คำพูดก่อนที่จะพูดออกไปเราเป็นนายคำพูด แต่เมื่อพูดออกไปแล้วคำพูดนั้นจะเป็นนายของเรา

การทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ กฎหมายถือว่าเป็นการละเมิด ตามป.พ.พ. มาตรา 420  ในทางแพ่งผู้ที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิด และถ้าหากการทำละเมิดนั้นเข้าองค์ประกอบของความผิดทางอาญาด้วย ผู้ทำละเมิดยังจะต้องรับผิดและรับโทษในทางอาญาด้วย

การหมิ่นประมาทผู้อื่นย่อมทำให้ผู้อื่นนั้นได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียง จึงเป็นการละเมิดในทางแพ่งเสมอ ไม่ว่าผู้หมิ่นประมาทจะทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ตาม แต่อาจเป็นความผิดในทางอาญาด้วยโดยดูจากเจตนาของผู้กระทำผิด เนื่องจากการกระทำผิดทางอาญาแต่พิจารณาว่ามีเจตนาในการกระทำผิดหรือไม่ หากไม่มีเจตนาก็จะไม่มีความผิดทางอาญา เช่น การกล่าวข้อความหรือแพร่ข่าวอันเป็นเท็จ โดยผู้กระทำไม่มีเจตนาจนเกิดความเสียหาย แก่ชื่อเสียงของคนอื่นผู้กระทำจะต้องชดใช้ค่าเสียหายใดๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้มิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง ส่วนจะเป็นความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ ถ้าทำโดยเจตนาย่อมเป็นความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วย นอกจากความผิด " ฐานหมิ่นประมาท " แล้ว ยังมีความผิดอีกฐานหนึ่งที่มักจะได้ยินกันเสมอๆ คือ "การดูหมิ่นซึ่งหน้า" หมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยกฎหมายอาญา มาตรา 326 บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับส่วนการดูหมิ่น คือ บุคคลอื่นซึ่งทำการด่าทอหรือเหยียดหยามผู้นั้นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับความแตกต่างระหว่างดูหมิ่นกับหมิ่นประมาท มีดังนี้

1. ดูหมิ่นซึ่งหน้า เป็นการดูหมิ่นผู้ที่ถูกดูหมิ่น และกระทำต่อหน้า ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีบุคคลที่สามอยู่ด้วย หากมีการดูหมิ่นซึ่งหน้าแล้วถือเป็นความผิดสำเร็จทันที แตกต่างจากหมิ่นประมาทจะต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ถ้าไม่มีบุคคลที่สามมารับรู้การกระทำอันเป็นการหมิ่นประมาทนั้นก็ถือว่าไม่ครบองค์ประกอบความผิด ผู้กระทำจะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

2. ดูหมิ่นซึ่งหน้า คำด่าที่เป็นคำหยาบที่เป็นการเหยียดหยาม คำหยาบคายไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาท เนื่องจากไม่เป็นการลดคุณค่าทางสังคมของผู้ถูกหมิ่นประมาทลงมา เช่น คำหยาบ" ไอ้เหี้ย ... ไอ้สัตว์ " เป็นต้น ไม่ว่าจะหยาบอย่างไร ก็เป็นเพียงคำหยาบคายเท่านั้น แต่คำสุภาพบางคำเป็นหมิ่นประมาท เช่น พูดกับคนอื่นว่าเจ้าพนักงานคนนี้รับเงินใต้โต๊ะจึงจะทำงานให้ จะเห็นว่าไม่มีคำหยาบคายเลย แต่ทำให้เจ้าพนักงานคนนั้นถูกมองว่าเป็นคนทุจริต

เช่นนี้เป็นความผิดสำเร็จแล้ว

3. ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นแม้กระทำต่อผู้ตาย แต่ก็ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทต่อบิดา มารดา บุตร หรือภรรยาของผู้ตายด้วย ในส่วนนี้ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าไม่อาจมีได้ เนื่องจากผู้ตายได้ตายไปแล้ว การไปด่าผู้ตายโดยที่ไม่มีบุคคลที่สามอยู่ด้วยนั้นไม่เป็นความผิดฐานนี้ กฎหมายอาญามาตรา 327 กำหนดว่าผู้ใดใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่สาม และการใส่ความนั้นน่าจะเป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นทำความผิดฐานหมิ่นประมาท

4. ความผิดฐานหมิ่นประมาทมีโทษหนัก คือ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ทำให้ข้อความที่หมิ่นประมาทนั้นกระจายสู่บุคคลที่สามในลักษณะเป็นวงกว้าง ความผิดจะหนักขึ้น แต่ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าไม่มีบทหนัก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน   2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท  ยุคนี้ก้าวหน้ามากทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปได้ กล้องดิจิตอล กล้องวิดีโอ การติดกล้องแอบถ่าย ภาพหวิวผู้อื่นไม่ว่าจะเก็บไว้ดูเองหรือจำหน่ายจ่ายแจก มีความผิดทางแพ่งข้อหาละเมิดสิทธิ จงใจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และหากมีการก๊อบปี้ขายก็เป็นการทำการค้าหรือช่วยให้แพร่หลายสิ่งของลามก จะผิดทางอาญาด้วย โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยังเป็นความผิดได้อีกข้อหาหนึ่งคือ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา แต่ในเรื่องหมิ่นประมาท กฎหมายอาญามาตรา 330 กำหนดว่า ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด พิสูจน์ได้ว่าข้อหาที่ว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง   ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษแต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อหาที่ว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนดังนั้น    ถ้าผู้กระทำผิดพิสูจน์ได้ว่าเรื่องราวที่กล่าวมาแล้วเป็นความจริง   ผู้นั้นมีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ แต่ก็มีข้อห้ามอีกว่าห้ามพิสูจน์หากข้อความที่ถูกหาว่าเป็นการหมิ่นประมาทนั้น   เป็นการใส่ความเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เช่นนี้ไม่ต้องพิสูจน์ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม   เพราะถึงมีการพิสูจน์ออกมาว่าเป็นเรื่องจริงก็เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทอยู่ดี

ความผิดฐานหมิ่นประมาท มีทั้งเหตุยกเว้นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 329 ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต

1.เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนเองหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม หรือ

2.ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่ หรือ

  3.ติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ

4.ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม

ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งถ้าเป็น 4 กรณีนี้จะไม่ถือเป็นความผิดเลย ทุกวันนี้นักข่าวที่เสนอข่าวด้วยความคิดเห็นสุจริตด้วยความเป็นธรรมก็ใช้เงื่อนไขนี้ป้องกันตัวเอง แต่ไม่ใช่จะเสนอข่าวได้ทุกอย่างโดยมีมาตรานี้ป้องกัน ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป แต่การดูหมิ่นซึ่งหน้า ไม่มีเหตุยกเว้นความผิด เพราะฉะนั้นไม่ต้องพิสูจน์ว่าข้อความนั้นจริงหรือไม่ หรือว่าเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าเป็นดูหมิ่นซึ่งหน้าแล้วถือว่าเป็นความผิดเลยไม่ต้องมาพิสูจน์กันอีก

5. การดูหมิ่นซึ่งหน้าเป็นความผิดลหุโทษมีโทษเบากว่าคือ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการหมิ่นประมาทโทษจะมากกว่า แต่การพยายามกระทำความผิดลหุโทษไม่เป็นความผิด อย่างไรก็ตาม ความผิดในเรื่องของการหมิ่นประมาทนี้ เป็นความผิดอันยอมความได้ สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรกระทำคือก่อนจะพูดอะไรออกมาหรือจะเขียนข้อความใด ๆ ที่กำลังนิยมกระทำกันใน Social network ไม่ว่าจะเป็น Hi5 Facebook twitter ควรต้องใช้ความระมัดระวังในการโพสข้อความต่าง ๆ เช่นกัน เพราะเราอาจกำลังหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยที่เราไม่รู้ตัวเช่นกัน