วรรคทอง ของฉัน
แยกคิดและดูจิต
คดเคี้ยวเลี้ยววนคนคิด ขุดค้นผิดปิดรับทับถม
ยอกย้อนอ่อนล้าอาจม ตรอมตรมคมเส้นหยักหักหัวใจ
หลงหยักยักย้ายยุ่งเหยิง อยู่อย่างเพลิงเริงฤทธิ์คิดใหญ่
เวียนวนคนคิดผิดใจ สมองไหม้ใจเดือดก็เชือดคน
คดเคี้ยวเลี้ยววนจับคิด ดูถูกผิดคิดตรองมองผล
หยุดร้อนผ่อนรองมองตน หยุดค้นคนยอมย่อมมีชัย
แยกแยะแกะความรวมรัก ใจให้หนักปักแน่นแก่นใน
เยือกเย็นเป็นกลางวางใจ สติไวไว้แยกคิดให้จิตรวม
Tharmha Jatoตามหาใจ
อ่านแล้วไม่เข้าใจเลย
หมายถึง ให้มีใจหนักแน่น ไม่คดเคี้ยวเหรอค่ะ
กลอนบทนี้ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวมากมายในสังคมที่ ออกมาวิพากวิจารณ์กัน แฉกันไปเรื่อย เปิดโปงอะไรต่างๆนาๆ ล้วนแต่ใช้ความคิด ความคิดที่มีกำลังสติปัญญาที่ยังไม่มากพอ หาเหตุหาผลที่ยังไม่ถ่องแท้ แล้วมาสรุปเอาเองว่าสิ่งนั้นถูกสิ่งนั้นผิด มันอาจจะถูก และเป็นจริง แต่บางครั้งการกระทำเราอาจจะยังไม่ถูก ยังไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาต่อตนเองและคนอื่น บางทีมันเชือดเฉือน บาดลึกเข้าไปในใจคน ดั่งจุดไฟเผาทั้งเป็นก็เป็นได้
พอมีประเด็นถกเถียงก็หาข้อโต้แย้ง หลักฐานมายืนยัน ร้อนจิตร้อนใจกันไปหมด ทั้งคนพูดและคนฟัง ทั้งเกี่ยวข้องและไม่ได้เกี่ยวข้อง ยิ่งแล้วหากการกระทำนั้นกระทบถึงในระดับศรัทธาของคน หากเขายังไม่มีหลักดีพอ จิตใจคงไขว่เขว จนแทบหาหลักยึดไม่เจอ เหมือนกับทำลายสิ่งที่เขาเชื่อและศรัทธามาให้พังย่อยยับไปต่อหน้าต่อตา ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าทั้งเป็น ซึ่งก็ใช้ความคิดนี่หละมาฆ่าฟันกันดั่งวรรคที่ว่า "ยอกย้อนอ่อนล้าอาจม ตรอมตรมคมเส้นหยักหักหัวใจ" และ "เวียนวนคนคิดผิดใจ สมองไหม้ใจเดือดก็เชือดคน"
และถ้าจะให้ดีกว่าไหมถ้าทุกคนหันกลับมาย้อนมองตัวเอง ใครควรให้ดี มองเหตุมองผลมากขึ้น คงไม่มีปัญหา
วางใจให้เป็นกลาง ใช้สติให้มากขึ้น เข้าให้ึถึงธรรมอันแท้จริง เอาเวลาไปพัฒนาจิตใจของตัวเอง ยกระดับให้สูงขึ้น...ให้ถึงปัญญาที่แท้จริง
ลึกซึ้งครับบทนี้ อ่านแล้วต้องคำนึงถึงหลักธรรมด้วย มองตามความคิดของตน เยี่ยมครับ
เยี่ยมไปเลยครับ ต้องขอเอาไปใช้บ้างซะเเล้วครับ
สวัสดีค่ะ..
มาชม...
ใช้คำตายแต่งกลอนได้ยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ
ขอบคุณครับ ก็กำลังเรียนรู้ครับ