แหงนมองกำแพงปิดกั้นประเทศวาติกัน แยกพื้นที่ออกจากประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์วาติกัน-2

โสภณ เปียสนิท

..........................................

 

                    แหงนมองกำแพงปิดกั้นประเทศวาติกัน แยกพื้นที่ออกจากประเทศอิตาลี คะเนเล่น ๆ กำแพงอิฐคงสูงราวตึกสักสี่หรือห้าชั้น มองท้องฟ้าวันที่เยือนวาติกันดูเหมือนว่าจะเป็นใจ เพราะรู้สึกฟ้าสลัวและบรรยากาศโดยทั่วไปค่อนข้างเยือกเย็นพอควร  เมื่อได้เวลาประตูเปิด เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้าพร้อมประจำตำแหน่ง คลื่นมหาชนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหายวับเข้าสู่อาคารกว้างใหญ่

 

                 คณะของเราไหลผ่านเครื่องตรวจสอบอย่างเร็วตามคลื่นหมู่ชนเหมือนสายน้ำ สำหรับผู้ที่มีกระเป๋าจะต้องผ่านเครื่องตรวจสอบกระเป๋าด้วย เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ผ่านประตูใหญ่เข้าด้านใน หลายคนต้องการเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำชั้นล่างติดป้ายชี้ว่าอยู่ระหว่างการซ่อมแซม หลายคนมีสีหน้าวิตกกังวล เมื่อทุกคนเสียบบัตรผ่าน แล้วทยอยเดินขึ้นบันไดเลือนสูงชันราวตึกสองสามชั้น ถึงชั้นบนเป็นที่รู้กันโดยไม่ได้มีการนัดหมายหลายคนเดินนำหน้าหาห้องน้ำ หลายคนเดินตามเกาะกลุ่มกันไป หน้าห้องน้ำมีคิวยาวเหมือนเดิม ผู้คนมากมายยืนรอกันไปคุยกันไป

 

                   เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการรอ หลายคนใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ด้วยการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ผมเองก็อยู่ในอารมณ์เดียวกันกับเพื่อนพ้องเหล่านั้น สังเกตดูว่ารอบบริเวณมีบรรยากาศแห่งความเป็นศิลปะให้เห็นได้ทั่วไป มีรูปสลักหินอ่อนสาวสวยเปลือยนางหนึ่ง เรือนร่างสมบูรณ์ทุกสัดส่วนยืนอยู่ทางผ่านไปห้องน้ำ มีร้านแลกเงินสำหรับนักท่องเที่ยวบ่จี๊ เงินยูโรหมดกระเป๋า

 

                 สำหรับผู้ที่สนใจอยากได้วีดีโอของพิพิธภัณฑ์วาติกันไปไว้เชยชมที่บ้าน ทางวาติกันได้เตรียมไว้ให้เรียบร้อย ราคาค่อนข้างแพง แต่คุ้มค่า เพราะดูตัวอย่างแล้วจัดทำได้ดีทั้งภาพและเสียง แถวของเราเลื่อนไหลไปเรื่อย มองลอดนอกหน้าต่างพิพิธภัณฑ์ มองเห็นบริเวณภายในประเทศวาติกันเงียบสงบ สมเป็นศูนย์กลางแห่งคริสต์ศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิกายคาทอลิค ซึ่งมีโป๊ปหรือสันตะปาปาผู้ระงับสิ้นแล้วจากปวงบาปเวรดำรงตำแหน่งพระประมุข