กฎแห่งแรงดึงดูด (Law of Attraction)

ไม่ควรลืมที่จะชื่นชมและขอบคุณสิ่งดีดีทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งเล็กน้อยเท่าใดก็ตาม

เคยไหมคะที่คุณอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้ววางมันไม่ลง หลังอ่านจบแล้วเนื้อหาเหล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว คุณอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องราวนั้นมากขึ้น คุณขวนขวายติดตามและพยายามทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ ฉันรู้สึกแบบนี้เมื่อไม่นานมานี้ค่ะ เมื่อได้อ่านหนังสือเรื่อง “The Secret” ของ Rhonda Byrne เป็นหนังสือที่เผยถึงความลับสำคัญของชีวิตว่าด้วยเรื่อง 'กฎแห่งแรงดึงดูด' (Law of Attraction) กฎข้อที่อธิบายได้ง่ายๆ ว่าสิ่งที่เหมือนกันจะมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ดังนั้นเมื่อเราคิดอะไรสักอย่าง ไม่ว่าดีหรือร้ายเรากำลังดึงดูดความคิดแบบเดียวกันเข้ามาหาตัวเอง โดยผู้เขียนยืนยันว่ากฎแห่งแรงดึงดูดเป็นกฎที่ทรงอานุภาพที่สุดในจักรวาล ฉันถูกดึงดูดเข้าหากฎข้อนี้อย่างเต็มเหนี่ยวค่ะ

หากเราต่างต้องการสิ่งดีดืให้กับชีวิต หนังสือเรื่องนี้ชี้แนะกระบวนการคิดสู่ชีวิตที่ราใฝ่ฝันได้เป็นอย่างดี ฉันกูเกิ้ลดูจึงเพิ่งค้นเจอว่ามี ฉบับภาษาไทยชื่อเรื่อง - The Secret - เคล็ดลับสู่ความสุขและความสำเร็จ  แปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา เห็นชื่อผู้แปลแล้วยิ่งทำให้ฉันมั่นใจว่าจะเป็นงานที่น่าติดตามมากที่สุดชิ้นหนึ่งทั้งในด้านเนื้อหาและความบันเทิงในการอ่าน ในระหว่างที่ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดแบบตะวันตกเรื่องนี้ ฉันเจอบทความหนึ่งที่พูดถึงเคล็ดลับของชีวิตที่สมบูรณ์คล้ายๆกับที่เล่าในหนังสือแต่เป็นการสรุปเป็นข้อให้อ่านง่าย จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

เป็นที่รู้กันว่าชีวิตที่สมบูรณ์ไม่ใช่แค่การมีทรัพย์สินเงินทองเพียงอย่างเดียว ความมั่งคั่งในด้านอื่นๆของชีวิตก็เป็นส่วนสำคัญ ฉันเชื่อในชีวิตที่สมดุลที่มีทั้งความมั่งมีทั้งด้านวัตถุและจิตใจอันดีงาม และทั้งสองอย่างต้องมีการขวนขวายใฝ่หาควบคู่กันไปเราจึงจะมีชีวิตที่พร้อม วิธีการหาทรัพย์สินอาจแตกต่างกันออกไปและตามความเห็นของฉันมันไม่ใช่เรื่องยาก วิธีการค้นหาความสุขในจิตใจเราต่างหากที่ทำได้ไม่ง่ายนัก เราต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่ต่างไปจากเดิม วิธีการคิดง่ายๆที่จะช่วยให้เรารู้สึกถึงความสมบูรณฺ์ของชีวิตสรุปได้ดังนี้

1. ทุ่มเทในสิ่งที่เรารัก เมื่อเราได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เรารัก เราจะรู้สึกอิ่มเอมและเป็นสุข เมื่อ เรามีความสุข แววแห่งความสุขก็จะฉายออกมาดึงดูดพลังความสุขจากรอบข้างเข้ามามากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราควรลงมือทำในสิ่งที่เรารักเสียแต่วันนี้ อาจเป็นในรูปแบบของงานอดิเรกก่อนและอาจเป็นอาชีพในวันข้างหน้าก็ได้ค่ะ
 
2. คิดอยู่เสมอว่าเรามีมากกว่าที่เราต้องการ หากเราใส่ใจกับสิ่งที่เราขาดมากเท่าไหร่ เราก็จะติดอยู่กับมันมากเท่านั้น ในสมองจะมีแต่คำว่า ไม่มี ไม่ได้ มีแต่ข้อจำกัด ไร้สุข ไม่มีเวลา ฯลฯ ดังนั้นหากเราไม่อยากจมอยู่กับภาวะนั้นเราก็ต้องหยุดคิดถึงมัน และพยายามคิดว่าเรามีมากกว่าที่เราต้องการ คำศัพท์ทีใช้อาจเปลี่ยนเป็น มี ได้ ไม่มีปัญหา มีความสุข สวยงาม ดีเยี่ยม ฯลฯ หากเราคิดได้อย่างนี้ เราจะมองเห็นสภาพรอบตัวที่ต่างไป

3. ลงมือทำ – หากเราต้องการมีชีวิตที่ดีพร้อมเราก็ต้องลงมือตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่เพียงนั่งหวังถึงชีวิตที่ดีงามโดยไม่ทำอะไรเลย เราต้องกำหนดวิถีชีวิตของราเอง เมื่อเราเริ่มทำในสิ่งเล็กน้อยได้สำเร็จ นั่นคือการสร้างความมั่นใจในการทำการใหญ่ให้ตัวเองด้วยเป็นอย่างดีค่ะ
 
4. รู้สึกชื่นชมและขอบคุณ - หากเรารู้จักชื่นชม โดยธรรมชาติเราจะมองหาสิ่งที่ดีเพื่อให้เราได้ชื่นชอบ ในขณะเดียวกันเราจะยิ่งรู้สึกดีและขอบคุณในสิ่งนั้น ดังนั้นเราไม่ควรลืมที่จะชื่นชมและขอบคุณสิ่งดีดีทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งเล็กน้อยเท่าใดก็ตาม ยิ่งเราปฏิบัติมากเท่าไร เรายิ่งจะดึงดูดสิ่งที่ดีขึ้นให้เข้ามาในชีวิตมากเท่านั้น มันจะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

5. ให้ความรัก – พลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้คือความรัก ความรักจะเป็นเหมือนยาบรรเทาในยามที่เราเจ็บปวด ความรักจะช่วยนำความกล้าและเป็นแรงบันดาลใจให้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน ดังนั้นหากเรามีความรักให้กับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รักครอบครัว รักเพื่อน หรือแม้แต่รักคนที่เราเองไม่อยากมองหน้าด้วยซ้ำได้ รักความยากลำบากและปัญหาทั้งหมดทั้งปวงได้ ความรักนั้นจะเป็นแรงกำลังช่วยในการต่อสู้กับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ได้ดี..

"ความรักมันทำให้ฉันไม่เหมือนเดิม มันทำให้ฉันได้เข้าใจ ว่าชีวิตเรานั้นยังมีรักที่แท้จริง ความรักมันทำให้ฉันนั้นแข็งแรง มันทำให้ฉันได้ค้นพบบางอย่าง ว่ารักเป็นอย่างนี้ และโชคดีเพียงใด ที่ฉันได้มารักเธอ..."  เสียงเพลงจากละครที่คุ้นหู ดังแว่วมา

6. ปรับปรุงบุคลิกภาพ - สิ่งที่เราเชื่อจะช่วยเป็นแนวการดำเนินชีวิตประจำวันได้ดี หากเราไม่รู้สึกว่าเรามั่งคั่ง เราก็ไม่อาจดึงดูดความมั่งมีให้เข้ามาหาเราได้ ดังนั้นเราควรเริ่มสร้างบุคลิกภาพที่ดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง และหมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเราสมควรได้รับความสุขทั้งหมดทั้งมวลในโลกนี้เพราะเราดีพอ  เราจะรับรางวัลแห่งชีวิตด้วยความรู้สึกขอบคุณ ยิ่งเราแสดงความยินดีที่ได้รับเท่าไหร่ เราจะสามารถเปิดโอกาสให้ตัวเองให้ได้รับสิ่งดีๆที่จักรวาลมอบให้เรามากเท่านั้น
 
7. เพิ่มช่องว่างให้ชีวิต - หากชีวิตคือแก้วน้ำที่มีน้ำเสียอยู่เต็มแก้ว ถึงแม้จะมีน้ำสะอาดอยู่รอบๆก็ไม่อาจมีที่ว่างให้ใส่น้ำสะอาดลงไป หากเราไม่เทน้ำเสียนั้นทิ้งก่อน หากเรามัวแต่เอาสิ่งที่ไม่ดีใส่ลงไปในชีวิต เราจะไม่มีช่องว่างสำหรับใส่สิ่งดีดีให้กับชีวิตอีก ดังนั้นเราควรสร้างช่องว่างให้ตัวเองได้รับสิ่งที่ดีๆเข้ามาโดยการกำจัดสิ่งที่ไม่ดีในสมองและจิตใจออกไป ทิ้งความรู้สึกเจ็บปวดและเรื่องราวที่ไม่ดีต่างๆไว้ข้างหลัง ทำจิตใจ ร่างกายและวิญญาณให้บริสุทธิ์ เพื่อสร้างช่องว่างให้สิ่งดีๆมาเยี่ยมเยือนในชีวิตของเรา

8. เปลี่ยนความเชื่อ - นอกจากความไม่มั่นใจในตัวเองเราอาจมีความเชื่อที่อาจมีส่วนในการบดบังไม่ให้เราได้รับความมั่งคั่งสมบูรณ์ได้ มันอาจเป็นความเชื่อที่ว่าคนที่มั่งมีไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนที่มีความสุข หรืออาจเป็นความเชื่อที่ฝังอยู่ในใจว่าความร่ำรวยเป็นภาระที่หนักหน่วง ฯลฯ ดังนั้นเราควรหยุดพิจารณาถึงความเชื่อที่เรามีอยู่ และกำจัดความเชื่อที่อาจจำกัดประสิทธิภาพในการคิด การทำในทางบวกของเรา การหยุดพิจารณาความคิดของเราบ่อยครั้งในชีวิตจะช่วยให้เราเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและราบรื่น

9. ชื่นชมความมั่งคั่งรอบตัว - สิ่งที่เราใส่ใจทะนุถนอมจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นคนรักที่หมั่นดูแลความรู้สึกของกันและกันความรักก็จะเบ่งบานงดงาม ความมั่งคั่งก็เช่นกัน ดังนั้นเราควรมองหาความมั่งคั่งในทุกทีที่เราไป เราควรหยุดที่จะได้มีโอกาสมองหาความสมบูรณ์รอบๆตัว เช่นคนที่อยู่ในเมืองอาจมองเห็นร้านรวงต่างๆทีมีผลิตภัณฑ์มากมาย เมื่อก่อนสิ่งเหล่านี้อาจเป็นแค่ความคิดเล็กๆของใครซักคน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นของวางขายอยู่ในห้างร้านทั่วไป และหากเราไปตลาดจะเห็นได้ว่าผักผลไม้แต่ละชนิดเติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์เล็กๆทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนต่างเป็นความมั่งคั่งรอบตัวเรา ลองหยุดมองดูรอบตัวสิ่งเหล่านี้คือความมั่งคั่งที่เราอาจใช้เป็นแรงบันดาลใจได้ ฉันพูดถึงการหาช่องว่างในจิตใจให้โอกาสกับสิ่งดีๆในชีวิตเข้ามา ในทางกลับกันหากจิตใจเรามีแต่สิ่งดีๆอยู่ โอกาสที่เราจะคิดในทางลบก็มีน้อย จิตใจที่มีแต่ความมั่งคั่งก็ไม่อาจปล่อยให้ความขาดเข้ามาแทรกได้ และเมื่อเราตระหนักดีว่าความมั่งคั่งในชีวิตคือสิ่งที่เราต้องการ เราจะมองโลกในมุมที่ต่างไปจากคนอื่น และนั่นอาจชักนำโอกาสที่ดีมาสู่ชีวิตได้

10. คิดในทางบวก - ลองสังเกตุดูว่าวันไหนหากเรารู้สึกดี ความคิดในวันนั้นจะออกไปในแนวบวก คำพูดที่มีก็จะเป็นคำที่ไพเราะ ชวนฟัง ดังนั้นตามกฎของแรงดึงดูดเราก็จะดึงดูดสิ่งที่ดีในทางบวกเข้ามาในชีวิต หากเราต้องการความสมบูรณ์ให้ชีวิต เราต้องคุมความคิด ให้คิดให้มองโลกในแง่ดีและลองดูว่าจักรวาลจะให้สิ่งดีดีในทุกด้านของชีวิตกับเราไหม?

ที่มา:

http://www.wordofmouthexperiment.com/articles/law-attraction/law-attraction-10-tips-being-prosperous

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกแห่งรอยยิ้ม



ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 

กฎนี้ ให้ข้อคิดที่ดีมากๆ ครับ...

ขอบคุณครับ

ขอบคุณค่ะ อ. นุ ที่กรุณามาเยี่ยมเยียนอีกค่ะ อาจารย์สบายดีนะคะ

เขียนเมื่อ 

คิดทางบวกได้ แต่บางครั้งก็มีทางลบด้วยค่ะ (ส่วนใหญ่)

สวัสดีค่ะ คุณนงค์

ฉันเองก็เหมือนกันค่ะ แต่ต้องพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะIco64

  •   ขอบคุณเรื่องดีดีที่นำมาแบ่งปันนะคะ
  •  ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ

 

เขียนเมื่อ 
  • น่าทึ่งจังกฏนี้......
  • สิ่งที่เชื่อมั่นคือเมื่อใจเราเป็นสุข....ทุกๆสิ่งรอบกายจะดูสวยงามเสมอ

 

เขียนเมื่อ 

  • น่าจะลองอ่าน The Top Secret ของ ทพ. Som Sujeera ทันตแพทย์สม สุจิรา ดูนะครับ
  • มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ และอีกหลายๆเล่ม
  • 'ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น' 
  • 'เกิดเพราะกรรมหรือความซวย' 
  • 'ทวาร 6 ศาสตร์แห่งการรู้ทันตนเอง' - ชอบมากๆ อ่านมาหลายรอบแล้วครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณบันทึกแห่งรอยยิ้ม ที่มีเรื่องดีๆมาฝากกัน ขอบคุณค่ะ

 

วัสดีค่ะคุณคนไกลบ้าน ขอบคุณที่แวะมาอ่านและแนะนำหนังสือดีๆให้ กลับไปบ้านคราวหน้าจะไปหามาอ่านค่ะ

คุณหนูรี สวัสดียามเช้าของวันอันสดใสค่ะ สบายดีนะคะ

คุณยาย และ คุณอุ้มบุญ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ทุกข้อ ถ้าปฏิบัติได้ ชีวิตคงพบความสุข

แค่คิดว่าสิ่งที่เรามี..มากกว่าสิ่งที่เราต้องการ

คงทำให้ใจสงบขึ้น  ไม่วุ่นวาย  ไม่อยากได้อยากมี

อยากทำข้อนี้ให้ได้  เพราะทุกวันคิดว่ายังไม่มีโน่นไม่มีนี่

เลยต้องเหนื่อย ต้องพยายามและอดทน ต่อการไม่สมหวัง

ขอบคุณข้อคิดที่นำมาแบ่งปันค่ะ

สวัสดีค่ะคุณดาวเรือง ฉันก็เหมือนค่ะ

แต่ละบันทึกที่นำมาแบ่งปันแท้ที่จริงแล้วเอาไว้เตือนตัวเองด้วย

ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ