ความเป็นมา : “โรงพยาบาลพิจิตรมีการดูแลแบบประคับประคองในแต่ละหอผู้ป่วยด้วยรูปแบบที่แตกต่างกัน ขาดการดูแลโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ผู้เขียนมีแนวคิดว่าการดูแลด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุมทุกมิติ(กาย-จิต –สังคมและจิตวิญญารณ) และสามารถขยายเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคองสู่ชุมชนได้อย่างครอบคลุมพื้นที่”
วัตถุประสงค์ :
1) เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้าน
2)เพื่อสนับสนุนให้หอผู้ป่วยทุกหอมีการจัดบริการการดูแลแบบประคับประคอง(Palliative Care)โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
3) เพื่อสร้างเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคองในชุมชน
4)ระดมทุนทางสังคมสนับสนุนการดูแลแบบประคับประคอง
กลุ่มเป้าหมาย : ผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด หรือในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแพทย์คาดการณ์ว่าอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน และConsult ทีมสหสาขา
ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. ขั้นเตรียมความพร้อม
2. ขั้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
3. ขั้นการสร้างเครือข่าย
4. ขั้นตอนการสรุปบทเรียน
ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2553
ผลลัพธ์ :
1.รูปแบบการดูแลแบบประคับประคองโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ในรูปแบบของ “Ward As A Home” มีความหมายว่า “เมื่อผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลผู้ป่วยจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพ ผู้ป่วยและญาติจะได้รับความสะดวกสบายและรู้สึกอบอุ่นดุจญาติมิตรประดุจว่าผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน ”และ “Home Is A Ward ” มีความหมายว่า“เมื่อผู้ป่วยไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว ผู้ป่วยและญาติมีความพร้อมที่จะกลับบ้าน ทางทีมผู้ดูแลและอาสาสมัครในชุมชนจะจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยให้ใกล้เคียงกับที่ผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาลมากที่สุด รวมทั้งการติดตามเยี่ยมอาการที่บ้านและมีระบบการส่งมอบยาและการรักษาอื่นที่บ้าน” ส่วนการสร้างเครือข่ายและระดมทุนทางสังคมนั้นจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองเพราะจะช่วยตอบสนองหรือทันกับความต้องการของผู้ป่วยในระยะสุดท้าย
2. การจัดกิจกรรมแลกและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้เกิดเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคองได้ครอบคลุมมากกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
3.การระดมทุนทางสังคมถือได้ว่าเป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่ที่กขึ้นู้ป่วยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์ให้หอผู้ป่วยต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนารูปแบบการดูแลแบบประคับประคองเพราะจะช่วยตอบสนองกับความต้องการของผู้ป่วยในระยะสุดท้ายได้ดีกว่าที่ต้องรอระบบการสนับสนุนงบประมาณของทางราชการ
บทสรุป : “การดูแลแบบประคับประคอง(Palliative Care)โดยทีมสหสาขาวิชาชีพช่วยให้เกิดการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมครอบคลุม 4 มิติ(กาย-จิต-สังคมและจิตวิญญาณ) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด ควรค่าแก่การเป็นมนุษย์ และเดินทางผ่านความตายได้อย่างเต็มศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ได้ในที่สุด” โดยมีปัจจัยแห่งสำเร็จ(Key Success) อยู่ที่การสนับสนุนของผู้บริหาร การพัฒนาศักยภาพของทีมผู้ดูแล การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดึงขุมพลังจากชุมชนและการสร้างเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคองสู่ชุมชน”
กฤษณา เอี่ยมเปลี่ยน
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลพิจิตร
30 มิ.ย.53