หวี ... ในความทรงจำของผม


วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2553

เมื่อนึกถึงเส้นผม  ผมเชื่อแน่ว่า ทุกท่านคงนึกถึง “หวี” เป็นอันดับแรก ๆ

 

มีการค้นพบว่า ...หวีโบราณยุคเริ่มแรกสุดนั้นขุดพบในเอเชียและแอฟริกาสมัยเมื่อ 4,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งคนโบราณสมัยนั้นใช้หวีที่ทำจากกระดูกส่วนหลังของปลามาสางผมให้ดูเป็น ระเบียบสวยงาม และเนื่องจากลักษณะของหวีที่เป็นซี่ ๆ ดูคล้ายกับฟัน
 
จึงไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า...เพราะเหตุใดชาวอินเดียยุโรปจึงเรียกหวีว่า  ‘gombhos’  ซึ่งหมายถึงฟัน อันเป็นที่มาของคำว่า ‘comb’ ซึ่งแปลว่าหวีในปัจจุบัน
 

        หวีในความทรงจำของผม…
 
        เมื่อจำเรื่องราวของชีวิตได้  สิ่งแรกที่ผมต้องทำตามคำสั่งของเตี่ยและแม่  นอกจากการทานข้าว  อาบน้ำ  และต้องมีการทาแป้ง  และ “หวีผม”
 
        หวีในวัยเด็กของผม น่าจะเป็นหวีพลาสติกด้ามใหญ่  และใช้ร่วมกันทั้งบ้าน รวมเกือบ 15 ชีวิต เมื่อคราวพี่สาวเป็น “เหา” จึงไม่น่าแปลกที่พวกเราในบ้านทุกคนเป็นเหาตามไปด้วย
 
        ตอนประถม 4  ผมยังไว้ผมรองทรงยาวอยู่  ถึงหวีผมด้วยตนเองแล้ว เตี่ยหรือแม่ ยังต้องตรวจทานว่า เรียบร้อยหรือยัง ? และทุกครั้ง ๆ ต้องมาวุ่นวายหวีผมให้ผมใหม่  ในช่วงระยะ 30 ปี ที่ผ่านมา  ทรงผมที่ฮิตของผม คือ ต้องป้ายผมไปด้านซ้ายหรือขวา  แต่ไม่วาย ตอนเลิกเรียน ผมของผมก็ยุ่งกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง
 
        หวนคิดไปถึงตอนนั้น  ผมมีความสุขมากกว่าความรำคาญทุกครั้ง ที่เตี่ยและแม่หวีผมให้ผม  ด้วยมือของท่านที่อบอุ่นส่งสัมผัสกับเส้นผม และกะโหลก กับคำพร่ำสอน ให้ศีลในพรแด่ลูก  ทำให้ผมมีพลัง และมีแสงสว่างในตนเองทุกครั้ง  เตี่ยและแม่ คือ “พระอรหันต์ของลูกเสมอ”
 
        จนกระทั่ง ประถม 5 จนถึง มัธยม 6  ผมต้องตัดผมรองทรงสั้นลานบิน ทำให้แทบไม่นึกถึงหวีเลย  และยามเป็นหนุ่มรุ่น ๆ กลับนึกถึง “เยล” แทน ถึงแม้บางครั้งไม่มีเงินซื้อ ยังใช้สูตรเอาแชมพู มาใช้แทนเยล
 
        เวลาล่วงเลยผ่านมา ผมแทบไม่ถึง “หวี” และความทรงจำของวันวานที่ใช้ชีวิตร่วมกับ “ เตี่ยและแม่  และหวี ” มิได้แจ่มชัดเหมือนท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง แต่เป็นเหมือนสีเทา ที่เจือด้วยสีขาวจาง ๆ เท่านั้น
 
        จนกระทั่ง  เมื่อเตี่ยของผม ต้องเดินทางไปสู่จุดหมายสุดท้ายของชีวิต
 
        กาลเวลาไม่อาจพลัดพราก  “ เตี่ย  และหวี ” ไปจากความทรงจำของผม  ภาพความทรงจำกลับชัดเจน และมีกลิ่นพิเศษที่หอมกรุ่นเมื่อหลับตานึกถึง
 
       ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด จนถึง ณ วินาที  เตี่ยก็ไม่เคยลบเลือนไปจากใจผมเลย       
 
        เตี่ยผมตายอย่างสงบที่บ้าน  กับลมหายใจสุดท้ายที่รายล้อมไปด้วยแม่ ลูก ๆ และญาติ ๆ   ผมรู้สึกว่า เวลาแห่งความทุกข์ได้กัดกร่อนฉีกกระชากทิ่มแทงและทำลายจิตใจผมจนยับเยิน  ลูก ๆ ได้อาบน้ำให้เตี่ย เป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย
 
        เมื่ออาบน้ำแล้ว  ผมหวีผมให้เตี่ย  และตามธรรมเนียมประเพณี คือ หวีผมแล้วต้องหักหวีออกเป็นสองท่อนขว้างทิ้ง  และหวีอันนั้นต่อไปใช้ไม่ได้ เพราะถ้าไม่หักทิ้งเสีย คนที่มีชีวิตเป็นอาจหลงใช้ต่อ  ซึ่งนับเป็น      “ลางร้าย”  ตามความเชื่อที่มีมายาวนาน

       
        หวีในความทรงจำของผม… จึงเป็นความทรงจำเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ผมมิอาจลืมได้ลง
 
        ทุก ๆ เช้า  “ทิมดาบ”  ลูกชายผม อายุ 7 ขวบ  ผมจึงไม่พลาดเวลาที่จะหวีผมให้เขา

 

        หวังว่าในวันข้างหน้า  ผม และทิมดาบ จะมีบันทึกเรื่องราวเดียวกัน  แม้จะถูกถ่ายทอดบันทึกขับขาน แตกต่างกัน ตามกาลเวลา ในแต่ละยุค  ในแต่ละสมัย

 

        และตราบใดที่ลูกมีชีวิตอยู่ในโลกนี้  ผมก็จะมีชีวิตอยู่ในตัวลูก…

 

******

หมายเลขบันทึก: 406521เขียนเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2010 11:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 06:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

เป็นความทรงจำที่งดงามจริงๆค่ะ และ เชื่อเหลือเกินว่า น้องทิมดาบจะมีเรื่องราวนี้เล่าให้ น้องทิมดาบ Jr. ต่อไป

ขอให้มีความสุขในยามเย็นนี้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีคะท่านทิมดาบ

อีฟแอบยิ้ม อารมณ์ดีทุกครั้ง...ซิเอา...

อยากบอกว่า อีฟชอบความเสมอต้นเสมอปลายในงานเขี้ยนที่ช่างกินใจ บาดใจ อ่านทีไร ได้...อะไรที่...ไม่เคยได้รับมาก่อน

เห็นแต่หน้าลูกชายของท่าน เคยจินตนาการอยู่เหมือนกันว่า คุณพ่อจะหน้าตาเป็นอย่างไรนะ...

ล้านคำขอบคุณนะคะ...ท่านเป็นแรงผลักดันให้อีฟแข็งแรงขึ้น ดีวันดีคืน...เวลาอ่านบันทึกของท่านจบที่ไร...ได้รับความสุข อ่ิมเอมใจจนลืม comment ซะที่ครั้งเลย...

อันที่จริง วันนี้อีฟเขียนเรื่องของท่านลงในบันทึกของอีฟด้วยคะ อย่างยืดยาวซะด้วย...แต่พอจะทำการบันทึก ก็นึกถึงท่าน...จะดุ..จะโกรธอีฟไหมน้า...ก็เลย...อย่ากระนั้นเลย...กลัว...ก็เลยเก็บเข้า file ของอีฟเองดีกว่า เก็บไว้อ่านความประทับที่มีให้ท่านแบบนั้นคนเดียว..คงจะดีกว่า จำได้ว่า ในบันทึกของอีฟ กล่าวพาดพิงถึงท่านอยู่สองครั้งแบบเต็ม ๆ (เต็มใจ) ก็นะ...อีฟปากับใจตรงกัน...อย่าถือสา...อีฟเลยนะคะ...ว่าแต่ว่า...เดี๊ยวนี้วันไหนไม่ได้อ่านบันทึของท่าน...ชีวิตเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง...

เหมือน...เขียนยาวซะเหลือเกิน อย่างไร ก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อ้อ ฝาก...ลูกชายที่แสนหน้ารักของท่านด้วยคะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

อีฟ

สวัสดีค่ะ

อ่านด้วยความซาบซึ้งและมองเห็นความกตัญญูอย่างชัดเจน  บันทึกของคุณให้อะไรมากกว่าการอ่านมากมายค่ะ

ยายคิมเพิ่งเข้าใจนะคะว่า...ตามธรรมเนียมประเพณี คือ หวีผมแล้วต้องหักหวีออกเป็นสองท่อนขว้างทิ้ง  และหวีอันนั้นต่อไปใช้ไม่ได้ เพราะถ้าไม่หักทิ้งเสีย คนที่มีชีวิตเป็นอาจหลงใช้ต่อ  ซึ่งนับเป็น      “ลางร้าย”  ตามความเชื่อที่มีมายาวนาน

ตอนเด็กเคยเห็นหวีของคุณปู่ทำด้วยงาช้าง และท่านไม่ใช้ร่วมกับใคร  ของทุกอย่างจึงส่งไปใหพร้อมกับวันที่คุณปู่ไปค่ะ

ขอขอบคุณค่ะ  เป็นกำลังใจให้ทิมดาบเป็นเด็กดี มีพลกำลังแข็งแรงนะคะ

ขอบคุณเรื่องราวที่ถ่ายทอด

เป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่แฝงคุณธรรม และประเพณีความเชื่อ

พี่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน หักหวีถือว่าลูกหลานจะอยู่เย็นเป็นสุข ทุกข์โศกหายไป

ขอบคุณค่ะ เป็นไข้หวัดมาสามวันแล้วค่ะ พรุ่งนี้หากยังไม่ดีขึ้นจะไปหาหมอ

ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่านนะครับ

1. คุณ...ปิริมารจ ทัดบุปผา... > ผมก็หวังไว้อย่างนั้นนะครับ

2. คุณ miss phatpanich eve timsakul > คุณคือความทรงจำที่งดงามใน G2K

3. ยายคิม > ยายก็มีความทรงจำที่งดงาม กับ หวี เหมือนกับผมนะครับ

4. คุณ krutoiting > หายป่วยโดยวันนะครับ

 

  • อ่านบันทึกนี้แล้วพี่มีความสุขจัง.......คิดถึงพ่อ....
  • หวีที่แปรงให้ คือตอนพ่อบรรจงตัดผมให้ สมัยตอนเป็นเด็ก....พ่อไม่ใช่ตัดผมแต่ตัดผมให้ถูกใจสุด.....
  • อีกตอนที่สุขใจคือได้นอนหนุนแขนพ่อ..........
  • นึกไปแล้วอดยิ้มไปด้วยไม่ได้....นะทิมดาบ ช่างสรรหาเรื่องมาเล่า

พี่อุ้มบุญ ครับ

สุขใจ...คือได้นอนหนุนแขนพ่อ จริง 100 % ครับ

และรู้สึกมีพลังที่จะก้าวเดินบนโลกอย่างเชื่อมั่น

ยังได้กลิ่นกรุ่นหอมเสมอเมื่อยามคิดถึงครับ...

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี