ฝากไว้กับใจนาง โคลงกำสรวลศรีปราชญ์ ซึ่งศรีปราชญ์แต่งขึ้นเพื่อแสดงความรัก ความอาลัยที่มีต่อนาง เมื่อศรีปราชญ์ต้องโทษถูกเนรเทศไปอยู่เมืองนครศรีธรรมราช ถ้อยคำสำนวนที่ใช้คมคายยิ่งนัก สำนวนที่ใช้สร้างอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง นับเป็นแบบฉบับที่สร้างแรงบันดาลใจแก่กวีในยุคหลัง โดยเฉพาะสำนวนฝากนางในกำสรวลศรีปราชญ์ โฉมแม่จกกฝากฟ้า เกรงอินทร์ หยอกนา อินทรท่านเทอกโฉมเอา สู่ฟ้า โฉมนางจะฝากดิน ดินท่าน แล้วแฮ ดินฤๅขดดเจ้าหล้า สู่สํสองสํ โฉมแม่ฝากน่านน้ำ อรรณพ แลฤๅ ยยวนาคเชยชํอก พี่ไหม้ โฉมแม่รำพึงจบ ไตรโลกย โฉมแม่ใครสงวนได้ เท่าเจ้าสงวนเอง นายนรินทร์ธิเบศร์กวีในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้แต่งบทฝากนางไว้ในนิราศนรินทร์ โดยเลียนแบบจากโคลงกำสรวล ดังนี้ โอ้ศรีเสาวลักษณ์ล้ำ แลโลม โลกเอย แม้ว่ามีกิ่งโพยม ยื่นหล้า แขวนขวัญนุชชูโฉม แมกเมฆ ไว้แม่ กัดบ่มีกิ่งฟ้า ฝากน้องนางเดียว โฉมควรจักฝากฟ้า ฤๅดิน ดีฤๅ เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ลอกกล้ำ ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่า นะแม่ ลมจะชายชักช้ำ ชอกเนื้อเรียมสงวน ฝากอุมาสมรแม่แล้ ลักษมี เล่านา ทราบสวยมภูวจักรี เกลือกใกล้ เรียมคิดจบจนตรี โลกล่วง แล้วแม่ โฉมฝากใจแม่ได้ ยิ่งด้วยใครครอง ในนิราศกรุงเก่า ของ มหาฤกษ์ (หลวงจักรปาณี) กวีรุ่นหลังนายนรินทร์ธิเบศร์ ได้แต่งบทฝากนางเอาไว้ เช่นกัน แสนยากฝากทั่วแล้ว รลุงถอน ใจเอย ปรับทุกข์ฤทัยสมร แม่ข้อง ครั้นเรียมพิไรวอน ฝากจิต เจ้านา สบฤทัยท้าวน้อง รับน้ำคำเรียม เดียวงามสามแผ่นอ้าง อาจระวัง ได้ฤา โฉมบควรฝากฝัง โลกหล้า ฝากใจแม่เรียมหวัง ใจอุ่น ใจเอย ดีกว่าฝากดินฟ้า ฝากเจ้าใจดี ไม่ว่าจะชื่นชอบลีลาร้อนแรงแบบโคลงดั้นในกำสรวลศรีปราชญ์ หรือนิยมลีลาอ่อนหวานสละสลวยแบบโคลงสี่สุภาพในนิราศนรินทร์ และนิราศกรุงเก่า แต่ทว่าสาระสำคัญก็คือฝากนางไว้กับฟ้า..ดิน..ลม..น้ำ..ก็ไม่น่าวางใจเท่ากับฝากให้นางดูแลตัวเอง ฝากไว้กับใจนาง...
ทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกันสร้าง🌍ให้เป็นคนดีของเราเอง แต่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ผมสร้างสีเขียวให้เป็นสีฟ้าเพื่อจะ ช่วยให้ดับไฟที่ใจ(น้ำกับไฟเป็นคู่กัน)…