จริงๆ แล้วตัวชี้ขาดที่ทำให้เราเอาชนะความลำบากได้ก็คือ ความคิดจิตใจที่ทุกคนมีร่วมกัน

6. บ่มเพาะอนุชนปฏิวัติ

ชีวิตในโรงเรียนอนุชน ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ระเบียบวินัย ได้ฝึกฝนพัฒนาตนเองในด้านความคิดทางการเมืองโดยผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมชีวิตรวมหมู่ ซึ่งเราจัดตั้งเป็น 5 หมู่ที่ไม่เกี่ยวกับกลุ่มการเรียน ในจำนวนนี้มีหมู่นักเรียนหญิงเพียงหมู่เดียว แต่ละหมู่จะมีสมาชิกประมาณ 7 -9 คน ทุกคนจะผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ต่างๆในหมู่ เช่น หัวหน้าหมู่ รองหัวหน้า สมาชิก ฯลฯ เพื่อทำกิจกรรม กิน นอน และรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายในแต่ละวันร่วมกัน นักเรียนทุกคนจะตื่นนอนพร้อมกันในเวลา 5.30 นาฬิกา ด้วยเสียงสัญญาณนกหวีดจากครู ล้างหน้าแปรงฟัน ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 30 นาที 6.00 นาฬิกา เข้าแถวรวมพลตามเสียงสัญญาณนกหวีด สำรวจจำนวนสมาชิก ออกกำลังกาย เสร็จแล้วแต่ละหมู่แยกกันไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกันไปทั้งวัน

        ในแต่ละวันจะมีกำหนดตารางเวลาที่แน่นอน ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน สำหรับรายละเอียดตามตารางเวลาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงยืดหยุ่นตามความต้องการของเด็ก ตามสถานการณ์หรือความจำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน อย่างเช่นการใช้แรงงานจะกำหนดไว้วันละ 2 ชั่วโมง แบ่งเป็นช่วงเช้าและเย็นช่วงละประมาณ 1 ชั่วโมง กิจกรรมการใช้แรงงานก็จะเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไปในแต่ละวัน เนื่องจากโรงเรียนของเราตั้งขึ้นในท่ามกลางสถานการณ์สู้รบ ขาดแคลนและยากลำบาก เครื่องมือหาอยู่หากินของเราก็มีเพียงมีดขนาดต่าง ๆ 2 – 3 เล่ม กะละมัง ถังน้ำ กระทะและหม้อใหญ่อย่างละใบเท่านั้น ต่อมาประชาชนให้จอบและเสียมเก่า ๆ เรามาอีกอย่างละเล่ม เราจึงต้องต่อสู้เอาชนะความยากลำบากให้ได้ ด้วยแรงงานและเครื่องมือเท่าที่มีอยู่ (จริงๆ แล้วตัวชี้ขาดที่ทำให้เราเอาชนะความลำบากได้ก็คือ ความคิดจิตใจที่ทุกคนมีร่วมกัน) ดังนั้นการใช้แรงงานของเรานอกจากจะเพื่อหาอยู่หากินประจำวันด้วยการเก็บผักป่า(ต้นกล้วย ,หัวปลี ,ผักกูดเป็นหลัก) หาฟืนและ ทำครัวแล้ว เรายังต้องสร้างต้องทำสิ่งที่ขาดแคลนให้เกิดมีขึ้นมา ด้วยความคิดและแรงงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างรางน้ำไม้ไผ่เพื่อ ผันเอาน้ำจากต้นน้ำตกเพื่อมาใช้ที่โรงครัว  โดยไม่ต้องลงไปลำเลียงน้ำจากลำห้วยขึ้นมาใช้ทีละกระบั้งอย่างทุลักทุเล ด้วยคนแบกที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ แต่ต้องแบกกระบั้งน้ำ ที่ลำสูงกว่าตัวคนแบก  การทำตะหลิว ทัพพีและภาชนะใส่อาหารด้วยไม้ไผ่  การปลูกผักสวนครัวที่เริ่มด้วยจอบและเสียมเก่า ๆ ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการทำสวน  แต่เราก็ใช้มีดที่มีอยู่ไปตัดเอาไม้ไผ่แก่ ๆ มาถากให้แหลมทำเป็นเสียมไม้ เป็นผู้ช่วยเสียมที่ทำให้เราปลูกผักได้ดีและเร็วขึ้น นี่เป็นเรื่องที่แทบไม่น่าเชื่อว่าเด็ก ๆ อายุระหว่าง 7-14 ปีเหล่านี้จะสามารถทำได้ แต่พวกเขาก็ได้ทำมันมาแล้วจริง ๆ และทำอย่างมีความสุขด้ว