It's my responsibility.
ประโยคประทับใจในบทเทศน์ของคพ.สุพัฒน์ หลิวสิริ วันนี้
คุณพ่อเริ่มด้วยการเล่าเรื่องเรื่องหนึ่ง(ฉันจำชื่อเรื่องไม่ได้เสียแล้ว)
เป็นเรื่องราวที่หน่วยกู้ภัยลงไปช่วยผู้ประสบภัยที่อยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดิน
และลาวาก็กำลังจะไหลมาเพื่อคร่าชีวิตพวกเขา
หน่วยกู้ภัยคนหนึ่งยอมเสี่ยงชีวิต ลงไปเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ควบคุมรถไฟ
ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยคนสุดท้ายของขบวนที่นอนสลบอยู่ออกจากโบกี้แรก
ในขณะที่ลาวากำลังไหลมา ความร้อนทำให้รองเท้าของกู้ภัยคนนี้ละลายไปตามทาง
ฉันเห็นภาพที่คุณพ่อเล่า รู้สึกหวาดกลัวแทนเหตุการณ์นี้
และสุดท้าย ตัวรถไฟกับฝั่งที่ปลอดภัยมีลาวากั้นขวางอยู่
ผู้คนที่รอดแล้วให้กู้ภัยทิ้งผู้คุมรถคนนั้นแล้วกระโดดเอาตัวรอดมาเสีย
แต่กู้ภัยกลับโยนชายคนนั้นข้ามมาจนปลอดภัย ในขณะที่ตัวเอง
ต้องตาย...และประโยค It's my responsibility.
ก็เป็นประโยคสุดท้ายก่อนเขาจะหายไปกับลาวา...
"มันเป็นความรับผิดชอบของผม"
ฉันประทับใจเหลือเกินกับประโยคนี้
ทำให้ฉันเห็นถึงความรักที่สละได้แม้แต่ชีวิตตนเอง
รักคนที่เขาไม่รู้จักด้วยซ้ำ
...เหมือนที่พระเยซูเจ้าทรงสอนว่า
ความรักที่ยิ่งใหญ่คือการที่เรายอมสละชีวิตของตนเองเพื่อมิตรสหาย
และเพื่อนพี่น้องทุกคนด้วย
ฉันก็ยังยืนยันความเป็นมนุษย์ของตนเองว่ามันยากที่จะทำได้เช่นนั้น
จนกว่าหัวใจจะยอมรับในความเปล่าว่างของชีวิต
ว่าจริงๆแล้วชีวิตที่เราเฝ้าหวงแหน
ที่แท้เราหวงแหนมันเพราะเรายังต้องการความสุขทางโลก
เราไม่ได้หวงแหนมันไว้เพื่อพระเลย
เราไม่ได้หวงแหนมันไว้เพื่อประโยชน์สุขของคนอื่น
แต่เพื่อตัวเราเองจริงๆ
ฉันเองก็ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ทุกคน
ยังต้องการความรัก ความสุข ยังต้องการมีความหวัง เพื่อตัวเองทั้งสิ้น
หากฉันสามารถหลุดออกจากตัวเองได้บ้างสักน้อย
หรือเราสามารถหลุดออกจากตัวเองได้สักคนละนิด
สังคมคงน่าอยู่มากยิ่งขึ้น....^^
ด้วยรักค่ะ
น้ำผึ้งหวาน
14 พ.ย. 53