ในหลวงทรงปลอดภัย ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

อีเมล์
 
Image พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้ารับการถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาทของพระปิฐิกัณฐกัฐิ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่เวลา 16.05-20.53น. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เวลา 22.00 น. ถึงผลที่คณะแพทย์ถวายการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจไม่มีภาวะแทรกซ้อน จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯประทับอยู่ในห้องพักฟื้น ทรงมีพระอาการดีขึ้นตามลำดับ ต่อมาเวลา 22.24 น.คณะแพทย์จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯกลับมาประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ

หลังจากสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่องพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ทำให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างมีความเป็นห่วง และร่วมใจถวายพระพรให้ทรงหายจากอาการพระประชวรในเร็ววัน  ทั้งนี้เมื่อถึงวันที่คณะแพทย์ถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาทของพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ระดับบั้นพระองค์ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ ที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง เพื่อร่วมถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์ในเร็ววันอีกครั้งหนึ่ง

ในหลวงเสด็จฯรับถวายการผ่าตัด

 เมื่อเวลา 14.12 น. วันที่ 20 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงเข้ารับการถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาทของพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ระดับบั้นพระองค์ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ ที่โรงพยาบาลศิริราช

 ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เฝ้าฯ รับเสด็จ พร้อมด้วย ศ.คลินิก น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ น.พ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ผอ.โรงพยาบาลศิริราช นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร รวมถึงคณะแพทย์พยาบาล และประชาชนจำนวนมากที่ต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองมารอรับเสด็จและร่วมถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรง

ทรงฉายภาพพสกนิกรรอรับเสด็จ

 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉายภาพประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จ โดยประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จต่างพยายามเบียดเสียดเพื่อให้เห็นพระพักตร์ใกล้ๆ พร้อมทั้งเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์ด้วยเสื้อลายสีฟ้า และสูทสีเหลืองไข่ไก่ และทรงสะพายกล้อง ทั้งนี้ ก่อนทรงพระดำเนินขึ้นอาคารเฉลิมพระเกียรติ ได้ทรงฉายภาพประชาชนที่มารับเสด็จอีกครั้ง 

 ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นไปยังชั้น 16 ของอาคารเฉลิมพระเกียรติแล้ว ประชาชนที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ ต่างหลั่งไหลไปยังพระราชานุสาวรีย์พระบรมราชชนก ซึ่งบริเวณนั้นจะสามารถมองขึ้นไปยังห้องที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างชัดเจน จึงพร้อมกันแหงนหน้าขึ้นไปมองบริเวณชั้น 16 ห้องที่ 2 นับจากซ้าย และเป็นจังหวะพอดีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดม่านพระบัญชร และยกกล้องถ่ายภาพส่วนพระองค์ทรงฉายภาพประชาชนที่เฝ้าอยู่ด้านล่างพอดี

 พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเปิดม่านพระบัญชรโบกพระหัตถ์ให้แก่ประชาชนที่เฝ้าฯ บริเวณด้านล่าง สร้างความปลาบปลื้มแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก จึงพร้อมใจกันเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" และร้องเพลงสดุดีมหาราชากันอย่างต่อเนื่อง จบแล้วจบเล่า อย่างไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อย

ทรงผ่าตัดเมื่อเวลา 15.00 น.

 จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จยังชั้น 5 อาคารสยามินทร์ เพื่อทรงเข้ารับการผ่าตัด ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยแพทย์ระบุว่าต้องใช้เวลาในการถวายการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

แถลงการณ์ในหลวงทรงปลอดภัย

 ต่อมา เมื่อเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำแถลงการณ์ เรื่องการรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉบับที่ 2 มีความว่า วันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เวลา 14.12 น. และเสด็จพระราชดำเนินไปยังตึกสยามินทร์ พระราชทานให้คณะแพทย์ถวายการผ่าตัดรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) เวลา 16.05 น. เสร็จเมื่อเวลา 20.53 น.

คณะแพทยผู้ถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินเส้นประสาทระดับบั้นพระองค์ รายงานว่า การผ่าตัดมีผลดีเป็นที่น่าพอใจ และขอพระราชทานให้ประทับอยู่ในห้องพักฟื้น เพื่อสังเกตพระอาการอย่างใกล้ชิด ปรากฏว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน

แถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 3

 เวลาประมาณ 23.20 น. วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 3 เรื่องการถวายการรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความว่า

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ในห้องพักฟื้น เพื่อคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสังเกตพระอาการอย่างใกล้ชิดแล้ว ปรากฏว่าพระอาการดีขึ้นตามลำดับ คณะแพทย์จึงขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ เมื่อเวลา 22 นาฬิกา 24 นาที  

 จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกัน

 สำนักพระราชวัง

 20 กรกฎาคม พุทธศักราช 2549

อย่างไรก็ตาม ประชาชนนับพันคนยังปักหลักอยู่ที่บริเวณด้านหน้าลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โรงพยาบาลศิริราช พร้อมกับเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" เป็นระยะๆ โดยตลอดเวลาประชาชนได้เงยหน้ามองขึ้นไปยังบริเวณชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกันนี้ นายพินิจ จารุสมบัติ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายอภิรักษ์ ได้นำประชาชนร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชา เพื่อถวายความจงรักภักดี และถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายประชวรโดยเร็ว พร้อมกับนำประชาชนสวดมนต์ เพื่อขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 กระทั่งเวลา 17.55 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จออกจากอาคารเฉลิมพระเกียรติมายังรถยนต์พระที่นั่งเสด็จออกจาก โรงพยาบาลศิริราช  เวลา 18.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จด้วยรถยนต์พระที่นั่งมายังอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช จากนั้นเวลา 18.05 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เดินทางมาถึงโรงพยาบาลศิริราช

 ต่อมาเวลา 19.00 น. มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยืนหยัดที่จะปักหลักอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อรอฟังพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งประชาชนจำนวนมากนั่งตากฝนโดยปราศจากร่ม ส่วนคนที่มีร่มก็นำออกมากางเผื่อแผ่ถึงคนรอบข้างด้วย อย่างไรก็ตาม ฝนตกลงมาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น แต่การสวดมนต์ยังคงดำเนินต่อไปนานเกือบ 1 ชั่วโมง  ซึ่งตลอดเวลาพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ได้เสด็จออกมาทางพระบัญชรชั้น 16 พร้อมกับโบกพระหัตถ์ให้แก่ประชาชนที่ยังคงตะโกนคำว่า "ทรงพระเจริญ" เสียงกึกก้อง

 ประชาชนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

 ส่วนบรรยากาศที่โรงพยาบาลศิริราช ก่อนหน้าที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินเข้ารับการถวายการผ่าตัดขยายช่องทางเดินประสาทของพระปิฐิกัณฐกัฐิระดับบั้นพระองค์นั้น ตลอดช่วงเช้ามีประชาชนทุกหมู่เหล่าจำนวนหลายพันคน ทยอยเดินทางมารอรับเสด็จ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ต่างจับจองพื้นที่บริเวณสนามหญ้าด้านข้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งอยู่ด้านหน้าศาลาศิริราช 100 ปี  เกันอย่างเนืองแน่น 

 ขณะที่บรรยากาศตลอดเส้นทางถนนราชดำเนิน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลศิริราชนั้น ประชาชนต่างสวมเสื้อเหลืองมารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่นตลอด 2 ข้างทาง รวมถึงข้าราชการจากกระทรวงศึกษาธิการ ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชาชนในละแวกใกล้เคียง และนักเรียน นิสิต นักศึกษา มาคอยรับเสด็จด้วย

 ทั้งนี้ประชาชนส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองตราฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และต่างเข้าสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ศาลา 100 ปี เพื่อขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายประชวรโดยเร็ว

 ต่อมาเวลา 08.30 น. นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวัง เดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากการสอบถามคณะผู้ติดตามทราบว่า นายแก้วขวัญมาขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว 

คณะแพทย์ศิริราชสักการะ

 จากนั้นเวลา 10.00 น. น.พ.เสม พริ้งพวงแก้ว ราษฎรอาวุโส เดินทางมาถวายพระพรพร้อมแจกันดอกไม้ โดยขึ้นไปถวายพระพรที่ห้องประทับ อาคารเฉลิมพระเกียรติ น.พ.เสม กล่าวว่า ได้ไปสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อขอพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว และขอให้คุณงามความดีของตนที่สั่งสมมาส่งผลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง 

 ต่อมาเวลา 10.15 น. ศ.น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มาตรวจความเรียบร้อยที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นอาคารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินเข้ารับการผ่าตัด โดย ศ.นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สำนักพระราชวังได้อัญเชิญเครื่องใช้ส่วนพระองค์มาไว้ที่ห้องที่ประทับแล้ว และขณะนี้สำนักพระราชวังได้นำเครื่องใช้ของข้าราชบริพารมาไว้เช่นกัน

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.30 น. น.พ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ผอ.โรงพยาบาลศิริราช ได้นำคณะแพทย์และพยาบาลประมาณ 10 คน เข้าสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดย น.พ.ประสิทธิ์กล่าวสั้นๆ ว่า ทุกฝ่ายมีความพร้อมและปฏิเสธให้สัมภาษณ์นอกเหนือจากนี้ 

คนไทยร่วมใจถวายพระพร

นางสมรัก วงศ์ดี อายุ 72 ปี กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาสักการะพระราชานุสาวรีย์โดยตรง เพื่อขอพรพระบรมราชชนกให้ทรงช่วยคุ้มครองในหลวง ให้มีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของประชาชนตลอดไป 

 นางอรวรรณ จันทร์สัชนาลัย อายุ 71 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร เพื่อมาถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์พระบรมราชชนก และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จย่า เพื่อตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรให้ในหลวงโดยเฉพาะ โดยขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และอยู่เป็นมิ่งขวัญชาวไทยตลอดไป

 นายสุธี ตุลขำ อายุ 17 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง นั่งอยู่บนรถเข็นคนไข้ เนื่องจากเชื้อมะเร็งได้ลุกลามทำลายเนื้อเยื่อและประสาทตั้งแต่ใต้ราวนมลงมา จนเดินไม่ได้ นอกจากนี้ ยังทำให้มองไม่เห็น ต้องใช้วิธีเหลือกตาเพ่งมอง แต่ก็ช่วยให้เห็นได้ลางๆ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช มานานกว่า 1 ปี แล้ว เมื่อทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เข้ารับการถวายการรักษา จึงรบเร้าให้พี่เลี้ยงพาลงมารอรับเสด็จ

คนไทยขอพรให้หายประชวร

นายสุธี ซึ่งสวมเสื้อสีเหลืองสวมทับชุดผู้ป่วย บอกว่า ตั้งแต่ทราบข่าวในหลวงทรงพระประชวร ตนนั่งทำสมาธิอยู่บนห้องคนไข้แล้วสวดมนต์ภาวนาขอให้พระองค์ท่านทรงหายประชวรโดยเร็ว ขณะเดียวกันก็แต่งกลอนถวายพระพรพระองค์ท่านด้วย พร้อมกันนี้ นายสุธี ได้อ่านกลอนบทดังกล่าวมีใจความว่า ธ สถิตในใจไทยทั่วหล้า ธ เก่งกล้าภูมิพลังไม่หวั่นไหว ธ ทรงเป็นมิ่งขวัญของชาวไทย เทิดทูนไว้ในศรัทธาพาสุขจริง

 นางภาวนา สุวรรณสิทธิ์ อายุ 53 ปี ชาวบ้านย่านฝั่งธนบุรี กล่าวว่า เดินทางไปสวดมนต์ที่วัดพระแก้ว 99 จบ ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยสวดบทอิติปิโส เพื่อถวายพระพรแด่ในหลวง หลังจากนั้นจึงนั่งเรือมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อส่งกำลังใจให้พระองค์ปลอดภัย

 ด้านนางเพ็ญศรี อรรณพ ณ อยุธยา อายุ 81 ปี กล่าวว่า เดินทางมาจากพุทธมณฑลสาย 2 เพียงลำพัง เพื่อรอเฝ้าฯ รับเสด็จ อีกทั้งต้องการมาลงนามถวายพระพรชัยมงคล

สวดมนต์ถวายที่วัดพระแก้ว 24 ก.ค.

วันเดียวกัน พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวภายหลังการประชุม มส. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า มส.มีมติให้สวดเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทั้งนี้ให้ถือโอกาสดังกล่าว สวดเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ภายหลังเข้ารับการถวายการผ่าตัดพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) บั้นพระองค์ ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วย

บทสวดเจริญพระพุทธมนต์จะเน้นที่บทโพชฌงค์พระปริต ซึ่งเป็นบทสวดที่ใช้ป้องกันโรคภัยและรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ให้หายจากอาการเจ็บป่วยโดยเร็ว นอกจากนี้ในวันดังกล่าวจะมีการแจกบทสวดโพชฌงค์ให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมในพิธี เพื่อนำกลับไปสวดถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการประชวรที่บ้านของตนเองได้

 “บทสวดโพชฌงค์ เดิมจะอยู่ในการสวดเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพร งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีอยู่แล้ว ซึ่งครั้งนี้จะเน้นเป็นพิเศษ เพิ่มการสวดเป็น 3 จบ โดยจะเริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็น ในขณะเดียวกันจะมีพระสงฆ์ระดับพระสังฆาธิการ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล กว่า 500 รูป เข้าร่วมพิธี ส่วนในต่างจังหวัดก็ให้แต่ละวัดปฏิบัติเช่นเดียวกันในวันและเวลาดังกล่าวด้วย” โฆษก มส. กล่าว

พสกนิกรต่างจังหวัดร่วมถวายพระพร

 ด้านความห่วงใยของพสกนิกรไทยต่างจังหวัดที่ร่วมใจถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรนั้น วันเดียวกันที่ จ.สงขลา บริเวณห้องโถงชั้นล่าง ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายสุเทพ โกมลภมร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานลงนามถวายพระพร เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลอดภัย และหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว โดยมีข้าราชการและประชาชนใน จ.สงขลา ทยอยกันมาร่วมลงนามถวายพระพรเป็นจำนวนมาก

 การลงนามถวายพระพรในครั้งนี้ ทางจังหวัดสงขลาตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพรเบื้องพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยประชาชนทุกคนที่มาลงนามล้วนแต่มีความห่วงใยพระองค์ท่าน พร้อมตั้งจิตภาวนาขอให้ทรงปลอดภัยและหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

ชาวมุสลิมร้อยดวงใจละหมาด

ขณะเดียวกัน ตามมัสยิดหลายแห่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีประชาชนชาวไทยมุสลิมประกอบพิธีละหมาดดุอาห์ ขอพรจากพระอัลเลาะห์ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร พร้อมกันนั้นอิหม่ามประจำมัสยิดยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจที่จะร่วมลงนามถวายพระพร เดินทางไปร่วมลงนาม ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน ที่ว่าการอำเภอทั้ง 16 อำเภอ และศาลากลางจังหวัด โดยวันที่ 21 กรกฎาคม มัสยิดกว่า 300 แห่ง ในจ.สงขลา จะร่วมกันจัดพิธีละหมาดดุอาห์ ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกันอีกครั้ง

 ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ที่มัสยิดประจำจังหวัดนราธิวาส นายอับดุลรอซัด อารี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เป็นแกนนำนำชาวไทยมุสลิมทั้ง 13 อำเภอ รวมตัวกันกระทำพิธีละหมาดฮายัด เพื่อขอพรและดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนม์ยิ่งยืนนาน และทรงหายจากพระอาการประชวรทั้งปวงในครั้งนี้ด้วย

สุราษฎร์ฯ-สองแควถวายพระพร

วันเดียวกันที่ จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณห้องโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัด ได้ตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ เพื่อให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปได้ร่วมลงนามถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยมีประชาชนหลายพันคนทยอยร่วมลงนามถวายพระพร

 ส่วนที่ จ.พิษณุโลก คณะครู อาจารย์ และนักศึกษาวิทยาลัยพณิชยการบึงพระ ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก กว่า 500 คน พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองตราสัญลักษณ์ และเสื้อ “เรารักในหลวง” ได้ร่วมกันจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงปลอดภัยภายหลังเข้ารับการถวายการรักษาพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง)

อุบลฯ-หนองคายร่วมสวดมนต์

วันเดียวกันที่ จ.อุบลราชธานี พระเทพกิตติมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายมหานิกาย เปิดวิหารพระเจ้าใหญ่อินแปง วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อสวดมนต์เจริญภาวนาอธิษฐานจิต โดยใช้บทสวดคาถาชินบัญชรทั้ง 15 บท รวม 9 ครั้ง เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง และขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ประชาชนพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมสวดมนต์เจริญภาวนา โดยคณะสงฆ์จะร่วมกันสวดมนต์เจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็น

 ที่ศาลาหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย พระ อารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคาย พระเทพมงคลรังษี เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย(มหานิกาย) พร้อมคณะสงฆ์ นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าฯ หนองคาย และบรรดาข้าราชการ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า ได้ประกอบพิธีทางศาสนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ นั่งสมาธิ เจริญจิตตภาวนา เป็นเวลา 9 นาที

เตรียมนำครม.ถวายพระพร

 ด้านการเตรียมความพร้อมในส่วนของรัฐบาล กองทัพ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการประชวรนั้น เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทุกจังหวัด อำเภอ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ตั้งโต๊ะเพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะทรงเข้ารับการถวายการผ่าตัดเพื่อขยายช่องทางเดินเส้นประสาทที่โรงพยาบาลศิริราช

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เชื่อว่าจะมีประชาชนมาร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกิน 10 ล้านคนเป็นอย่างน้อย จากนั้นรัฐบาลจะได้นำสมุดลงนามถวายพระพรขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นกำลังใจให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายประชวรโดยเร็ว

 มีรายงานว่า  ในเวลา 09.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ต.ท.ทักษิณ จะนำคณะรัฐมนตรี ไปลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช

กองทัพร่วมถวายพระพร

 วันเดียวกันที่กองทัพบก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ถึงระดับกองพันทั่วประเทศ จัดพิธีลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเปิดโอกาสให้กำลังพล ครอบครัว และประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหน่วยทหาร สามารถเข้าร่วมลงนามถวายพระพรได้ในวันที่ 21 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น. ณ หน่วยทหารทั่วประเทศ

 ทั้งนี้ในส่วนของกองบัญชาการกองทัพบก ได้จัดสถานที่เพื่อให้กำลังพลและประชาชน ลงนามถวายพระพร ณ ห้องรับรอง 321 ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ในวัน และเวลาเดียวกัน

 ขณะเดียวกันในส่วนของกองทัพภาคที่ 3 พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้หน่วยทหารทุกหน่วยในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้จัดสถานที่ตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพรไว้ตามสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ข้าราชการทหาร ครอบครัวและประชาชน ร่วมกันลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวรเพื่ออยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยไปอีกนานเท่านาน โดยในส่วนของกองทัพภาคที่ 3 ได้ตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพรไว้บริเวณสโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวร อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งตลอดทั้งวันมีข้าราชการทหารและครอบครัว ต่างพากันทยอยไปร่วมลงนามตลอดเวลา

ผู้นำต่างชาติร่วมถวายพระพร

 วันเดียวกันนายกิตติ วะสีนนท์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่านายเปรเวซ มูซาร์ราฟ ประธานาธิบดีปากีสถาน และเชค คาลีฟะ บิน ซัลมาน อัลคาลิฟะ นายกรัฐมนตรีบาห์เรนส่งสารถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงหายประชวร

 นอกจากนี้ ในค่ำวันที่ 20 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นของนครลอสแองเจลิส สหรัฐ สถานกงสุลไทยในนครลอสแองเจลิสได้ประสานกับวัดไทย เพื่อสวดมนต์ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ จัดโต๊ะลงนามถวายพระพร เช่น ญี่ปุ่น ศรีลังกา ฮังการี และออสเตรเลีย