ความสัมพันธ์ระหว่างเลข 13 กับเลข 19 และสัดส่วนทอง phi
ตัวเลข 13 ถือเป็นเลขนำโชคร้ายสำหรับผู้นับถือศาสนาคริสต์เป็นอย่างยิ่ง ทุกๆ กิจกรรมจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเลขนี้ แต่สำหรับชาวซิกข์จะให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้มาก ความหมายโดยทั่วไปๆ ของเลข 13 น่าจะหมายถึงการเปลี่ยนผ่านของวัยหนึ่งไปสู่อีกวัยหนึ่ง เช่น ก้าวจากวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่น หรือความเชื่อโบราณของไทยที่เด็กจะมีแม่ซื้อคอยดูแลจนอายุครบสิบสองขวบ เป็นต้น
ส่วนเลข 19 คือเลขที่ผู้เชี่ยวชาญทางคัมภีร์กุรอานบอกว่าเป็นเลขพื้นฐานที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์เสมอๆ
เป็นความบังเอิญหรือไม่เมื่อเรานำ 1.3x1.9 = 2.47 = 1.5716x1.5716 แล้วนำ 1.5716x2 = 3.1432 ซึ่งใกล้เคียงกับค่าพาย 3.14159….
เป็นความบังเอิญหรือไม่เมื่อเรานำ 13x13x13 = 2197 แล้วนำ 2x1x9x7 = 126 จากนั้นนำ 19x19x19 = 6859 แล้วนำ 6x8x5x9 = 2160 จะพบว่าผลบวกของตัวเลขในแต่ละคำตอบจะเท่ากันคือ 9
หรือเมื่อเรานำ 2160x7 = 15120 = 126x120 แล้วนำ 15120/840 = 18 หรือ 9 เป็นตัวเลข 9 ที่เป็นส่วนหนึ่งของวงกลม 108 ส่วนนั่นเอง
เป็นความบังเอิญหรือไม่เมื่อ
> นำ 13 x phi 1.618 เพื่อจัดลำดับฟีโบนาชีซักห้าลำดับเพิ่มขึ้น จะได้
13 - 21 - 34 - 55 - 89
> นำ 19x4 = 76 แล้วนำ 89-76 จะได้เท่ากับ 13
เป็นความบังเอิญหรือไม่เมื่อ
> นำ 76 / phi 1.618 เพื่อจัดลำดับฟีโบนาชีห้าลำดับลดลง จะได้
11 - 18 - 29 - 47 - 76
> นำชุดลำดับ 13 และ 76 มาตั้งเป็นสองแถวแล้วลบกันแบบนี้
76 - 55 = 21
47 - 34 = 13
29 - 21 = 8
18 - 13 = 5
> จะเห็นว่าเกิดชุดลำดับฟีโบนาชีของตัวเลข 13 ซ้ำขึ้นมาอีกแถวหนึ่งโดยเหลื่อมกันอยู่สองแถวไปเรื่อยๆ ดังนี้
89 34
55 21
34 13
21 8
13 5
เป็นความบังเอิญหรือไม่ว่ารูปแบบช่างคล้ายกับการพันเกลียวกันของ b-dna ซึ่งเรารู้กันว่าพันเกลียวกันแบบสัดส่วนทองโดยมีความยาวของหนึ่งเกลียวเท่ากับ 34 ส่วน major groove เท่ากับ 21 และ minor groove เท่ากับ 13
ถ้าเราใช้รูปแบบของการเข้าคู่และหักลบกันของชุดตัวเลข 13 และ 76 ดังข้างต้นก็จะได้รูปแบบการซิกแซกกลับไปกลับมาของ 13 – 21 – 34 เป็นสายเรื่อยๆ
เป็นความบังเอิญหรือไม่ว่าการไล่ชุดตัวเลข 13 ไปทางมากขึ้นเพื่อให้ได้ตัวเลข 89 จึงสามารถที่จะลบกับ 76 แล้วเท่ากับ 13 ซึ่งจะประกอบไปด้วยตัวเลขเท่ากับห้าจำนวนคือ 13-21-34-55-89 หรือเท่ากับจำนวนครึ่งหนึ่งของคู่เบสในหนึ่งเกลียวของ b-dna
และเป็นความบังเอิญหรือไม่ว่าต้องคูณ 19 ด้วย 4 เพื่อให้ได้ 76 ในขณะที่ 4 เท่ากับจำนวนเบสทั้งสี่ตัวที่ประกอบกันเป็น dna
สุดท้ายใช่หรือไม่ว่าความรู้และเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ได้มีมานานแล้ว ไม่ได้พึ่งจะเกิดการค้นพบโดยคนสมัยใหม่ พวกเราเพียงแต่อาจค้นเจอหนังสือเก่าเล่มหนึ่งเท่านั้น
สุพัฒน์ เจริญสรรพพืช
วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2553