เราเข้าแถวยาวเรียงายหน้าพิพิธภัณฑ์วาติกันอันยิ่งใหญ่ตามลำดับก่อนหลังรวมกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

พิพิธภัณฑ์วาติกัน-1

โสภณ เปียสนิท

..........................................

 

                ราว 9.00 น. เราเข้าแถวยาวเรียงรายหน้าพิพิธภัณฑ์วาติกันอันยิ่งใหญ่ ตามลำดับก่อนหลังรวมกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกท่ามกลางบรรยากาศที่ค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษในความรู้สึก คิดแล้วน่าภาคภูมิใจว่าในจำนวนผู้เข้าชมนับล้านคนต่อปีนั้น มีเราอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แต่เมื่อนึกถึงจำนวนเงินมหาศาลที่ไหลเข้าประเทศเขาแล้ว อดคิดถึงประเทศเราไม่ได้ว่า เมื่อใดบ้านเมืองของเราจะมีพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่เหมือนดังที่เห็นอยู่ในขณะนี้

                ผมซื้อหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของโรมหนึ่งเล่มราคา 7 ยูโร หรือ ราว 400 บาท สอบถามเพื่อนรวมทางบางคนที่ซื้อไปแล้วบอกว่าราคา 8 ยูโร อ้าว...แล้วกันซื้อใกล้ ๆ กันแต่ราคาไม่เหมือนกัน แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การเจรจาต่อรองมีความสำคัญมาก บางประเทศให้ความสำคัญกับนักเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ ถึงขนาดลงทุนสร้างนักเจรจาต่อรองชั้นเยี่ยมไว้เจรจาความบ้านการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่เมืองเรายังมีไม่มากพอ ทำอย่างไรดีครับที่จะสร้างนักเจรจาต่อรองมืออาชีพระดับประเทศเพื่อไว้ต่อรองกับประเทศอื่น

                    ระหว่างรอ มัคคุเทศก์เดินผ่านมาตรวจความพร้อมของปวงสมาชิก มีเวลาคุยกันนิดหน่อยเลยถามว่า เอ...นักท่องเที่ยวมากขนาดนี้ทั้งวันเลยหรือเปล่า? “ถ้าสายกว่านี้อีกนิดหนึ่งจะมากกว่านี้แน่นอนครับ” เป็นอันว่ายิ่งสายยิ่งมาก และบอกว่ามากอย่างนี้ทั้งปี คำนวณเฉพาะรายได้จากพิพิธภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดของประเทศเลยละครับ

                      สังเกตเห็นคุณชาตรีแต่งกายชุดสีเขียวมีป้ายตรงหัวไหล่คล้าย ๆ บ่งบอกอะไรบางอย่าง จึงชวนคุยเพื่อหาความรู้ ได้ความว่า ชุดที่คุณชาตรีใส่นั้นเป็นชุดแต่งกายของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นที่เคารพของคนในประเทศแห่งนี้ ดังนั้นคุณชาตรีจึงได้แต่งตัวด้วยชุดนี้ให้ดูดีหน่อย