การเดินทางของชีวิตจุดมุ่งหมายมักปลายทางแต่ระหว่างทางมักมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่เสมอ

             เขียนคำที่ทำใจ

    ขอบอกหน่อยได้ไหมผู้เขียนไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน แต่อยากถามและอยากเล่าประสบการณ์สู่กันฟัง บางครั้งอาจให้ข้อคิดและมุมมองที่ต่างกันในคนละด้าน แต่อย่างไรก็ตามทุกเรื่องที่ผู้เขียนคือประสบการณ์จริงทั้งหมด ที่เกิดขึ้นเป็นเวลายี่สิบปีที่ผู้เขียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา อยากบอกให้รู้ว่าต่างประเทศไม่ใช่สวรรค์ทั้งหมดหรือนรกทั้งโลกา จริงอยู่หลายล้านพันคนที่มีโอกาสที่ดีและมากมายอีกแสนโขที่ไร้โอกาสอย่างฝัน

   สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากจะไปสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ควรมีคำถามให้กับตัวเองและตรึกตรองให้หนัก ก่อนที่จะย้ายตัวเองไปอยู่ต่างแดน ไปเพราะอะไร ไปทำไม ไปเพื่ออะไร อย่างไรก็ตามอย่าไปเพราะเพื่อนหรือญาติเล่าว่าที่นั่นดี๊ดี  หรือว่าไปเพื่อมีโอกาสเก็บเงินเยอะแยะ ว้าว! อย่าเชียวนะและจะเสียใจอย่างยาวนานบวกกับความทรมานที่ต้องนับวัน บางคนมีอาชีพที่ดีอยู่แล้วที่เมืองไทยเช่นผู้เขียนเป็นต้นและจะรู้ว่าเดินทางอยู่กลางทะเลไม่ได้อยู่บนสวนดอกไม้ที่ใสสด เพื่อนของผู้เขียนหลายต่อหลายคนที่คิดผิด ตัดสินใจไม่ถูกเหมือนกับว่าชีวิตถูกกดดันให้เปลี่ยนทิศเปลี่ยนทาง บางคนเป็นข้าราชการ บ้างก็เป็นอาจารย์ที่เขียนตำราเรียน บ้างก็เป็นเภสัชกร บางคนก็ทำงานตำแหน่งใหญ่โต บางคนก็เป็นเจ้าของธุระกิจ แต่แล้วก็เพราะปัญหาและการตัดสินใจนั่นเอง สิ่งที่ผู้เขียนอยากเน้นว่าถ้าไปอเมริกาแล้ว ที่นั่นคุณจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าคุณเป็นช่างทาสี ช่างไม้ ชาวนา ชาวสวน หรือคนทำอาหาร ช่างซ่อมรถ ช่างศิลป์ นักร้อง หมอ พยาบาลหรืออื่นๆอีกมากมาย ส่วนดีกรีเก็บใส่กระเป๋าไปก่อน ถามตัวเองภาษาอังกฤษใช้ได้ดีไหม สามารถติดต่อสื่อสารกับคนที่นั่นเข้าใจไหม ถ้าภาษาอังกฤษได้ก็ยังดีหน่อย ความสามารถมีอะไร สุขภาพแข็งแรงพอไหมที่จะลุยงาน สภาพจิตใจแกร่งพอไหมที่จะลุยกับผู้คน ขับรถได้ไหม มีใบอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีใครไหมที่จะแนะนำในการไปอยู่อาศัยในระยะแรก ถ้าไม่มีเขาจะอยู่ตามลำพังได้ไหม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ยกเว้นผู้ที่ร่ำรวยมาเที่ยว มาศึกษาหาความรู้ มาเพื่อธุระกิจหรือมาหาประสบการณ์ แต่พวกที่จะไปหางานทำที่อเมริกา ขอบอกตรงนี้เลยว่าถ้าไม่แย่มากนัก อยู่บ้านเราเมืองไทยดีกว่า ผู้เขียนมีเพื่อนที่ดี น่ารักคนหนึ่งฐานะทางบ้านก็ใช้ได้ แต่ความกลัวและวิตกจึงลาออกจากงานที่ดีมาอยู่อเมริกาโดยผ่านทางเพื่อนที่อยู่อเมริกาอยู่แล้ว เพื่อนเขาก็แนะนำให้ไปทำงานร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อนคนนี้ได้มาลองทำงานอยู่หนึ่งสัปดาห์และคิดว่าตัวเองอยู่ได้ เลยไปลาออกจากราชการมาทำงานที่ร้านอาหารแห่งนี้แต่เมื่ทำงานไปได้ระยะหนึ่งทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดว่าดีเลิศประเสริฐศรี ที่นี้จะทำไงล่ะ ใบทำงานที่อเมริกาก็ไม่มี ต้องอยู่แบบโรบินฮู้ด แต่พี่ที่เป็นเพื่อนคนนี้ขับรถได้ ฉลาด แต่ไม่มีโอกาส เพราะขณะนั้นทางอเมริกายังไม่มีกฎหมายออกชาวต่างชาติยังสามารถทำใบขับขี่ได้ แต่พี่คนนี้ไปเจอเจ้าของร้านที่ใจแคบและเห็นแก่ตัว เจ้าของร้านบอกเขาว่าไม่จำเป็นที่จะต้องขับรถจึงไม่ได้พาเขาไปทำใบขับขี่ ซึ่งที่แท้จริงแล้วถ้าใครที่ไปอยู่อเมริกาถ้าไม่สามารถขับรถได้ก็เหมือนกับไม่มีขาที่จะเดิน เพราะคุณไม่มีโอกาสที่จะหางาน ไปทำงาน ไปตลาดหรือทำอะไรก็แล้วแต่เพราะอเมริกาไม่มีรถเมล์แบบไทย คุณทำงานก็จะต้องพักกับเขา ถ้าเจอคนใจดีคุณก็จะมีสุขขึ้นมาอีกนิด แต่ถ้าคุณเจอคนใจแคบคุณก็ต้องอดทนทำงานกับเขาถึงแม้ว่าคุณไม่อยากอยู่กับเขาเลยเนื่องจากคุณไม่มีที่พัก ไม่มีใบทำงาน ไม่มีรถที่จะพาตัวคุณไปไหนต่อไหน ถูกกดค่าแรง ถูกใช้งานเกินเวลาที่กำหนดซ้ำต้องอดอยากและอดทน บางครั้งคุณมีเงินแต่คุณไปไม่ได้ วันหยุดอาทิตย์ละหนึ่งวัน บางทีเจ้าของร้านลูกเล่นมากมายใช้งานบ้านคุณต่ออีกในวันหยุด คุณก็ต้องน้ำตาตกใน ซ้ำบางครั้งทำอะไรไม่ถูกใจเขา เขาก็ว่าอย่างเจ็บแสบจนต้องน้ำตาไหล ยามเจ็บป่วย วันไหนคุณหยุด เขาก็ไม่ได้จ่ายค่าแรงให้คุณ บางวันคุณหิวเขาก็ยังทำเฉยไม่เรียกคุณรับประทานกับเขา คุณก็ต้องทนหิวไปจนกว่าจะวันใหม่หรือวันที่คุณมีโอกาสซื้ออาหารหรือฝากใครซื้อแล้วไปเก็บตุนไว้ บางทีเจ้าของบ้านงี่เง่ากลัวบ้านเขามีแมลงสาป กลัวอาหารไปรกตู้เย็นเขา เลยไม่ต้องกินอะไร ถ้าอยู่กับเขาไปนานหน่อยสักเจ็ด แปดปีแบบเพื่อนคนนี้ เขาก็อนุญาติให้คุณซื้อขนมหรือถามคุณว่าจะฝากซื้อไหม เป็นธรรมดาคุณต้องฝากซื้ออย่างแน่นอน เพราะคุณไม่มีรถ พอซื้อมามากหน่อยกะจะกินให้ครบรอบสัปดาห์ แต่ก็เกรงใจเจ้าของเลยเรีึยกเจ้าของกินด้วย กินแบบมีมารยาทก็ไม่เป็นไรแต่เจอลูกเขาอีกซึ่งเป็นหนุ่มก็เลยช่วยเขากินจนหมดซ้ำเจ้าของบ้านยังบอกอีกว่าลูกเขาชอบ อ้าว!คุณ ลูกคุณชอบทำไมไม่ซื้อให้ลูกคุณ ทำไมตัวคุณและลูกคุณต้องมาแย่งเขากินแล้วอีกตั้งหลายวันเขาจะกินอะไรหรือ

   ร้านคุณเป็นร้านอาหารแต่วันที่เพื่อนผู้เขียนหยุดไม่เคยถามสักคำ ว่าจะทำอาหารไปเผื่อไว้ทานพรุ่งนี้ไหมคนเราหนอ ใจดำจัง เพื่อนไม่มีรถร้านอาหารก็ไกลจากบ้าน น่าสงสารจังบางครั้งผู้เขียนก็ซื้อบ้าง เอาแซนวิสมาให้เขาบ้างแต่เจ้าของร้านถือสิทธิ์อะไรเอาแซนวิสฉันไปแจกคนเสริฟอาหาร เด็กเสริฟมีรถเขาสามารถไปเองได้ อภิโถ ขนาดผู้เขียนก็เอามาฝากเขาหลายห่อเหมือนกัน น่าเกลียดจัง นิ?? ทำให้เพื่อนของผู้เขียนสะเทือนใจอีกแล้ว เพราะเพื่อนคนนี้เขาเป็นคนดีที่ยังไม่โดนสังคมขยะย้อมสีย้อมใจ แต่ทำไมนะเจอแต่คนจะเอาเปรียบเขาโดยเฉพาะเจ้าของร้านหน้าสวยแต่ใจไม่โสภา อ่ะ นี่เป็นแค่ตัวอย่างจริง บางคนจบหมอมาที่ไทย รอสอบไลเซ่นก็มาเป็นพนักงานเสริฟ ทำงานในร้านขายยาก็ต้องยกเก้าอี้ เก็บเก้าอี้ ในเวลาที่เลิกงานหรือก่อนทำงาน บางคนเป็นพนักงานตัวใหญ่ในธนาคาร ก็มาล้างชามในร้านอาหารเพราะลูกเมียไม่กลับไทย บางคนก็เป็นหนี้เพื่อที่จะมาหางานไปช่วยทางบ้าน บางคนก็หนีหนี้มา บ้างก็ปัญหาครอบครัว โอ๊ย! สารพัดที่จะมีในอเมริกา ฮ่ะ ( พอก่อนนะดึกแล้ว)