จงทำซะ มิฉะนั้นจะมีผลต่อผลงานของคุณ

คุ้นๆ กับประโยคข้างต้นที่เป็นหัวเรื่องของวันนี้หรือไม่ครับ เป็นคำพูดสุดฮิตของบรรดาหัวหน้างาน หรือผู้จัดการที่ไม่รู้จะใช้วิธีใดจูงใจพนักงานให้สร้างผลงาน บางคนคิดว่า วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดด้วยซ้ำไปนะครับ วิธีดังกล่าวนี้จะคล้ายๆ กับการขู่พนักงานว่า ถ้าคุณไม่ทำในสิ่งที่หัวหน้าต้องการ ก็จะมีผลต่อผลงานของคุณเอง หรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นวิธีการให้โทษแก่พนักงานนั่นเองครับ

การจูงใจพนักงานด้วยวิธีการเหล่านี้ เป็นวิธีที่ไม่มีใครแนะนำให้ใช้เลยครับ เพราะมีแต่จะสร้างผลเสียให้กับความรู้สึกของพนักงาน และลามไปถึงผลงานของพนักงานคนนั้นด้วย แต่กลับเป็นวิธีกที่หัวหน้างานชอบใช้มากที่สุด ด้วยอาจจะเป็นเพราะใช้ง่ายมั้งครับ เวลาที่อยาก หรือไม่อยากให้พนักงานทำอะไรก็ใช้วิธีข่มขู่เข้าว่า เพื่อจะได้ให้พนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงาน

แต่อย่าลืมนะครับว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลแบบชั่วคราวเท่านั้น พนักงานคนนั้นจะทำ หรือไม่ทำ ก็เพราะว่ากลัวการถูกลงโทษ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ เวลาอยู่ต่อหน้าหัวหน้า ก็จะทำตัวเรียบร้อย และทำได้ดั่งใจหัวหน้าทุกอย่าง แต่พออยู่ลับหลังก็กลายเป็นอีกคนหนึ่ง จนบางครั้งผู้จัดการทะเลาะกันเองก็เพราะพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอกของลูกน้องนี่แหละครับ คนหนึ่งบอกว่าพนักงานคนนี้เป็นคนที่ดีว่าง่าย แต่อีกคนกลับบอกตรงกันข้ามเลย

พฤติกรรมที่เราต้องการให้พนักงานเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุง จะไม่เกิดผลใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าใช้วิธีการลงโทษ หรือข่มขู่พนักงานแบบนี้ ลักษณะนี้เป็นการสร้างแรงจูงใจในทางลบมากกว่าทางบวก ซึ่งผลก็คือ พนักงานจะทำไปด้วยความกลัว ซึ่งความกลัวนี้เองที่จะส่งผลให้เกิดความไม่พึงพอใจตามมาอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรวมกลุ่มกันไม่ทำงาน การนัดหยุดงาน หรือแม้แต่การประท้วงต่างๆ

กรณีแบบนี้ก็เหมือนกับการลงโทษเด็กๆ หรือลูกของเราครับ จะเห็นว่าการลงโทษนั้นต้องทำถ้าเกิดความผิดจริงๆ แต่ไม่ควรใช้การลงโทษเป็นเครื่องมือในการขู่ หรือเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะเด็กจะก้าวร้าว ปกติถ้าเราต้องการให้เด็กเปลี่ยนพฤติกรรม เราจะค่อยๆ สอนเขา และจะมีสิ่งจูงใจในทางบวกให้ เช่น ถ้าเขาทำได้ดี เราก็จะส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นคำชม การกอด การทำให้เขาภูมิใจ

พนักงานก็เช่นกัน ถ้าเขาทำไม่ดีจริงๆ ก็สามารถลงโทษได้ตามกฎระเบียบของบริษัท แต่ไม่ควรเอาเรื่องกฎเกณฑ์เหล่านี้มาข่มขู่เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม แต่ควรจะส่งเสริมในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ดี หัวหน้าต้องคอยช่วยพนักงานให้เห็นสิ่งเหล่านี้ ว่าพฤติกรรมที่ดี และผลงานที่ดีนั้นเป็นอย่างไร และเมื่อไรที่พนักงานทำได้ หัวหน้าก็ต้องรีบเสริมแรงในทางบวกทันที

คนเราทุกคนต้องการเป็นคนสำคัญนะครับ (ไม่เชื่อลองถามใจตัวเองดูก็ได้นะครับ) ถ้าเราทำได้ดี แล้วหัวหน้าให้ความสำคัญ ทำให้เราภาคภูมิใจในผลงานนั้น เราจะรู้สึกดีมาก และจะยิ่งทำสิ่งที่ดีเหล่านั้นต่อไปอีก ฉันใดฉันนั้น เมื่อพนักงานเริ่มทำในสิ่งที่ดี และเป็นสิ่งที่หัวหน้าคาดหวังไว้แล้ว หัวหน้าจะต้องรีบบอก รีบชม รีบสร้างความภูมิใจให้เกิดขึ้นกับพนักงานคนนั้นทันที (ย้ำว่าทันทีครับ) แล้วพนักงานจะเกิดการเรียนรู้เองว่า นี่คือสิ่งที่ดี และเป็นสิ่งที่ควรจะทำต่อไป เพราะทำแล้วทำให้เขารู้สึกดี ได้รับความสำคัญจากหัวหน้าของเขาเอง สุดท้ายพฤติกรรมก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น วิธีนี้ต้องใช้เวลาในการสร้าง แต่เมื่อสร้างแล้วสิ่งเหล่านั้นจะคงอยู่ไปนานมาก

ตรงข้ามกับวิธีการข่มขู่ หัวหน้าจะรู้สึกว่าเห็นผลทันทีเลย แต่ผลที่เกิดนั้น เกิดเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นครับ เมื่อหยุดการข่มขู่ สิ่งเดิมๆ ก็จะหวนกลับมาอีกครั้ง หัวหน้าก็ต้องหันมาใช้วิธีข่มขู่อีก มันก็จะวนเวียนแบบนี้ไปไม่มีวันจบสิ้นครับ

หัวหน้างานทุกท่านต้องการจะให้เกิดผลแบบไหนก็คงต้องเลือกเอาเองแล้วล่ะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การบริหารงานบริหารคน



ความเห็น (0)