่ติดขัด ช่วงนี้เป็น pilot study กับตนเองค่ะ” รับรู้อยู่ภายในถึงความมั่นคงอยู่ภายในเปิดใจเรียนรู้สิ่งรอบด้านมากขึ้น ขอบพระคุณนะคะสำหรับคำถาม