การขออนุญาตเดินทางไปฝึกอบรมประเทศญี่ปุ่น ครั้งนี้

เท่าที่ได้ดำเนินการมา เพราะเกิดปัญหาในการดำเนินการตั้งแต่เริ่มแรกขออนุญาตไปฝึกอบรมที่ รร.ปริ้นซ์ฯ ตั้งแต่วันก่อน ตอนนี้ก็ได้รับการอนุญาตแล้วครับ แต่ยังอยู่ในช่วงของการรอเอกสารต่างๆมาถึงตัว

เริ่มต้นตั้งแต่การขออนุญาตไปสอบ ผมได้ขออนุญาตผ่าน ปศอ. ไปยัง ปศจ. เพื่อให้ลงนามในหนังสือรับรอง และทำหนังสือนำส่งไป สท.แล้วก็ขออนุญาต นายอำเภอ ออกไปสอบ (กำหนดสอบ 1 กย.53)แล้วประกาศผลก็ไปรายงานตัว และปฐมนิเทศ เมื่อ 8 ตค.53 แต่ในตอนนั้นก็ไม่ได้แจ้ง ปศจ.ได้แต่แจ้งให้ หน.ฝ่ายบริหารทราบในตอนที่รู้ผล แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการใดๆจนกระทั่ง โดยบังเอิญได้เข้าไปปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องงานอื่น และบอกว่าจะต้องเร่งเคลียร์ให้เสร็จก่อนไปอบรมเตรียมความพร้อมที่ รร.ปริ้นท์ฯ ท่านจึงได้ถามเรื่องหนังสือ ว่า สท.ทำมาหรือยัง(ท่านมีประสบการณ์เคยเดินทางไปโครงการนี้มาก่อน)

อันที่จริงผมแจ้ง สท.ไปในตอนที่มีการรายงานตัว(8 ตค.53) ว่าให้ส่งมาถึง ผู้ว่าฯจ.ปัตตานี ด้วยเข้าใจว่าจะมีการขออนุญาตเกี่ยวกับการฝึกอบรมที่ รร.ปริ้นท์ก่อน  ส่วนการเดินทางไปญี่ปุ่นเข้าใจว่า ทาง สท.คงจะดำเนินการขอไปยังอธิบดีอีกครั้งหนึ่ง
แต่ สท.ส่งเป็นเมล์มา ให้ไปเรียน ผู้ว่าฯ แต่พอนำไปให้ ปศจ.ดู ท่านว่าทำผิด ควรจะแยกเรื่องต่างประเทศไปยัง กรมปศุสัตว์ (ทางที่ดีไม่ควรรวมเรื่องการอบรมต่างประเทศ-ในประเทศไว้ด้วยกัน เพราะผู้มีอำนาจในการอนุมัติเป็นคนละระดับกัน)

ผมต้องลากิจไปฝึกอบรมที่ รร.ปริ้นท์ และต้องลาเพิ่มเติม ไปชี้แจง จนท.ที่ กรมปศุสัตว์ เพื่อให้เข้าใจโครงการฯ

ไปติดต่อที่กองการเจ้าหน้าที่ แต่ทางกกจ.เองไม่รับเรื่องนี้ ด้วยอ้างว่าทาง ปศจ.จะต้องแจ้งขออนุญาตตั้งแต่ไปสอบ ไม่ใช่จะมาแจ้งในตอนที่ได้แล้ว และส่งเรื่องให้ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์รับไป ผมจึงไปติดต่อที่ฝ่ายวิเทศฯ ทางวิเทศฯซึ่งในอันที่จริงก็ได้ติดต่อกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว (วันที่ไปติดต่อ จนท.ไปราชการ) จึงได้แนะนำให้ไปฝากสำเนาหนังสือ-เอกสารต่างๆที่เป็นเรื่องของการลาไปสอบไว้ จะดูให้ โดยให้แนบแบบใบลาไปฝึกอบรมไว้ด้วย เพื่อเสนออธิบดี  แล้วให้ไปติดต่อ กองนิติการ เพื่อทำสัญญาอนุญาตให้ไปฝีกอบรม ทางนิติกรก็ให้แบบสัญญามาพร้อมให้คำแนะนำ

เมื่อกลับจากเดินทางมาถึงปัตตานี ก็รีบดำเนินการจดทำแล้วให้ท่านปศุสัตว์อำเภอ และนายอำเภอเซ็นต์เป็นพยาน แล้วเสนอไปจังหวัดเพื่อขอให้ผู้ช่วย ปศจ. และปศจ.เซ็นต์พยานในส่วนที่เหลือ อีก 2 คน  เพื่อส่งไป กองนิติการอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้ศึกษาระเบียบเพิ่มเติม

แต่เมื่อวันที่ 2 พย.53 ทาง พมจ.ปัตตานี ส่งหนังสือ เรื่องขออนุญาติให้ข้าราชการไปฝึกอบรมฯ มาให้ สนง.ปศจ.ปัตตานี (เห็นชัดๆว่าเข้าใจกันผิดไปหมด)

อันที่จริงตั้งใจจะเขียนอะไรต่ออะไรอีกมาก แต่ร่างไว้แล้ว โน้ตบุ้คมีปัญหา เลยหายไปหมด

แต่พอที่จะจำได้อยู่บ้างว่า แรงบันดาลใจในการที่เขียนขึ้นมา ก็ด้วยเพื่อนร่วมคณะเดินทางก็กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการขออนุญาตอยู่ เลยพยายามที่จะสรุปขั้นตอนทั้งหมดให้แกสามารถเข้าใจได้ง่าย โดยแทรกเอกสารที่เกี่ยวข้องต่างๆไว้ด้วย

ณ ตอนที่พิมพ์ปรับล่าสุดตอนนี้ เรื่องของผม กำลังเดินทางจาก ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ กรมปศุสัตว์มา เป็นเรื่องของหนังสือที่ไปทำหนังสือเดินทาง และที่ขอให้ออกเพิ่มเติม ก็คือ การแจ้งมายังจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอขอบคุณ "คุณหลิน" ไม่ทราบชื่อจริง ที่เป็นธุระให้ตั้งแต่แรก สำหรับเรื่องของหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดก็อยู่ที่ห้องอธิบดีอยู่ เพราะเมื่อวันศุกร์ท่านติดราชการ

เรื่องแบบนี้จำเป็นต้องมีการประสานงานที่ดีพอสมควร เพราะในหนึ่งสำนักงานๆหนึ่ง อาจมีคนที่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้(การลาไปศึกษา-ฝึกอบรม) ไม่มากนักหรอก ส่วนใหญ่จะเป็นการไปตามที่มีคำสั่ง-หนังสือเชิญให้ไปซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน เหมือนอย่างที่เป็นปัญหากับผมก็ด้วยความที่ในหน่วยงานไม่มีคนที่เข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไร ส่วนท่านปศจ.ที่เคยไปผมก็ไม่ได้ไปปรึกษา เพราะภาระงานท่านมาก เรื่องจึงกระท่อนกระแท่นแบบนี้

ส่วนความคืบหน้านั้นก็คงจะนำมาเสนอต่อไป