" ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอ"
ทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกินของคนเราไปมากทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะ และลำคอ เช่นมะเร็งลิ้น มะเร็งต่อมน้ำลาย มะเร็งโพรงจมูก ซึ่งการรักษานอกจากผ่าตัด ให้เคมีบำบัดแล้วยังมีการฉายแสงร่วมด้วย
เมื่อแพทย์วางแผนการรักษาให้ผู้ป่วยมีการฉายแสง แพทย์จะส่งผู้ป่วยมาทำการเตรียมช่องปากก่อนการฉายแสง ทันตแพทย์จะตรวจและทำการรักษาทางทันตกรรมให้เรียบร้อยก่อนส่งผู้ป่วยกลับไปฉายแสง ในขณะที่ผู้ป่วยฉายแสง และหลังฉายแสงแล้ว ผู้ป่วยจะถูกนัดมาติดตามเฝ้าระวังเรื่องฟันผุ เหงือกอักเสบ และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดในช่องปากจากการฉายแสง ทันตแพทย์จะให้ความรู้ และทำทันตกรรมป้องกันจนกว่าจะมั่นใจว่าผู้ป่วยจะดูแลตัวเองได้แล้วจึงจะนัดเป็นระยะห่างออกไป
ที่ต้องดูแลผู้ป่วยกันอย่างใกล้ชิดขนาดนี้เพราะผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงบริเวณใบหน้าและลำคอ ไม่ควรถอนฟันอีกเพราะถ้าผู้ป่วยกลุ่มนี้ ไปถอนฟันหรือตัดแต่งกระดูกภายหลังฉายแสงบริเวณใบหน้ามาแล้วไม่ว่านานเท่าใด โอกาสที่แผลจะไม่หาย กลายเป็นแผลอักเสบเรื้อรังเรียกว่าภาวะกระดูกตายจากการฉายแสง (osteoradionecrosis) ซึ่งเมื่อเกิดภาวะนี้แล้วการรักษาจะค่อนข้างยุ่งยาก ใช้เวลานาน และใช้ค่าใช้จ่ายมาก
ขั้นตอนการรักษาที่สำคัญคือผู้ป่วยจะต้องเข้าห้องอบอ็อกซิเจนภายใต้ความกดบรรยากาศสูงเพื่อให้แผลที่เกิดขึ้นกลับมาหายสู่สภาวะปกติ ซึ่งโรงพยาบาลที่มีห้องแบบนี้มีเพียงไม่กี่แห่ง เช่น โรงพยาบาลภูมิพล โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ทางที่ดีที่สุดคือผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสงบริเวณใบหน้ามาแล้วควรจดูแลช่องปากให้ดี อย่าให้ต้องมีการถอนฟัน หรือตัดแต่งกระดูกอีกเพราะจะยุ่งยากมากขึ้น ก่อนจะถอนฟันได้ต้องเข้าโปรแกรมออกซิเจนความกดบรรยากาศสูงเพื่อลดโอกาสการเกิดกระดูกอักเสบตายจาการฉายแสง และอย่าลืมบอกทันตแพทย์ทุกครั้งว่าเคยได้รับการฉายแสงบริเวณใบหน้าและลำคอมาก่อน เพื่อจะได้สมวางแผนการรักษาได้เหมาะ ทางที่ดีที่สุดคือดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี