เรื่องเล็ก ๆในวันเล็กๆ แต่คาดว่าจะเป็นความทรงจำระหว่างพลพรรครักเอยไปอีกนานเท่านาน กับ "โครงการออกค่ายเพื่อโรงเรียนและชุมชนบ้านน้ำมี อ.ท่าลี่ จ.เลย" มกราคม 2554 เจอกันแน่นอน
เพื่อนกรรณ เจ้าของไอเดียที่อยากชวนเพื่อนออกค่าย...หะแรกอยากไปตาก...ไปทำไมที่ตาก ไกลไป เพื่อนสายสารคามจะหนักค่าเดินทาง
ไป๊ไป จะช่วยหาแถวๆ อีสานให้
เพื่อนกรรณบอก...ขอบรรยากาศดีๆ นะ มีป่า มีภูเขา
"เจ้าป้าตุ่น" แถมให่ว่า  ต้องการบรรยากาศใสๆ ด้วย...มีนาขั้นบันไดด้วยใช่ป่าว...อย่างนี้ต้อง "ท่าลี่ จ.เลย" เลย
ผ่านไปไม่นาน เสียงขู่เล็กๆ มาทางโทรศัพท์ "ตุ่นต้องไปนะ"...งานนี้ไม่ว่ากัน เพราะรู้ว่าอยู่ว่าตุ่นแคร์ 
แต่ที่หนักใจ กับคำถามต่อมาว่า "ท่าลี่ มีอะไร"...
ไม่มีอะไร้ นอกจาก มีป่า มีภูเขา มีความใส และมีนาขั้นบันได...เดี๋ยวพรุ่งนี้ก้อรู้
 
 
  • ทีมสำรวจค่าย
 
ระหว่างภารกิจการสำรวจ...แบบเป้าหมายสลัวๆ ไปตามสายหมอก...9 โมงเช้า ณ ยอดภูเรือ หมอเหนกก็ชี้ไปที่บ้านน้ำมี หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ท่าลี่ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาและสายหมอก พอลัมพัดหมอกลอยไป บ้านเรือนหลังเล็กๆ ไกลลิบๆ  ก็ปรากฏโฉมอวดสายตาพวกเรา 4 คน เมื่อมองจากยอดภูเรือมันสวยงามมาก จน ญ แอ๊ว บอก ไม่คิดว่าชีวิตหนึ่งจะได้มาสัมผัสอะไรอย่างนี้
ขอบอก  Project นี้ มันอลังการงานสร้างมาก
...เพื่อนกรรณบอก "เอ้ยมาดู นี่งัยนาขั้นบันไดของสู...อิอิ" ใช่ป่าวนี่ ในขณะที่เพื่อนแอ๊วก็ Action ในนาม Miss photogenic ไปพลางๆ บางครั้งก็เผลอตั้งคำถามปนเสียงหัวเราะว่า คิดได้งัยท่าลี่นี่
หลังจากนั้นเราก็ตกลงกันง่ายดายว่า พื้นที่เป้าหมายคือบ้านน้ำมีนี่แหละ
ใกล้ที่กินที่เที่ยว ในภูเรือ เชียงคาน ปีนผาที่คุนหมิงเมืองไทยที่ต.หนองหิน ที่จะทำให้วันหยุด2-3 วันเป็นวันพักผ่อนดีๆของเพื่อนๆ และครอบครัว เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติ และอยากเรียนรู้ธรรมชาติ
แล้วจะทำรายละเอียด Project มาให้ดู คาดว่าน่าจะประมาณปิด 3 วันในเดือนมกราคม 2554
ติดตามรายละเอียดได้นะคะ
บันทึกฉบับนี้มีเรื่องราวที่เพื่อนกรรณเขียนไว้ใน Facebook มาฝากกันจ้า เป็นการเรียกน้ำย่อย ในชุด ตุ่นท่าลี่ ยอมจำนนฟ้าดิน (ปล.ตุ่นก็ยังไม่ถึงท่าลี่อีกตามเคย)
Grun Sanan-ua on Monday, November 1, 2010 at 4:21am "ภาพที่นำมาฝากอาจแหล่มไม่พอ..แบบสู้หมอกไม่หว่ายอ่ะนะ...แต่เป็นภาพจริงไม่แต่งเนียนจ้า"

 

  • หนทางนี้ มีใว้ให้ลุย!! สำหรับบ้านน้ำมี สบายใจได้...รถเข้าถึง ถนนดำทั้งสาย

 ว่าด้วยโครงการออกค่ายเล็กๆ แจกของน้องๆ เลี้ยงอาหารและปรับปรุงโรงเรียนในถิ่นกันดารตามกำลังและสภาพ เป็นที่มาของทริปทรหดในรอบนี้

 

เริ่มจากเค้าโครงร่างที่เล่าให้นู๋ตุ่นฟังถึงความตั้งใจจะทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมกับเพื่อนๆ  (ตกลงตุ่นเริ่มหรือด๋อยเริ่ม...อิอิ...)หลังจากเห็นพลังในการรวมตัวของพวกเรา 6/12SPK ที่ปากช่องและที่สารคาม นอกเหนือจากกิจกรรมสังสรรค์กันตามปกติ กับข้อความเล็กๆ บนบล๊อคของนู๋ตุ่น ทริปออกสำรวจเส้นทางและมองหาโรงเรียนเป้าหมายรวมถึงที่พักสวยๆ ใว้รองรับเพื่อนๆ จึงเริ่มขึ้นในวันนี้

  

  • หมอกหนาๆ กับบรรยากาศสุดเย็น สัมผัสความเย็นโดยค้างคืนที่ภูเรือสักคืน ก่อนเข้าไปบ้านน้ำมี
 

 หลังจากโทรแจ้งนัดหมายกับเพื่อนตุ่นเมื่อหลายวันก่อน กับอาการไม่แน่ใจบวกกับติดงานของนู๋ตุ่น วันนี้เลยเล่าให้นููแอ๊วฟังแถมด้วยขู่เล็กๆ ว่าถ้าไม่ไปอาจพลาดทริปสำคัญ ว่าแล้วก็โทรไปล๊อคเพื่อนเหนกเพื่อให้แน่ใจว่ามีเพื่อนกินเหล้าแน่นอน ถึงแม้สองสาวจะไม่ไปก็ตาม ซึ่งเข้าทางหมอเหนกคนย่ำป่าเป็นอาชีพอยู่แล้ว

   

  • น้ำตกสามชั้นในอุทยานแห่งชาติภูเรือ
  • เดินจี๊บๆ จากลานกางเต้นท์ของภูเรือ...เก็บความทรงจำก่อนทำกิจกรรมเพื่อสังคม

 วันเดินทางนู๋แอ๊วลงรถทัวร์ทีัโคราชกับชุดสุดล้ำ ประมาณว่างานนี้ป่ากระเจิงแน่นอง แต่ก็ต้องทำใจ...ก็มันเป็นแอ๊ว... ถ้าเป็นแบบอื่นก็คงไม่ใช่เธอ.. แอ๊วแพนโดล่า ว่าแล้วก็โทรยืนยันกับหมอเหนกก่อนโทรไปขู่นู๋ตุ่น ด้วยว่าท่าลี่นี่เธอเป็นคนจุดประกาย แล้วจะปล่อยให้เพื่อนๆ อารมณ์ค้างได้อย่างไร สุดท้ายนูู๋ตุ่นเลยต้องแอบแว๊บจากมหาลัยมาจนได้ อย่างนี้สิ.. รักกันจริง

  

  •  ผืนป่าและหมอกชื้น ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่

กับการเดินทางในช่วงบ่ายที่ดูเหมือนจะถึงท่าลี่ได้ก็คงมืด เราจึงเปลี่ยนแผนไปนอนกันทีภูเรือก่อน รุ่งเช้าค่อยต่อไปท่าลี่รวมงานสำรวจรีสอทไปในตัว ตามคำแนะนำของคุณแผนที่ (หมอเหนก)

 

เช่นเคยถึงภูเรือก็ค่ำ (ปกติเพื่อนกรรณต้องเปิดไฟรถกางเต้นท์ประจำ...แบบว่าทำชีวิตชิลด์ๆ) กว่าจะแวะซื้อเสบียงหาทำเล กางเต้นท์เสร็จก็มืดตามระเบียบ เสร็จสรรพก็ร่ำสุราแกล้มกับนินทาเพื่อนๆ (ที่ไม่ได้มา) แบบออกรสกันเมามันบวกกับอากาศที่เริ่นเย็นลงเรื่อยๆ อย่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานบอก ... งานนี้มี 13 องศาแน่นอน...งานเข้า!! นู๋ตุ่นกะมานอนรีสอทแบบชิวๆ นู๋แอ๊วก็อย่างที่เป็น มาพร้อมเป้ใบนึง เฮ้อ!! ส่วนเพื่อนเหนกคงเข้าป่าจนชินแต่งานนี้ท่าจะรีบ ตกลงมีผ้าห่มผืนเดียว.... งานนี้ลำบากแน่ตรู

   

  • ดอกบัวตองและสนสองใบ...ได้บรรยากาศสุด Cool

เวลาผ่านไปรวดเร็ว... ด้วยหลักสูตรสอนเปิดขวดภาคปฏิบัติของอาจารย์เหนก กับอาการปลื่มจนออกหน้าออกตาแบบคลาสสิกไม่เลิกของนู๋แอ๊ว ทำเอาเพื่อนตุ่นถึงกับมือระบม ด้วยว่าเธอเหมาเปิดขวดโซดาแต่เพียงเจ้าเดียว แต่อยางว่า หลักสูตรเร่งลัดน่ะ ทนๆ เอา

 ยังไม่ทันเหล้าสองขวดจะหมดดีก็มีเด็กอยากกินมาม่าซะงั้น หมอเหนกเลยต้องงัดมาม่ากะไข่ที่ตุนใว้เผื่อโหยตอนเช้าออกมาบรรเลงซะ ... อยากบอกว่าอร่่อยโคตร ถ้าไม่เกรงใจกะจะต้มสักสามหม้อ... งานนี้น้ำตรึมไม่พลาดเหมือนทริปที่แล้ว

 

ใครจะรู้หลังจากผ่านไปยี่สิบปี วันนี้เพื่อนๆ เราสี่คนนั่งตากหมอกนินทาเพื่อนๆ กันอยู่ที่นี่ ภูเรือ ...(นินทาที่ไหน พูดถึงด้วยความรักใคร่ต่างหาก คริคริ) เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกในขณะที่เพื่อนๆ เล่าเรื่องราวในห้วงยี่สิบปีแห่งการใช้ชีวิตนอกรั้วเหลืองน้ำเงิน ถูกบ้างผิดบ้าง .... ขอบคุณหมอเหนกสำหรับหลักการจัดลำดับคนสำคัญของชีวิต (มี7 ข้อ) และ วิธีคิดแบบแข่งหนูลงรู ... ทำให้เข้าใจชีิวิตอีกเยอะ ... Blend ผ่านไปเกือบสองขวด ... แต่ยังไม่ทันไรนู๋แอ๊วก็ออกอาการ "เหล้าเอี้ย!! ไรวะแด๊กละมาววววว....ชิหาย" ว่าแล้วคุณนู๋ก็ลงไปคำนับฟ้าดินผงกๆ แถวข้างเต้นท์... ละก็ออกลีลาแพนโดล่ากันปายยยย...จนเป้นที่มาของทริป ที่ว่า "ยอมจำนนฟ้าดิน"  เล่นเอาหมอเหนกลุ้นแทบแย่ ด้วยกลัวว่าคุณนู๋จะโดดใส่เต้นท์... มีหวังเดือดร้อนกางเต้นท์กันตอนดึกอีกแน่

ว่าแล้วนู๋แอ๊วก็โดนจับโยนเข้าเต้นท์ไป แต่ก็ออกมางอแงอีกรอบด้วยว่าเธอยังไม่เสร็จกิจและด้วยความช่วยเหลือของนู๋ตุ่นที่เดินเซเป็นปู แต่ก็พอจะคลำทางถูก.. นู๋แอ๊วเลยได้กลับเต้นท์อีกรอบ สุดท้ายราตรีก็จบลงแบบมึนๆ มันส์ๆ กับสองสาวที่หอบทั้งถุงนอนกับผ้าห่มไป เหลือใว้แต่ผ้าโสร่งกะผ้าขนหนูให้หมอเหนกกะเราเอาใว้ลุย 13 องศากันเมามัน... ตอนตีหนึ่งก่าๆ zzz ..... หนาวววว ชิหาย (แถมเช้ามา มีหน้ามาขอบคุณในความเสียสละของเพื่อน...โอ้จอร์จ นายหน่ะ แมน มาก-รู้ป่าวตรูหนาวเกือบตาย อิอิ)

 

หลังจากเก็บของหลบหมอกกันพอเป็นพิธีก็มุดเข้าเต้นท์กันสองคนกับหมอเหนก เหตุว่ามีเต้นท์เดี่ยวอยู่สองหลังเลยต้องเบียดกันนิดหน่อย อุ่นดี... ว่าแล้วเพื่อนเหนกก็เริ่มเดินเครื่องพร้อมติดเทอโบกันไป .... เอวัง

  

ยังไม่ทันจะสว่างดีกับเสียงกรนกะเสียงคราง สิบสามองศาๆ ๆๆ ของหมอเหนก... บวกกับความหนาวสุดๆ ประมาณตีสี่ครึ่งไอเดียก็บรรเจิด ด้วยว่าหนาวมากนอนไม่ไหวเลยต้องตื่นมาก่อไฟผิงหนีตาย เพื่อนตุ่นโงเงออกมาจากเต้นท์ละก็ปูเสื่อนอนข้างเตากันจริงจังแถมบ่นพรึมพรำว่าทำไมไม่ก่อไฟตั้งนานแล้ว ส่วนหมอเหนกหลังจากได้ผ้าห่มจากพระเจ้าเอาไปดับหนาวก็เดินเครื่องต่อไป .... รอดตายละท่าน ส่วนนู๋แอ๊วทำเพรสหน้าเนียนมานั่งข้างเตา เหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นแถมชมปร๋อ "เหล้าไรอ่ะดีจัง ตื่นมาไม่แฮ๊งเลย". เอ้อ!! ตรูจะบ้า..... ส่วนโครงการข้าวจี่ของนู๋ตุ่นก็มีอันพับไปเนื่องจากเธอจัดการกับข้าวเหนียวหมดไปตั้งแต่ะรอบดึก ส่วนไข่ก็บรรเลงไปพร้อมกับมาม่าเรียบร้อยแล้ว ... เอาใว้ทริปหน้าละกันเพื่อน และไม่อยากบอกเลยว่า โทรศัพท์ก็เริ่มแบตหมดกันทีละเครื่อง ทีละเครื่อง เพราะบนภูเรือใช้การปั่นไฟ จึงมีไฟฟ้าใช้เป้นบางเวลา ประมาณว่าจะขอเสียบแบตไม่ได้เลย ยังดีที่รถเฮียกรรณทำให้ iPhone ใช้งานได้ ไม่งั้นงานเข้ามากกว่านี้

 

นั่งผิงไฟกันพออุ่น นู๋แอ๊ว ก็ไอเดียบรรเจิด ชวนเราไปชมน้ำตกหินสามชั้น ตอนตีห้าซึ่งห่างจากจุดตั้งเต้นท์แค่สองร้อยกว่าเมตร แต่ก็สวยอย่าบอกใคร อาจเป็นเพราะหมอกเย็นๆ กับบรรยากาศที่หาไม่ได้แล้วในเวลาปกติ ขากลับจากน้ำตกเล่นเอาเราหอบรับทาน สวนเพื่อนแอ๊วยังดี๊ด๊าหมือนเคย ... สงสัยวันเกิดปีนี้คงต้องเลิกบุหรี่จริงๆ อาการหนัก....

พอฟ้าสางนู๋ตุ่นก็ทำหน้าที่แม่บ้าน จัดการข้าวต้มเห็ดหอมแสนอร่อยท่ามกลางบรรยากาศสายหมอกและขุนเขารอบๆ ตัว พร้อมๆ กับการประทับร่างของหมอเหนกในยามเช้า ... พอสายๆ ก็เก็บเต้นท์เตรียมเดินทางกันตามแผน แต่ก่อนอื่นต้องแวะยอดภูเรือเก็บภาพไปฝากเพื่อนๆ กันก่อน

  • ระหว่างภารกิจการสำรวจ

บนยอดภูเรือทำให้รู้ว่ามีหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ บ้านน้ำมี ในหุบเขาข้างล่างจากการแนะนำของหมอเหนก เป็นที่ๆ หมอเหนกเคยออกค่ายเมื่อสมัยวัยหนุ่ม เลยเป็นที่มาว่าน่าจะเป็นหมู่บ้านเป้าหมายที่พวกเรา 6/12 SPK น่าจะมาทำกิจกรรมร่วมกัน ดุจากสภาพแล้วเอารถเข้าหมู่บ้านได้ ต่างจากสมัยหมอเหนกเมื่อหลายสิบปีที่แล้วที่ต้องเดินลัดป่าลงไป อันนี้คงไม่ไหวเพราะดูจากสังขารแล้วมีหวังเป็นผีเฝ้าป่าแถวนี้แน่นอน เพื่อนๆ เราก็คงกระเตงลูกๆ ลงเขากันเป็นพัลวัน ดูท่าจะไม่งาม

เอาเป็นว่าหมู่บ้านนี้ในเวลานี้น่าจะเหมาะ มีถนน มีไฟฟ้าเข้าถึง ส่วนรายละเอียดสถานที่ทำกิจกรรม ต้องไปลุยกันในช่วงบ่าย 

  

  • จากยอดภูเรือ ในหุบเขาด้านล่าง คือบ้านน้ำมี...อ.ท่าลี่

หลังจากไหว้พระกะถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ ก็เตรียมเดินทางต่อ นู๋แอ๊วออกปากประทับใจโคตรๆ มาตลอดทาง อยากมาอีกๆ เสียดายท่านกรกะนู๋แดงไม่มาด้วย ไม่งั้นสะบึมแน่นอน ... ยังไม่ทันไรพอผ่านเนินพิศวงเจ้าลูกจี๊ปก็ออกอาการเมื่อยไม่ยอมวิ่งต่อซะงั้น ... เล่นเอาเพื่อนๆ เซ็งไปตามตามกัน สาเหตุน่าจะมาจากอาการน้ำท่วมรถเมื่อหลานวันก่อน งานเข้าละครับพี่น้อง

โชคที่ที่นู๋ตุ่นติดต่อช่างจากข้างล่างขึ้นมาได้ ทำให้พวกเรามีความหวังกันไม่น้อย แต่หลังจากที่หลับละก็ตื่น ตื่นละก็หลับอยู่หลายตลบ ช่างก็ยังไม่สามารถปลุกลูกจี๊ปจากอาการนิ่งสนิทได้ เพื่อนๆ เลยต้องลงมติถอดใจและยกยอดงานสำรวจใว้ในทริปต่อไป ก่อนลากลูกจี๊ปลงเขามาชำแหละที่อู่ และก็ปล่อยให้โต้ลมหนาวอยู่ตัวเดียว

  • บรรยากาศระหว่างทาง และในหุบนั้นคือ บ้านน้ำมีจ้า

หลังจาก clear เรื่องลูกจิ๊บพอสบายใจได้เปราะหนึ่ง หาอะไรใส่ท้องแล้ว ก็ตกลงจะเหมารถจากภุเรือเข้าเมืองเลย และน่งรถประจำทางจากเมืองเลยเข้าขอนแก่น...ว่างัยว่าตามกัน ดีกว่าโบกรถขนกล้วยแล้วกัน อิอิ

นับเป็นการนั่งรถทัวร์ครั้งแรกในรอบหลายสิบปี (ทำให้หลายคนมีชีวิตชีวากับการเห็นแม่ค้าแม่ค้าที่ขายไข่ปิ้งและข้าวเม่า...เฮ้อ) หลังจากที่เหมารถเข้าเมืองมาท่ารถได้ ทุกคนก็ดูหงอยๆ กันไปด้วยว่าไปไม่ถึงจุดหมาย ต้องขอโทษเพื่อนๆ จริงที่ลูกจี๊ปทำเอาเดี้ยงกันไปตามๆ กัน (ม่ายเกี่ยวกับลูกจี๊บเลย...สังขารไม่พร้อมตังหาก) เอาใว้วันไหนกลับมารับลูกจี๊ป ใครว่างเว้นภาระกิจจะกลับมาสานฝันต่อก็ยินดีนะท่าน

สุดท้ายก็จบลงที่ร้าน นส. ข้าวต้มของหมอเหนกอีกตามเคย ประมาณว่าประเทศขอนแก่นของหมอเหนก ตรูมีร้านเดียวในดวงใจจริงๆ อยากขอบคุณนู๋แอ๊วที่แข็งแรงเหลือกำลัง มีเวลาจะพาเอาพลังไปสร้างโรงเรียนนะเพื่อน ขอบคุณนู๋ตุ่นที่เสียสละเวลาและรับผิดชอบกับต้นความคิด ... ตุ่นท่าลี่ คิดได้งัย อิอิ ขอบคุณหมอเหนกสำหรับประสบการณ์การย่ำป่า ขอบคุณที่ขับรถไปส่งจนถึงบ้าน ... ไม่ต้องรีบมากก็ได้ คนที่บ้านเราไม่ได้ดุขนาดนั้น ...

 

อยากเชิญชวนพี่น้องผองเพื่อนเป็นการเบื่องต้นสำหรับโครงการนี้ เอาใว้กลับไปเก็บข้อมูลโรงเรียนละก็ที่พักดีๆ ละจะเอามาแจ้งให้ทราบ เพื่อนๆ จะได้รู้สึกว่างานนี้ไม่ได้ลำบากอะไร ใครอยากนอนรีสอทก็อยู่ไม่ไกล ส่วนเพื่อนขาลุยคงต้องไปนอนกันในหมู่บ้านเลย ตื่นมาจะได้ทำกิจกรรมกันเต็มๆ

 แลัวเจอกัน... เพื่อนกรรณ

 

  Mr. Grun คนนี้ คือ ผู้ซุกยู้...โดยมี Mr.Anek  เป็นแผนที่ และสองสาวเป็นตัวชง รอเพื่อนๆ เป็นพลังร่วมจ้า

 

  • 03/11/1 ขอขอบคุณการสนับสนุนจาก

- คุณครูแอ๊ว  500 บาท สำหรับซื้อหนังสือ...จัดการให้แล้วจ้า

- ช.ด๋อย....หนังสือ ก.กา ก.ไก่ 1 หอบ...จะจัดการให้จ้า

- ป้าตุ่น+พี่แอ้  1000 บาท สำหรับซื้อหนังสือและอุปกรณ์การเรียน

-  ว่าที่ร้อยตรีปรเมษฐ์ คีรีเมฆ ขอเวลาหนึ่งคืนครับ...จะเตร ียมวารสารประมาณ 400 เล่ม (ขวัญเรือน
กุลสตรี กินรี ชีวจิต ฯลฯ หนังสืออ่านเล่น (CD การ์ตูน รับรึเปล่า) โต๊ะ เก้าอี้ สนามรับไหม...พรุ่งนี้จะโทร ติดต่อไปนะครับ...จะได้นัดสถานที่ส่งของให้...ขอบคุณค่ะ