เด็กจะดีหรือไม่ต้องมาจากครอบครัว พื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูเป็นสิ่งสำคัญ
ขณะที่กำลังดำเนินการสอบนักศึกษาอยู่นั้น
นักศึกษาก็พูดคุยกันเสียงดัง
บางคนก็เดินไปมา หาความสงบไม่ได้
ในฐานะที่ได้รับคำสั่งให้ไปดูแลและเป็นกรรมการกลางก็เลยขึ้นไปดูในห้องสอบ
บางคนนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนๆลอกข้อสอบกัน
ที่ร้ายกว่านั้นก็เอาข้อสอบไปให้เพื่อนที่นั่งข้างหน้าลอก
ในความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมันรับไม่ได้
ทำไมนักศึกษาเราขาดระเบียบ
ไม่เคารพและให้เกียรติครูผู้สอนและตัวของเค้าเองด้วย
จึงเดินเข้าไปถาม...ทำไมหนูทำอย่างนี้ละ นี่มันสอบนะค่ะ(สอบกลางภาคเก็บคะแนน)
ครูในฐานะที่ดูแลต้องลงโทษด้วยการกาหัวกระดาษโดยไม่ให้ตรวจคำตอบให้
จึงได้อ่านชื่อไป(โดยเรียกเพียงนามสกุล)
นักศึกษาคนนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า....เป็นถึงครูสอนภาษาไทยอ่านชื่อเด็กก็ไม่ออก และหันมามองหน้าแบบท้าทายแล้วเดินออกไป
และได้เรียกกลับมาแล้วบอกว่า....คุณเป็นนักศึกษาพูดจากับครูแบบนี้หรือ ถ้าหากไม่พอใจที่จะเรียนที่นี่ก็ลาออกไปเรียนที่อื่นได้ แต่ถ้ายากเป็นคนดี มีการศึกษาก้ควรปรับปรุงตัวด้วย
ที่บ้านขาดการอบรม....หรือว่าเป็นเพราะอบรมแล้วแต่ด้วยนิสัยของคนถึงได้เป็นแบบนี้
ขาดเรียนบ่อย
ไม่สนใจงานที่มอบหมาย
มาสายเป็นประจำ
แต่งตัวจัดจ้านเกินวัย
หลังจากนั้นก็รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงที่ไปที่มา และตรวจคะแนนแต่สอบไม่ผ่าน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องประเมินด้วยก็ไม่ให้ผ่าน
แต่ครูผู้สอนได้มาต่อว่า เด็กตกวิชานี้ไปสองรอบแล้วน่าจะให้ผ่านไปได้
จึงได้คุยแนะนำไปว่าไม่ควรเอาใจนักศึกษาจนเกินเหตุ เด็กมาหรือไม่มาและให้คะแนนไปนั้นคุณภาพงานมันอยู่ตรงใหน
หากจะให้ผ่านต้องปรับเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมมาด้วย และให้เข้ามาพบและพูดคุยกัน.....ก็ไม่มา
คิดอีกทีก็ไม่รู้ว่าตัวเองแรงไปหรือเปล่า
ทำผิดกับนักศึกษาคนนั้นมากไปหรืออย่างไรกัน
หรือว่าตัวครูผิดเองที่เจ้าระเบียบและเข้มงวดมากเกินไป
ช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ
ดีคะ
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วดี เตือนสติและสะกิดใจครูได้หลายข้อมากนะคะ
ดีใจมากค่ะที่แวะมาทักทาย
ครูทำตัวลำบากมากค่ะ
จึงได้แต่ปล่อยวาง
ดีใจมากค่ะ ที่แวะมาทักทาย
มีความสุขมากๆน่ะค่ะ
เด็กๆเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เรียนวิชาธรรมกัน
และขาดการอบรมเพราะไม่มีเวลาพอ
ก็ได้อย่างที่เห็นค่ะ