สาระน่ารู้ เพื่อสุขภาพ

                            สรรพคุณของสมุนไพรใกล้ตัว 

           พืชสมุนไพรเป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันมานาน  และมีการนำมาใช้เป็นเครื่องยา อาหาร เครื่องสำอาง  และอื่น ๆ  การประกอบอาหารมีการใช้พืชสมุนไพร  เครื่องเทศ  และผักสวนครัว  มาใช้ในชีวิตประจำวันจำนวนหลายชนิด  เช่น ขิง  ข่า  ตะไคร้  ใบมะกรูด  กะเพรา  โหระพา  ใบแมงลัก 

          การปลูกพืชสมุนไพรที่เป็นไม้ล้มลุกหรือผักสวนครัว ทำได้เช่นเดียวกับการปลูกพืชทั่วๆ ไป  แต่สิ่งสำคัญคือ  สรรพคุณที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันและเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีความสำคัญ  และมีเทคนิคการใช้  ผู้เขียนหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์พอสมควรต่อผู้อ่านซึ่งเป็นผู้บริโภคที่ได้ใกล้ชิดกับต้นไม้ใบหญ้า  พืชสมุนไพรใกล้ตัวที่จะนำเสนอมีดังนี้

  1. 1.      กระเจี๊ยบแดง 

กระเจี๊ยบแดง  มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น  กระเจี๊ยบเปรี้ยว (ภาคกลาง)  ส้มพอเหมาะ  ผักเก็งเค็ง (ภาคเหนือ)  ส้มพอดี (ภาคอีสาน)  ส้มตะเลงเครง (ตาก)  ใบส้มม่า (ระนอง)  ส้มปู (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน)

สรรพคุณ  :

- เมล็ด  เป็นยาแก้อ่อนเพลีย  บำรุงกำลัง  บำรุงธาตุ  แก้ดีพิการ  ขับปัสสาวะ

- ทั้งต้น  เป็นยาฆ่าตัวจี๊ด  เตรียมโดยนำมาใส่หม้อต้ม  น้ำ 3 ส่วน  เคี่ยวไฟให้งวดเหลือ 1 ส่วน  ผสมกับน้ำผึ้งครึ่งหนึ่ง  รับประทานวันละ  3  เวลา  หรือรับประทานน้ำยาเปล่าๆ จนหมด

- กลีบเลี้ยง  ชงกับน้ำรับประทานเพื่อลดความดัน  ลดไขมันในเส้นเลือด  ทำแยม

 

            2. กระเจี๊ยบเขียว

                   กระเจี๊ยบเขียว  มีชื่อเรียกอื่นๆ  เช่น  มะเขือทวาย  มะเขือมอญ

          สรรพคุณ :

              - ผลแห้ง  ป่นนำมาชงกับน้ำ  กินบำบัดโรคกระเพาะอาหาร มีเพคตินและสารเมือกช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร แก้ไอ บำรุงกำลัง

             - ผลอ่อน  เป็นยาหล่อลื่น ใช้ในโรคหนองใน

             -  ดอก  ลดไขมันในเลือด  ลดอุณหภูมิในร่างกาย  แก้กระหายน้ำ

         

 

          3. กระชาย

                   กระชาย  มีชื่ออื่นๆ  เช่น  ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ)  ละแอน (ภาคเหนือ)  กะแอน ขิงทราย (แม่ฮ่องสอน)  จี๊ปูชีพู (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน)  เป๊าะสี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

                   สรรพคุณ :

- เหง้า  เป็นยาแก้โรคปากเปื่อย  ปากเป็นแผล  ปากแห้ง  ขับระดูขาว  ขับปัสสาวะ  รักษาโรคบิด  แก้ปวดมวนท้อง

- ราก (นมกระชาย) มีรสเผ็ดร้อน ขม มีสรรพคุณคล้ายโสม แก้กามตายด้าน  บำรุงความรู้สึกทางเพศ  ทำให้กระชุ่มกระชวย  โดยใช้นมกระชายตำและหัวดองสุรา

                   จากการทดลอง  พบว่าใช้สารสกัดแอลกอฮอล์และคลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังและแผลในปากได้ดีพอสมควร

 

            4. กระถิน

                   กระถิน  มีชื่ออื่นๆ  เช่น กระถิ่น (ภาคกลาง)   บุหงาอินโดนีเซีย (กรุงเทพฯ)  กระถินหอม  ดอกคำใต้  คำใต้มอนคำ (ภาคเหนือ)  มอนคำ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน)  ถิน (ภาคใต้)  บุหงาเซียม (มลายู-ภาคใต้)  บุหงาละสะมะนา (มลายู-ปัตตานี)  เกากรึนอง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)

                   สรรพคุณ :

                   - ราก  มีรสเฝื่อนฝาด  กินเป็นยาอายุวัฒนะ   ทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย  ต้มน้ำอมแก้ปวดฟัน  แก้อักเสบ

                   - ยาง  เข้ายาแก้ไอ  บรรเทาอาการระคายคอ

                   - ใบอ่อน  ตำพอกแก้แผลเรื้อรัง

                   - ดอก  ชงดื่ม  แก้อาหารไม่ย่อย  ดองเหล้าดื่ม  แก้ปวดท้อง

 

          5. กล้วยน้ำว้า

                   กล้วยน้ำว้า  มีชื่อเรียกอื่นๆ  เช่น  กล้วยมะลิอ่อง (จันทบุรี)  กล้วยใต้ (เชียงใหม่,เชียงราย)  กล้วยอ่อง (ชัยภูมิ)  กล้วยตานีอ่อง (อุบลราชธานี)

                   สรรพคุณ :

- ผลดิบ  ใช้รักษาอาการท้องเสียและบิด

- ผลสุก  เป็นยาระบายอ่อน ๆ

- หัวปลี  เป็นยาแก้ร้อนใน กระหายน้ำ  โรคโลหิตจาง  บำรุงน้ำนม  แก้โรคเกี่ยวกับลำไส้  ลดน้ำตาลในเส้นเลือด

         

            6. กะเพรา

                   กะเพรา  มีชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น  กะเพราขน  กะเพราขาว  กะเพรา (ภาคกลาง)  กอมก้อ  กอมก้อดง (เชียงใหม่)  อีตู่ไทย (ภาคอีสาน)

                   สรรพคุณ :

                   - ใช้ทั้งต้น  เป็นยาขับลม  แก้ปวดท้อง  และคลื่นไส้อาเจียน

                   - รากและต้น  มีรสเผ็ดร้อน  แก้พิษตาซาง  แก้ไข้สันนิบาต  แก้ท้องขึ้น 

ท้องอืด  ท้องเฟ้อ  บำรุงธาตุ

                   - ใบ  มีรสเผ็ดร้อน  บำรุงไฟธาตุ    แก้ปวดท้อง  ขับผายลม  ทำให้เรอ  แก้จุกเสียด  แก้คลื่นไส้อาเจียน  น้ำคั้นจากใบกินขับเหงื่อ  แก้ไข้  ขับเสมหะ  ทาผิวหนัง  แก้กลากเกลื้อน ใบสดหรือแห้ง  ชงกับน้ำร้อน  ดื่มบำรุงธาตุ  ขับลมในเด็กอ่อน

                   - เมล็ด  มีรสเผ็ด  กินบำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื้น

 

          7. ขมิ้นชัน 

                   ขมิ้นชัน  มีชื่ออื่นๆ  เช่น ขมิ้น (ภาคกลาง, ภาคใต้)  ขมิ้นแกง  ขมิ้นหยวก  ขมิ้นหัว (เชียงใหม่)  ขี้หมิ้น (ภาคใต้)

สรรพคุณ :

          - เหง้าสด  เป็นยารักษาโรคเหงือกบวมเป็นหนอง  รักษาแผลสด  แก้โรคกระเพาะ  แก้ไข้คลั่งเพ้อ  แก้ไข้เรื้อรัง  ผอมเหลือง  แก้โรคผิวหนัง     แก้ท้องร่วง  แก้บิด  พอกแผล  แก้เคล็ดขัดยอก  ขับผายลม  คุมธาตุ  หยอดตา  แก้ตาบวม  ตาแดง  ทาแก้แผลถลอก  แก้โรคผิวหนังผื่นคัน  แก้ท้องอืดเฟ้อ  รักษาแผลในกระเพาะอาหาร

          - เหง้าแห้ง  บดเป็นผงเคี่ยวกับน้ำมันพืช  ทำน้ำมันใส่แผลสด ผสมน้ำ ทาผิว  แก้เม็ดผดผื่นคัน  สารสกัดจากเหง้าแห้ง ป้องกันออกซิเดชั่น  ชะลอความแก่ของผิวหนัง ทำครีมทาผิว

 

          8. ข่า

                   ข่า  มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น  กฎุกโรหินี (ภาคกลาง)  ข่าตาแดง  ข่าหยวก  ข่าหลวง (ภาคเหนือ)  เสะเออเคย  สะเอเชย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

                   สรรพคุณ :

                   - เหง้าแก่สดหรือแห้ง  มีรสเผ็ดร้อน ขม  แก้อาการท้องอืด  ท้องเฟ้อ  และปวดท้อง  ใช้รักษาโรคผิวหนัง (เกลื้อน)  แก้โรคบิด  แก้ปวดเจ็บเสียดท้อง  แก้ท้องอืดเฟ้อ  แก้ไฟลวก  น้ำร้อนลวก  แก้ลมพิษ  และโรคลมป่วง  แก้สันนิบาตหน้าเพลิง  ตำกับน้ำมะขามเปียกและเกลือให้สตรีกินหลังคลอดเพื่อขับน้ำคาวปลา

                   - หน่อ  มีรสเผ็ดร้อน หวาน  แก้ลมแน่นหน้าอก  บำรุงไฟธาตุ

          9. ขิง

                   ขิง มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น  ขิงแกลง  ขิงแดง (จันทบุรี)  ขิงเผือก (เชียงใหม่)     สะเอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

สรรพคุณ :

          - ราก  มีรสหวาน เผ็ดร้อน ขม แก้ลม บำรุงเสียง แก้พรรดึก  แก้คอมีเสมหะ เจริญอาหาร 

          - เหง้า มีรสเผ็ดร้อน ใช้เหง้าแก่ทุบหรือบดเป็นผง ชงน้ำดื่มแก้คลื่นไส้อาเจียน แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ

                   - เหง้าสด ตำคั้นน้ำผสมน้ำมะนาวและเกลือเล็กน้อย จิบแก้ไอ ขับเสมหะ     ขับลม แก้ท้องอืด จุกเสียดแน่นเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียน แก้หอบไอ ขับเสมหะ แก้บิด และเจริญธาตุ

                   - ต้น  มีรสเผ็ดร้อน  ขับลมในลำไส้  แก้ท้องร่วง  จุกเสียด

                   - ใบ  มีรสเผ็ดร้อน  แก้ฟกช้ำ  แก้นิ่ว  แก้ขัดปัสสาวะ  แก้โรคตา  ฆ่าพยาธิ

 

            10. แคบ้าน

                   แคบ้าน มีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า  แค แคบ้านดอกแดง แคขาว (ภาคกลาง)  แคแดง (เชียงใหม่)

                   สรรพคุณ :

                   - ราก  น้ำคั้นจากรากผสมกับน้ำผึ้ง  เป็นยาขับเสมหะ

                   - เปลือกต้น  มีรสฝาด  ใช้รักษาท้องเดิน แก้บิด มูกเลือด  คุมธาตุ  ถ้ากินมากทำให้อาเจียน  ใช้เป็นยาฝาดสมานทั้งภายนอกและภายใน  ชะล้างบาดแผล

                   - ใบ  มีรสจืดมัน แก้ไข้เปลี่ยนฤดู ไข้หวัด ถอนพิษไข้ ดับพิษและถอนพิษอื่นๆ

                   - ยอดอ่อน  ใช้รักษาไข้หัวลม

                   - ดอก  มีรสหวานเย็น  แก้ไข้เปลี่ยนฤดู

 

          11. ชุมเห็ดเทศ

                   ชุมเห็ดเทศ  มีชื่ออื่นเรียกว่า  ขี้คาก  ลับมืนหลวง  หมากกะสิงเทศ (ภาคเหนือ)

ชุมเห็ดใหญ่  ตะสีพอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

สรรพคุณ :

   - ฝัก  มีรสเอียน แก้พยาธิ  เป็นยาระบายขับพยาธิตัวตืด  พยาธิไส้เดือน

   - ใบ  เป็นยาถ่าย  รักษาขี้กลากและโรคผิวหนังอื่นๆ

   - ใบและดอก ทำยาต้มรับประทาน ขับเสมหะในรายที่หลอดลมอักเสบ และแก้หืด

   - เมล็ด มีกลิ่นเหม็น รสเอียนเล็กน้อย ใช้ขับพยาธิ แก้ตาซาง แก้ท้องขึ้น     

      แก้นอนไม่หลับ

          12. ตะไคร้

                   ตะไคร้  มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น จะไคร้ (ภาคเหนือ)  ไคร (ภาคใต้)  ห่อวอตะไป่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)  คาหอม (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน)  หัวสิงโต (เขมร-ปราจีนบุรี)

                   สรรพคุณ :

                   - เหง้า  มีรสหอมปร่า  แก้กระษัย  แก้เบื่ออาหาร  บำรุงไฟธาตุ  ขับลมในลำไส้  แก้ขัดปัสสาวะ  แก้นิ่ว  ดับกลิ่นคาว  เจริญอาหาร

                   - ใบ  มีรสหอมปร่า  แก้ไข้  ลดความดันโลหิต

                   - ทั้งต้น  มีรสหอมปร่า แก้ปวดท้อง หืด ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ และบำรุงธาตุ

 

          13. ตำลึง

                   ตำลึง  มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น ผักแคบ(ภาคเหนือ) แคเด๊าะ(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) 

สรรพคุณ :

- ราก  มีรสเย็น แก้ตาขึ้นฝ้า ดับพิษทั้งปวง แก้ไข้ แก้อาเจียน ต้มน้ำกินเป็นยาระบาย

- หัว  มีรสเย็น  ดับพิษทั้งปวง

- ใบ  มีรสเย็น ปรุงเป็นยาดับพิษร้อน เช่น ยาเขียว ใบสดตำให้ละเอียด

 

14. ทับทิม

ทับทิม  มีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า  มะเก๊าะ(ภาคเหนือ)  พิลา(หนองคาย)   พิลาขาว มะก่องแก้ว(น่าน) หมากจัง(เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) เขียะลิ้ว(จีน)

สรรพคุณ :

- เปลือกผลแก่  ตากแห้งรักษาอาการท้องร่วง ฝนกับน้ำข้นๆ กินวันละ 1-2 ครั้ง กินมากเป็นอันตรายได้ หรือฝนกับน้ำทาแก้น้ำกัดเท้า

- ราก  ใช้ฆ่าพยาธิตัวตืด

- น้ำทับทิม (จากเนื้อหุ้มเมล็ด) ใช้ลดความดันโลหิต ใช้ร่วมกับบัวบก ลดภาวะโรคเหงือก

 

15. สะระแหน่ 

สรรพคุณ :

- ทั้งต้นสด  กินเป็นยาขับลม  ขยี้ทาขมับแก้ปวดหัว แก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อ ดมแก้ลม ทาแก้ฟกช้ำ บวม

         

 

16. บัวบก

บัวบก  มีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่า ผักหนอก (ภาคเหนือ)  ผักแว่น (ภาคใต้)

สรรพคุณ :

- ทั้งต้น มีรสหอมเย็น  แก้ช้ำใน  แก้อ่อนเพลีย  ขับปัสสาวะ  รักษาบาดแผล  แก้ร้อนในกระหายน้ำ  แก้โรคปวดศีรษะข้างเดียว (ไมเกรน)  แก้โรคเรื้อน  แก้กามโรค  แก้ตับอักเสบ  บำรุงหัวใจ  บำรุงกำลัง

- ใบ  มีรสขม  เป็นยาดับร้อน  ลดอาการอักเสบบวม  แก้ปวดท้อง  แก้บิด แก้ดีซ่าน ใบต้มกับน้ำซาวข้าวกินแก้นิ่วในทางเดินปัสสาวะ  ตำพอกหรือต้มน้ำกินแก้ฝีหนอง  แก้หัด  ต้มกับหมูเนื้อแดงกินแก้ไอกรน

          - เมล็ด  มีรสขมเย็น  แก้บิด แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ