เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2553 ชมรมผู้พิการทางสายตา จังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับจังหวัดกาฬสินธุ์ได้จัดให้มีการแข่งขัน เดินวิ่งการกุศลเพื่อหารายได้ให้กับชมรมผู้พิการทางสายตา จังหวัดกาฬสินธุ์
มีแขกผู้มีเกียรติไปร่วมเป็นเกียรติมากมาย รวมทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์(ไม่มีในภาพนะครับ) ก็ไปร่วมเป็นประธานในพิธีด้วย ทั้งๆที่ฝนก็ตกหนัก แต่ปรากฏว่ามีนักกีฬาไปร่วมงานเดินวิ่งการกุศลครั้งนี้อุ่นหนาฝาคั่งมาก
วัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้เพื่อนำเงินรายได้บางส่วนช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา พิจารณาเป็นเงินรายได้ไม่น่าจะได้กำไร เพราะถ้ามีคนประมาณ 300-400 คน เสมอตัวได้ถือว่าเก่งมาก(บังเอิญมีประสบการณ์การจัดมา2 ครั้งเลยรู้พอสมควร (เลือดยังไม่แห้งเลยครับ))ผมก็ได้แต่เอาใจช่วยคณะกรรมการจัดการแข่งขันที่มีความตั้งใจจริงในการกระโจนลงมาจัดการแข่งขันครั้งนี้ ถึงไม่ได้กำไรเป็นตัวเงิน แต่กำไรสุทธิจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องสุขภาพนะครับ เพราะวันนั้นทั้งผู้พิการทางสายตา และผู้พิการทางหัวใจอย่างผม(ฮา) ก็เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างเต็มที่(วิ่งอยู่กาฬสินธุ์เสียงหอบหายใจดังไปถึงสารคาม(ฮา)
เหนื่อย แต่สนุกและท้าทายอยากให้มีรายการแข่งขันดีดีอย่างนี้คงอยู่ต่อไป(ผมกับเพื่อนๆ จะไม่พลาดเป็นอันขาด)
ในบรรดานักวิ่งที่ไปร่วมงานวันนั้นผมได้คุยกับคุณพี่ท่านหนึ่ง เดินทางไปจากเขมราฐ อุบลราชธานี วันนั้นไปกินข้าวเย็นแล้วพบกันข้างหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธ์ ผมเห็นท่านแทบทุกสนาม ท่านบอกว่า "แข่งวิ่งมาอย่างสม่ำเสมอ แค่กาฬสินธุ์ไม่ไกลหรอก เกาะลังกาวียังไปมาแล้ว (โอ้โฮ) อยู่ทีทำงานก็มีแต่เซ็นหนังสือ เบื่อแฟ้ม(แสดงว่าท่านเป็นผู้บริหาร ชิมิ..) มาร่วมแข่งอย่างนี้(พาครอบครัวมาด้วย ภรรยา และลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่นอีก 2 คน)ก็ไม่ได้หวังรางวัลอะไรหรอก แต่มันได้มากกว่ารางวัลนั่นคือทำให้เหมือนได้มาชาร์จแบตเตอรี่ เพราะได้ท่องเที่ยว ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แถมได้อยู่กับครอบครัวอย่างใกล้ชิด และยังได้ทำบุญแก่ผู้พิการทางสายตาอีกด้วย อย่างนี้ไม่มาแข่งก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร? ต้องขอบคุณผู้จัด"
(เหล่านักวิ่งวัยเก๋า..อายุใกล้เคียงกับท่านที่ผมได้พูดคุยด้วย เสียดายผมไม่ได้บันทึกภาพท่านไว้โอกาสหน้านะป๋า...)
ผมได้ฟังท่านพูดแล้ว ทำให้เห็นว่าคนที่มี คำว่า "ขอบคุณ" คือคนที่ มีความพร้อมแล้วทุกอย่าง("คนมี" หรือได้รับสิ่งใดแล้ว มักจะกล่าวคำว่าขอบคุณจริงไหม?ครับ) คนที่มี(สิ่งใดก็ตาม)เขาก็ย่อมที่จะนำสิ่งที่มีนั้นแบ่งปันให้คนอื่นได้ ตรงข้ามถ้าไม่มีก็ไม่รู้ว่าจะแบ่งปันอะไร?ให้คนอื่น คุณพี่ท่านนี้ท่าน "มี" ท่านจึงเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นโดยไม่ลังเล
ดังนั้น คำว่า "ขอบคุณ" จึงควรมีในจิตใจของคนทุกคน หมั่นพูดและคิดให้บ่อยๆนะครับ เพราะขณะนี้ สังคมเรากำลังต้องการพลังบวกจากคนไทยทุกคน
ท้ายสุดนี้ขอฝากรูปให้เพื่อนด้วย (เพื่อนไม่ได้นำกล้องติดตัวไปด้วย บังเอิญผมมีก็เลยขอมอบผ่าน gotoknow) เผื่อว่าเขาจะนำไปใช้เป็นหลักฐานเพื่อการใดก็ตาม
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ
ด้วยรักและนักถือ
ไทญ้อ เมืองท่า
อาจารย์คะ ขอให้อาจารย์โชคดี ประสบความสำเร็จได้รับถ้วยพระราชทานนะคะ
ตอนต้นเดือนดูทีวีเห็นข่าวน้ำท่วมมหาสารคาม..เป็นอย่างไรบ้างคะบ้านอาจารย์และบ้านญาติๆ ท่วมหรือปล่าว เอาใจช่วยนะคะ
ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ
อ๊า นู๋ อยาก เปง นัก วิ่ง ต๊าๆ