น้อมกราบคุณครูที่เคารพ
เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓
ขอโอกาสเล่าต่อจากฉบับที่แล้วเลยนะคะครู
หลังจากผ่านช่วงกลางเมืองนครราชสีมาออกมาได้ หนูก็ขับรถมุ่งสู่สวนสัตว์ พอถึงจุดนัดหมายคือร้านอาหารริมน้ำในสวนสัตว์ หนูรู้สึกหิวมาก ๆ ครูค่ะ ใจที่บีบคั้นตอนหิวข้าว มันเหมือนยักษ์เหมือนมารเลยค่ะ แม่ทำทอดหมูติดมาด้วยหนูไปถึงก็เปิดกินเลยทีเดียวค่ะ ท่ากินดูแล้วไม่ประกอบด้วยสติเลย นึกย้อนเห็นภาพปรากฏเป็นความ “ไม่สำรวม” พอทานเสร็จ แต่ละคนแยกย้ายเข้าบ้าน เราเช่ากันสี่หลัง หลังละ หนึ่งพันบาท หนูนอนกับพ่อแม่ ส่วนน้าราญและพี่อ้อยนอนกับเด็ก ๆอีก สี่คนคือ น้องฝ้าย น้องเฟิร์น น้องตั้ม น้องน้ำตาล ซึ่งเขาขอพักด้วยกัน ส่วนอีกหลังคือ คือพี่เอี้ยงและลูกอีกสองคน คือ น้องปีใหม่และน้องโดนัท พี่สาวพักกับพี่เขย ตอนแรกก็ตั้งใจให้น้องตั้มกับน้องน้ำตาลมานอนกับพี่สาวและพี่เขย แต่เด็ก ๆ ยืนยันขอนอนด้วยกันเราจึงแล้วแต่เขา ครั้งนี้เรามากันสามคัน รวมสิบห้าชีวิต ห้องพักสะอาดสะอ้านเป็นส่วนตัวคล้าย ๆ กุฏิเลยค่ะครู อยู่ริมน้ำ จัดของเสร็จ เราทั้งหมดก็ไปเที่ยวสวนสัตว์
เราเข้าพักที่นี่สามารถเที่ยวได้เลยโดยไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมอีกค่ะ พี่สาวพี่เขยและเด็ก ๆ เลือกเช่ารถจักรยาน น้าราญท่านขาหักมีขาข้างเดียว อีกข้างหนึ่งเป็นขาปลอมการเดินไกล ๆ ท่านไม่สะดวกนัก เราจึงเลือกรถกอล์ฟให้ท่าน ซึ่งหนูเป็นคนขับ มีผู้โดยสารร่วมอีกสองคือ พ่อและแม่ค่ะ ใจหนูครั้งแรก อยากจะปั่นจักรยานค่ะ ด้วยความเห็นแก่ตัวของตนเอง แต่พอพิจารณาเห็นว่าเป็นโอกาสในการรับใช้พ่อ แม่และน้าราญ ก็รู้สึกยินดี หนูไม่เคยขับรถกอล์ฟมาก่อนเลยค่ะครู เป็นเกียร์อัตโนมัติ แรก ๆ ก็ เก้อ ๆ กัง ๆ หลัง ๆ ค่อยคล่องขึ้น กลัวเหมือนกันค่ะ แต่ก็เป็นหน้าที่ ขับไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีแผนที่ ดูป้าย ไปเรื่อย ๆ เจออะไรน่าสนใจก็จอด ไป ๆ มา ๆ เราก็ไปพร้อม ๆกันกับเด็ก ๆที่ปั่นจักรยานเพราะรู้สึกมีสีสันดี ทุกคนแฮปปี้ บางจุดพ่อและหนูลงเดินเข้าไปดูข้างใน มีอีกแร้ง ในแบบต่าง ๆ ที่หนูไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นช้างแอฟฟิริกาที่เหมือนในการ์ตูน ไอซ์เอซ เลยค่ะครู หูมันไม่ค่อยเหมือนช้างบ้านเรา แต่ที่ทำให้ยิ้มได้คือ สัตว์แทบทุกตัวจะมีสีอิฐ คือสีดินแดง มันจะเกลือกกลั้วดิน บนพื้น จนมองไม่เห็นสีจริง ๆของมันเลยค่ะ สัตว์ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในกรงเหล็กค่ะ แต่เขาทำคอกที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด บางช่วงหนูขับรถให้น้าราญนั่งคนเดียว พ่อกับแม่ลงเดินดูสัตว์ด้วยกัน หนูแลเห็นพ่อเดินจับมือแม่ หรือบางทีก็ชี้ชวนดูสัตว์ต่าง ๆ รู้สึกชื่นใจค่ะครู ตั้งแต่เล็กจนโต ก็พึ่งเห็นและสัมผัสได้ถึงความงดงามของความสัมพันธ์ของท่าน (ไม่ใช่ท่านไม่แสดงออกนะคะ แต่หนูไม่เคยเปิดตาเปิดใจดูต่างหากค่ะ) พ่อเป็นคนพูดน้อย แต่พูดเสียงดัง ดุดัน จริงใจ ด้วยงานที่ทั้งพ่อ แม่ รับผิดชอบไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ท่านได้ผ่อนคลายร่วมกันนัก การที่ผู้เป็นลูกอย่างหนูได้เห็น ปรากฏความความอบอุ่นใจขึ้นมาค่ะครู หนูไม่ได้พูดอะไรทำเพียงยิ้มกับตนเองแล้วก็ขับรถพาน้าราญดูไปเรื่อย ๆ ไม่ห่างจากพ่อกับแม่นัก แต่เมื่อไหร่ที่เราจะไปดูสัตว์ที่ไกลออกไปหนูก็จะจอดรอ ไม่รู้ซิค่ะเป็นสองชั่วโมงแห่ง “ความอุ่นใจ” ค่ะครู
ออกจากดูสัตว์เด็ก ๆ เข้าไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ แต่หนูไม่สามารถลงน้ำเพราะมีรอบเดือน จึงขับรถพาพ่อ แม่และน้าราญไปส่งที่สวนน้ำ เวลาพอมีเหลือจึงขับรถวนดูสัตว์คนเดียว แล้วใจก็ระลึกขึ้นมาว่า
“สัตว์แต่ละตัวอยู่ในคอกที่ดูจะมีอิสรภาพนะ แต่ก็มีเขตแดน
แล้วเราหล่ะ เราเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อยู่ในคอกรึเปล่า
แล้วก็แว๊บกับตนเอง ณ ตอนนั้นว่า คอก ของหนูคือ “โลกใบนี้”
หนูสามารถไปโน่นไปนี่ ทำโน่นทำนี่ได้ แต่ก็ยังมีเขตแดน ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆสร้างสิ่งต่าง ๆ หรือบินไปต่างประเทศได้ แต่ก็ทำภายใต้คอก”
แต่มาถึงตอนที่หนูเขียนบันทึกอยู่นี้ใจระลึกว่า “คอกคือร่างกายและจิตใจนี้”
ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดีค่ะ หนูรู้สึกอย่างนี้จริง ๆค่ะ ครู รู้สึกว่า คอกของหนูคือ ร่างกายและจิตใจนี้ หนูออกจากสองสิ่งนี้ไม่ได้ เขาติดตามตัวหนูไปทุกหนทุกแห่ง และก็ดูเหมือนหนูไม่ค่อยจะมองเห็นคอกนี้ด้วยซ้ำ กลับมีความคิดว่า “ฉันมีอิสรภาพเต็มร้อยหารู้ไม่ว่า คิดผิด”
พอเขียนถึงตอนนี้ใจรู้สึกสลดขึ้นมาค่ะ ทำไมถึงสลดนะ เพราะคิดเอาเองว่า “หนูมีอิสรภาพ แต่เหมือนพึ่งนึกได้ว่า ถูกหลอก ไม่ใช่ใครที่ไหนหลอกหรอกค่ะ แต่หลอกตนเอง”
หนูถอนหายใจแรงเหมือนน้ำตากำลังจะไหล แล้วหนูก็ไม่อยากให้ไหล ความรู้สึกเบาลงแล้วค่ะ ขอโอกาสเล่าต่อนะคะ
หลังจากหนูขับรถวนรอบ ๆ เมื่อใกล้เวลาก็ขับไปคืนเขา แล้วก็เดินเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งรีบ สำรวจสิ่งต่าง ๆ แต่เป้าหมายคือ สวนน้ำ พอหนูไปถึงไม่นานก็ใกล้เวลาปิดจึงไม่ต้องรอนาน เด็ก ๆ ดูสนุกสนาน อาบน้ำเปลี่ยนชุด หนูจึงอาสาไปซื้อกับข้าวมาทานร่วมกัน เราไม่ค่อยมีภาชนะ โชคดีที่มีถ้วยจานบางส่วนที่เป็นถาดที่หนูทำกับข้าวไปวัดที่ติดอยู่ในรถ บางอันก็เอาถุงพลาสติกรองถาดไม้ที่ทางที่พักจัดไว้ ก็เป็นการทานอาหารที่อบอุ่นดีนะคะครู อิ่มอร่อย ทานเสร็จเราก็แยกย้ายกันเข้าที่พัก พ่อกับแม่นอนดูทีวี หนูจึงหยิบงานขึ้นมาทำนิดหน่อยไม่นานพ่อกับแม่ก็หลับไป หนูจึงปิดไฟแล้วก็เข้านอน
ศีล วันนี้ขัรถพาครอบครัวมาเที่ยวฝึกการแทนคุณบิดามารดา แต่ก็ถามตนเองเหมือนกันว่า การมาชมสัตว์ในสวนสัตว์เป็นการสนับสนุนให้มีการกักขัง หรือ นำสัตว์ออกมาจากป่าทางอ้อมรึเปล่านะ ถ้าเป็นเช่นนี้ศีลข้อหนึ่งก็ด่างพร้อย วันพุธเป็นวันทำงานค่ะ แต่หนูก็ลามาพักผ่อนกับครอบครัว ดูเหมือนว่า จะผิดศีลข้อลักทรัพย์ คือ ใช้เวลางานมาพักผ่อนกับครอบครัว ศีลข้อสามหากว่าด้วยการผิดแฟนหรือสามีชาวบ้านนั้นคงไม่ค่ะครู ศีลข้อสี่หนูรู้สึกว่าข้อนี้หนูไม่ค่อยสำรวมเท่าไหร่ค่ะ งานที่ตั้งใจจะทำให้เสร็จดูจะเสร็จไม่ทันกำหนด ศีลข้อนี้บกพร่องเต็ม ๆค่ะ ศีลข้อห้า หนูไม่ดื่มเหล้าค่ะ แต่ก็มีสติน้อยนิดเพราะมัวหลงเพลิน หลงเคลิ้มกับการอยู่กับครอบครัวค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์