
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา 09.00-09.30 น. ประชุมหัวหน้า กศน.ตำบล 8 แห่ง ให้แนวทางการทำงานพัฒนา กศน.ตำบลเชิงประจักษ์ ขอให้อยู่ในพื้นที่ชุมชน ทำให้ กศน.ตำบลเป็นศูนย์การเรียนชุมชนตลอดชีวิต โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุดชุมชน ศูนย์อินเตอร์เน็ตชุมชน และบ้านหลังเรียน และให้เตรียมพร้อมผลงานและข้อมูลการประเมิน " 6 เดือน 6 คุณภาพ"ด้วย(ผ่านไป 1 เดือนแล้ว) กศน.อำเภอฯจะกระจายทรัพยากรไปช่วย กศน.ตำบลอย่างเต็มที่
เวลา 09.30 น.ผมได้เข้าร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการของอำเภอมัญจาคีรี โดยมี นายเฉลิมชัย ชละธาร นายอำเภอมัญจาคีรีเป็นประธาน ผมได้รับการแนะนำตัวเป็นวาระแรก เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับภัยจากภาวะน้ำท่วม เป็นการแสดงและตรวจสอบข้อมูลรวมทั้งการเตรียมการช่วยเหลือหลังน้ำท่วมด้วย นอกจากนี้เป็นการเตรียมงานต่างๆที่จะมีขึ้นในเวลาข้างหน้า
สำหรับผมได้แจ้งที่ประชุม 3 เรื่อง คือ (1)เรื่องการใช้ server ของ กศน.มัญจาคีรี จะทำฐานข้อมูลแหล่งความรู้แหล่งท่องเที่ยว (2)เรื่อง กศน.ตำบล ขอความร่วมมือ อบต.และเทศบาล ให้ความร่วมมือทำให้ กศน.ตำบลเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนโดยมีห้องสมุดชุมชน ศูนย์อินเตอร์เน็ตและบ้านหลังเรียน (3) ขออาคาร 2 ชั้นข้าง กศน.อำเภอมัญจาคีรีจัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ ICT เพื่อจะได้เป็นสถานที่อบรมแลจัดกิจกรรม ICT รวมทั้งเตรียมการขอศูนย์การเรียนรู้ ICT เพื่อพ่อหลวงของกระทรวง ICT ต่อไป (ซึ่งท่านนายอำเภอมัญจาคีรีได้อนุญาตให้ใช้สถานที่ดังกล่าวได้...ผมต้องขอขอบพระคุณในความกรุณาครั้งนี้มากครับ)

ในวาระที่ 3.4 สภาวัฒนธรรม(โดยนายสกล เทียนคำ) ได้นำเสนอเรื่องการสร้างอนุเสาวรีย์ พระยาพฤติคุณธนเชษ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองมัญจาคีรีคนแรกและเล่าประวัติการสร้างเมืองและย้ายเมืองจนมาอยู่ที่อำเภอมัญจาคีรีในปัจจุบัน ซึ่งแสดงถึงความเป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ที่ลูกหลานชาวเมืองมัญจาคีรีต้องเรียนรู้และภาคภูมิใจ
ในโอกาสนี้ผมก็ขอแนะนำ...อำเภอมัญจาคีรีอย่างคร่าวๆ เพราที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ประเทศไทยรู้จักอยู่ 2-3 แห่งแล้ว คือ อุทยานกล้วยไม้ป่าบานและหมู่บ้านเต่า และมี หลวงปู่ผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต ยังมีแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมอีก 2-3 แห่งที่กำลังเปิดตัว เช่น น้ำตกห้วยเข และภูวัด "เมืองโบราณ ตำนานนาคินทร์" ซึ่ง กศน.อำเภอมัญจาคีรีจะรับหน้าที่ถอดองค์ความรู้สู่อินเตอร์เน็ตในโอกาสต่อไป
มัญจาคีรีนามเมืองเก่า บึงกุดเค้าคู่เมืองบ้าน
นมัสการหลวงปู่ผาง ตลาดกลางที่นอนหมอน
แสนออนซอนดอนเต่า งามลำเนาเขาภูเม็ง
เล็งชมกล้วยไม้ป่าบาน โบราณสถานโนนศิลาเลข
สิมชั้นเอกวัดสระทอง น้ำตกลือก้องห้วยเข
ผ้าไหมสุดเก๋หนองหญ้าปล้อง


ประวัติ
อำเภอมัญจาคีรี เดิมตั้งที่ว่าการอำเภออยู่ที่บ้านหัวหน้า ตำบลจระเข้ อำเภอเมืองขอนแก่น โดย ณ ที่นั้นมีภูเขาชื่อ "เม็ง" ซึ่งราชบัณฑิตยสถานสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำ "มญฺจ" ในภาษาบาลี อันแปลว่า "เตียง" หรือ "แท่น" อำเภอนั้นจึงได้ชื่อว่า "มัญจาคีรี" หมายความตามตัวอักษรว่า "ภูเขามัญจา" หรือ "ภูเขาเม็ง" แปลได้อีกว่า อำเภอที่ตั้งอยู่ใกล้เขาอันมีรูปดั่งเตียงหรือแท่น
ต่อมา พ.ศ. 2419 ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งที่บ้านสวนหม่อน พ.ศ. 2430 ไปที่ตำบลกุดเค้า แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอกุดเค้า" ตามตำบลที่ตั้ง จึงกลับใช้ชื่อ "มัญจาคีรี" ดังเดิมเมื่อ พ.ศ. 2481
เมืองมัญจาคีรี หรือ อำเภอมัญจาคีรี ปรากฏอยู่ในทำเนียบมณฑลอุดร กล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้ตั้งเมืองขึ้น ชื่อ เมืองมัญจาคีรี โดยมี จางวางเอกพระยาพฤติคุณธนเขม (สน สนธิสัมพันธ์)เป็นเจ้าเมืองคนแรก ของเมืองมัญจาคีรี หรือ อำเภอมัญจาคีรี เมื่อ พ.ศ. 2433-2439 เจ้าเมืองคนที่ 2 คือ พระเกษตรวัฒนา (โส สนธิสัมพันธ์)เมื่อ พ.ศ. 2439-2443 และมีปรากฏประวัติเมืองมัญจาคีรี ในหนังสือประวัติจังหวัดในประเทศไทย ในห้องสมุดของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า - กรุงเทพฯ)
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอมัญจาคีรีแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็นแปดตำบล หนึ่งร้อยสิบหกหมู่บ้าน ได้แก่
กุดเค้า สวนหม่อน หนองแปน โพนเพ็ก คำแคน นาข่า นางาม ท่าศาลา
ในฐานะคนมัญจาคีรีคนหนึ่ง ขอขอบคุณท่าน ผอ.สุรินทร์ มากๆเลยนะคะที่จะมาพัฒนามัญจาคีรี หนูเต็มใจช่วยเต็มที่ค่ะ
ขอบคุณมากครับ คงได้ร่วมมือกันอย่างเต็มที่แน่นอนครับ
มัญจาน่าอยู่