อาจารย์เอมี นอร์ทัน ตีพิมพ์เรื่อง 'Work exposure to diesel fumes tied to lung cancer' = "งาน (อาชีพ) ที่โดนควันรถดีเซลสัมพันธ์กับ (เพิ่มเสี่ยง) มะเร็งปอด" ในเว็บไซต์สำนักข่าวรอยเตอร์, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ Reuters ]
.
.
การศึกษาใหม่ ทำการทบทวนการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา 11 รายงาน ทั้งจากยุโรปและแคนาดา พบว่า อาชีพที่โดนควันไอเสียดีเซลมากตลอดชีวิต เพิ่มเสี่ยงมะเร็งปอด 31%
.
ไอเสียจากรถที่ใช้เครื่องดีเซล เช่น รถบรรทุก กระบะ ฯลฯ ทำให้เกิดฝุ่นละอองฝอยขนาดเล็ก ซึ่งเข้าไปในปอดส่วนลึก และเพิ่มเสี่ยงโรคปอด เช่น หอบหืด ฯลฯ ได้
.
.
อ.ดร.เคิร์ต สไตรฟ์ จากสถาบัน IARC ลียง ฝรั่งเศส รายงานว่า อาชีพที่ได้รับไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลมากได้แก่ คนงานเหมือง คนงานรถไฟ รถบรรทุก คนงานในไร่ฟาร์มที่ใช้เครื่องดีเซล
.
ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา, กระบวนการผลิตน้ำมันดีเซลและเครื่องยนต์ดีเซลพัฒนาไปไกลมาก ทำให้น้ำมันดีเซลมีสารกำมะถันน้อยลง สะอาดขึ้น
.
.
ถ้าทุกคนที่ใช้รถดีเซลช่วยกันบำรุงรักษารถ... อย่าให้มีควันดำ และดับเครื่องเมื่อจอด จะช่วยให้ควันไอเสียลดลงไปได้มาก
.
หลายๆ คนติดนิสัยจอดรถโดยไม่ดับเครื่อง ทำให้ไอเสียออกมามากโดยไม่จำเป็น
.
.
วิธีป้องกันมะเร็งปอดที่สำคัญได้แก่ [ webMD ]; [ mayoclinic ]; [ medicinenet ] ; [] ; [] ; []
.
(1). ไม่สูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสุบเข้าไป > บุหรี่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอดมากกว่า 85%
.
การศึกษาหนึ่งพบว่า แม้แต่คนที่เลิกบุหรี่ไม่ได้ และพยายามลดปริมาณการสูบลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็ยังมีความเสี่ยงลดลงได้ (หลังลดปริมาณลง 5-10 ปี)
.
คนที่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไปเป็นประจำ เพิ่มเสี่ยงมะเร็งปอด 2-3 เท่า
.
(2). ลดการใช้ฉนวนความร้อนที่ผสมแร่ไยหิน (asbestos)
.
ฉนวนเหล่านี้พบในฝ้าเพดานสมัยก่อน ทุกวันนี้มีผสมอยู่น้อยลงไปมาก
.
(3). กินอาหารสุขภาพ
.
การศึกษาหนึ่งพบว่า การกินอาหารสุขภาพ เน้นพืชผักได้แก่ ธัญพืชที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) ฯลฯ, ผัก ผลไม้ทั้งผล ถั่ว เมล็ดพืชเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ ลดเสี่ยงมะเร็งปอด
.
แต่การกินอาหารเสริมที่มีเบต้าแคโรทีน หรือวิตามิน E อาจเพิ่มเสี่ยงมะเร็งปอดได้... ทางที่ดี คือ กินอาหารจากธรรมชาติ หลากหลาย และกินให้ได้วันละหลายๆ สี (อย่างน้อย 3 สีไฟจราจร คือ เหลือง-แดง-เขียว, อย่างมาก 7 สีรุ้ง คือ ม่วง-คราม-น้ำเงิน-เขียว-เหลือง-แสด-แดง และควรเพิ่มสีขาวจากหอม กระเทียมด้วย)
.
(4). หลีกเลี่ยงบ้านฝรั่งที่ปิดทึบ (ระบายอากาศไม่ดี)
.
บ้านในอเมริกาที่ปิดทึบอาจเพิ่มเสี่ยงมะเร็งปอดจากสารกัมมันตภาพรังสี... แก๊สนี้ยังไม่ตรวจไม่พบถึงระดับอันตรายในไทย
.
(5). ไม่ดื่ม (แอลกอฮอล์) หนัก
.
(6). ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ
.
อย่างน้อยควรเดินให้มาก ทั้งแนวราบและขึ้นลงบันได รวมเวลากันให้ได้ 30 นาที/วัน และออกแรง-ออกกำลังรูปแบบอื่นๆ เสริมอยู่เสมอ
.
คนที่แข็งแรงกว่ามีแนวโน้มจะอยู่รอดได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่ก็ตาม
.
(7). หลีกเลี่ยงมลภาวะ (อากาศเสีย)
.
มลภาวะจากการเผาไหม้ โดยเฉพาะเผาพลาสติก เผาศพ เผาขยะ เผาใบไม้ มีส่วนเพิ่มสารก่อมะเร็งในอากาศ และถ้าได้รับครั้งละมากๆ หรือซ้ำซาก จะเพิ่มเสี่ยงโรคถุงลมโป่งพองด้วย
.
.
เรื่องสำคัญที่พวกเราควรรู้ คือ ถ้าเลิกบุหรี่ได้... เราจะมีชีวิตดีขึ้นดังต่อไปนี้ [ lungcancer ]
.
(1). 20 นาที > ชีพจรช้าลง (หัวใจมีโอกาสได้รับเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ดี เฉพาะช่วงที่หัวใจคลายตัว), ความดันเลือดลดลง
.
(2). 12 ชั่วโมง > ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด (แก๊สพิษ) ลดลง ทำให้เซลล์ทั่วร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น
.
(3). 2 สัปดาห์ - 3 เดือน > หัวใจ-ปอด-ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ออกแรง-ออกกำลังได้มากขึ้น เหนื่อยช้าลง
.
(4). 1-9 เดือน > เซลล์ขน (cilia) ซึ่งทำหน้าที่พัดโบก ทำความสะอาดพื้นผิวทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ไอน้อยลง เหนื่อยน้อยลง เปรียบคล้ายบ้านที่มีการปัด-กวาด-เช็ด-ถูดีขึ้นมาก
.
(5). 1 ปี > ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันลดลง = 1/2 ของคนที่สูบบุหรี่
.
(6). 5 ปี > ความเสี่ยงสโตรค (stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาตลดลงไปเรื่อยๆ (แต่ละคนลดลงเร็วไม่เท่ากัน) จนใกล้เคียงกับคนที่ไม่สูบในช่วงเวลา 5-15 ปีหลังหยุดสูบ 
.
(7). 10 ปี > ความเสี่ยงมะเร็งปอดลดลง 1/2 เมื่อเทียบกับคนที่สูบบุหรี่
.
ความเสี่ยงมะเร็งปาก ลำคอ หลอดอาหาร กระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก ตับอ่อนลดลง
.
(8). 15 ปี > ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง ใกล้เคียงกับคนที่ไม่สูบบุหรี่
.
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
.

ที่ มา                               

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 10 พฤศจิกายน 2553.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.