สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง 'Vitamin E linked to increased risk of some stroke' = "วิตามิน E มีความสัมพันธ์กับ (เพิ่มเสี่ยง) สโตรค (กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ BBC ]
...
การศึกษาใหม่ (ตีพิมพ์ใน BMJ) รายงานว่า การกินวิตามิน E เสริมเพิ่มเสี่ยงโอกาสตกเลือด (เลือดออก) ในสมอง (hemorrhagic stroke) คิดเป็นความเสี่ยง = 1/1,250
.
หรือ ถ้ากินวิตามิน E เสริม 1,250 คน จะเสี่ยงตกเลือดในสมอง ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิต พิการ สมองเสื่อม อัมพฤกษ์ หรืออัมพาตได้ 1 คน
...
การศึกษานี้ทำโดยคณะนักวิจัยจากสถาบันอินเซิร์ม ฝรั่งเศส, และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ  ทำการทบทวนการศึกษาวิจัย 9 รายงาน, รวมกลุ่มตัวอย่างเกือบ 119,000 คน
.
ผลการศึกษาพบว่า การกินวิตามิน E เสริม เพิ่มเสี่ยงต่อการตกเลือดในสมอง 22%
...
สโตรคหรือกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตันในประชากรทั่วไป (ที่ไม่กินวิตามิน E) ส่วนใหญ่ (70%) เป็นผลจากหลอดเลือดสมองตีบตัน ส่วนน้อยเป็นผลจากหลอดเลือดสมองแตกหรือตกเลือด
.
การกินวิตามิน E เสริมเพิ่มเสี่ยงหลอดเลือดแตกหรือตกเลือด 10%
...
การกินวิตามิน E อาจช่วยลดเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดสมองตีบตันได้บางส่วน ทว่า... กลับไปเพิ่มเสี่ยงโอกาสตกเลือดในสมองแทน
.
คณะนักวิจัยแนะนำว่า มาตรการสำคัญในการป้องกันสโตรค หรือโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน คือ การตรวจเช็คความดันเลือดเป็นประจำ... ถ้ามีความดันเลือดสูง ให้รักษาอย่างต่อเนื่อง
...
การใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์แบบใส่ใจสุขภาพ คือ ไม่กินอาหารเค็มจัดหรือมีเกลือมาก โดยเฉพาะการลดอาหารสำเร็จรูป เช่น เนื้อสำเร็จรูป (ไส้กรอก-ไส้อั่ว-หมูหยอง-หมูแผ่น-เนื้อเค็ม-เนื้อสวรรค์), อาหารหมักดอง (เช่น ปลาเค็ม ผักกาดดอง ฯลฯ) ฯลฯ
.
การฝึกกินอาหารโดยไม่เติมซอสหรือน้ำปลา ช่วยได้มาก
...
คนส่วนใหญ่จะใช้เวลาปรับประสาทรับรส (ลิ้น) ให้คุ้นเคยกับอาหารที่มีเกลือต่ำหน่อยได้ภายใน 2-3 สัปดาห์... การทำกับข้าวกินเองอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้คนเรามีสุขภาพดีขึ้นได้
.
การกินผักและผลไม้ทั้งผล ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน หรือถ้าอ้วน... ให้รีบเปลี่ยนเป็นอ้วนฟิต (ทำตัวให้แข็งแรง) และระวังอย่าให้อ้วนเพิ่มขึ้น ออกกำลังเป็นประจำดีกับสุขภาพ และปลอดภัยมากกว่าการกินวิตามิน E เสริม
...
สหราชอาณาจักรหรือหมู่เกาะอังกฤษ (UK) ซึ่งมีประชากรใกล้เคียงกับไทย มีคนเป็นสโตรคมากกว่า 111,000 คน/ปี
.
โรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของ UK, คนไข้ที่ไม่เสียชีวิตส่วนหนึ่งจะมีความพิการ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ
...
วิธีป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือ "สโตรค" ได้แก่ [ NIND, NIH ] ;
 
(1). ตรวจเช็คความดันเลือด, ถ้าสูงให้รักษาต่อเนื่อง
.
(2). กินอาหารสุขภาพหรืออาหารแดช (DASH) ได้แก่ อาหารที่มีผัก ผลไม้ทั้งผล (ควรเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ชมพู่ มะละกอ ฝรั่ง แอปเปิ้ล ฯลฯ, นมไขมันต่ำหรือนมไม่มีไขมัน, ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) ฯลฯ
.
ลดอาหารสำเร็จรูป ลดเนื้อสัตว์ใหญ่ (เช่น วัว ควาย หมู แพะ ฯลฯ), กินสัตว์ปีก (ไก่ เป็ด ฯลฯ) ที่นำหนังออก, กินปลา (ดีที่สุด คือ ปลาทะเลที่ไม่ผ่านการทอด) 2 ครั้ง/สัปดาห์,
...
ลดโปรตีนจากเนื้อลงสักครึ่งหนึ่ง หันไปกินโปรตีนจากพืชสักครึ่งหนึ่ง (เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร ถั่ว งา เห็ด ฯลฯ) [ ทำไมอาหาร DASH ลดความดันเลือดได้ ]; [ อาหาร DASH ]; [ อาหาร DASH ]
...
(3). ไม่สูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป
.
บุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบ เปลี่ยนจากสภาพที่เรียบและลื่น (ปกติจะคล้ายกระทะเคลือบเทฟลอน) ไปคล้ายแผ่นโลหะที่ไม่เรียบ-ขรุขระ (คล้ายเหล็กขึ้นสนิม)
บุหรี่ทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ต่ำลง
.
HDL ทำหน้าที่ช่วยทำความสะอาดผนังหลอดเลือด โดยนำคราบไข (โคเลสเตอรอล) จากผนังหลอดเลือดไปที่ตับ ขับออกทางน้ำดี
...
(4). ถ้ามีโรคหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแบบเต้นพริ้ว หรือเต้นรัว (atrial fibrillation / AF) ควรกินยาแอสไพริน หรือยาอื่นๆ ตามที่หมอใกล้บ้านแนะนำ
.
(5). ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือด... ถ้าเป็นเบาหวานควรรักษาให้ต่อเนื่อง
.
วิธีป้องกันเบาหวานที่สำคัญ คือ ระวังอย่าให้อ้วน ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ โดยเฉพาะถ้าออกกำลังกลางแจ้งตอนเช้าหรือเย็น เพื่อรับแดดอ่อนได้จะดีที่สุด นอนให้พอ  
... 
 
(6). ถ้ามีอาการที่บ่งชี้ว่า อาจมีโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน, ให้รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที โดยอาการสำคัญ และข้อควรปฏิบัติได้แก่ 'FAST' = 'face, arm, speech, time'
  • 'face' = ใบหน้า เช่น หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วหน้า 2 ข้างไม่เท่ากัน ฯลฯ
  • 'arm' = แขน เช่น ยกแขน 2 ข้างไปข้างหน้า แล้วหงายมือหรือแบมือไม่ได้ แขนอ่อนแรง

...

  • 'speech' = คำพูด เช่น พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด ลิ้นคับปาก ฯลฯ
  • 'time' = เวลา > นาทีทองในการรักษาโรคสโตรค คือ ต้องไปให้เร็วที่สุด เนื่องจากถ้าไปภายใน 3-4.5 ชั่วโมง และทำการตรวจเลือด-สแกนสมองได้ทัน, หมอที่ดูแลท่านอาจให้ยาละลายลิ่มเลือดได้

...

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 > [ Twitter ]
ที่ มา                               
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 5 พฤษจิกายน 2553.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.