การลดอันตราย,ยาเสพติด,Harm Reduction

คนในวงการงานยาเสพติดต้องรู้จักคำว่า การลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด (Harm Reduction)  หลักการคือการช่วยให้ผู้ติดยาเสพติด (ส่วนใหญ่เป็นชนิดฉีด) สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยยังคงใช้ยาเสพติดหรือสารทดแทนในขณะที่ยังไม่สามารถหยุดใช้ยาเสพติดได้ทันที  ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวผู้เสพ (เช่น ฉีดยาผิดที่จนพิการ ฉีดยาเกินขนาดชนช๊อคเสียชีวิต ติดเชื้อ HIV ไวรัสตับอักเสบชนิด บี และซี อันเกิดจากการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกันในหมู่ผู้เสพ) ครอบครัว คนรอบข้าง และสังคม (กรณีเกิดอาชญากรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อันตรายจากการแพร่เชื้อที่เกิดจากการทิ้งเข็มฉีดยาที่ใช้แล้ว) รูปแบบการดำเนินงานมีหลายแนวทาง เช่น การให้ความรู้ สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้ติดยาและครอบครัว  การให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยและครอบครัว การให้สารเมทาโดนทดแทนระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดอาการขาดยาและลงแดงในผู้ติดเฮโรอีน การมีศูนย์รับปรึกษาปัญหาสุขภาพและปัญหาอื่นๆ (drop in center) ซึ่งในต่างประเทศ เช่น เนเธอแลนด์  ออสเตรเลีย มีการจัดสถานที่และอุปกรณ์สะอาดให้ผู้ติดยาสามารถเข้าไปฉีดยาเสพติดได้เพื่อความปลอดภัย (แต่ศูนย์ไม่ได้จัดเตรียมยาเสพติดให้ มีแต่บุคลากรที่สามารถดูแลความปลอดภัยและให้คำแนะนำในการฉีดและอุปกรณ์) การจัดอาสาสมัครเข้าไปให้คำปรึกษาและบริการเข็มสะอาดให้กับผู้ติดยาในชุมชน (outreach program)  การให้บริการเข็มและอุปกรณ์ฉีดยาที่สะอาดในร้านขายยาและให้คำปรึกษาโดยเภสัชกร หรือโปรแกรมการแลกเข็มใช้แล้วกับเข็มสะอาด เป็นต้น

 

การดำเนินงานเหล่านี้มีการดำเนินงานแล้วอย่างชัดเจน มีการกำหนดเป็นนโยบายของรัฐในหลายประเทศ แต่ในประเทศไทยยังดำเนินการในลักษณะที่องค์กรพัฒนาเิอกชนดำเนินการในลักษณะจัดหาอาสาสมัครเพื่อทำงานกับกลุ่มเป้าหมาย ในวงการแพทย์ยอมรับหลักการเรื่องการลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด และดำเนินการร่วมกับต่างประเทศในลักษณะโครงการทดลอง นำร่องเพื่อดูแลรักษาผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีด โดยเน้นการดูแลสุขภาพองค์รวม และการอยู่ร่วมในสังคม บนพื้นฐานว่าถึงแม้ติดยาเสพติดแต่ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และศักยภาพในการทำงานทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

 

 รัฐไทยคิดอะไรอยู่ 

การกำหนดให้ผู้เสพยาเสพติดเป็นผู้ป่วยได้ประกาศเป็นนโยบายของรัฐมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ การดูแลผู้ป่วยทั่วไปให้เข้าถึงบริการการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดได้ดำเนินการมายาวนาน กรณีผู้ติดยาเสพติดเรื้อรังรัฐจัดระบบบริการด้วยการให้สารเมทาโดนทดแทนระยะยาว รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารและการให้คำปรึกษา ประเด็นท้าทายเชิงนโยบาย เรื่องการแจกเข็มฉีดยาสะอาด กำลังอยู่่ท่ามกลางเขาควาย (dilemma) หรือสองแพร่งระหว่างผลดี และผลเสียที่ยังขาดความชัดเจนทางหลักฐานอ้างอิง รัฐเกรงว่าหากเกิดการแจกเข็มจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเพิ่มมากขึ้น  ในขณะที่หลักฐานทางวิชาการบ่งชี้เพียงว่าไม่ปรากฏข้อมูลว่าเมื่อแจกเข็มแล้วสถิติการใช้ยาเสพติดสูงขึ้น ซึ่งยังไม่หนักแน่นพอให้รัฐกล้าเสี่ยง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการใด ๆ ต้องให้สอดคล้องกับบริบทของไทย อะไรที่ดำเนินการได้ดีในต่างประเทศไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลดีในลักษณะเดียวกันเมื่อนำมาใช้ในสังคมไทย (ซึ่งเป็นประเทศที่อะไรก็เกิดขึ้นได้..มหัศจรรย์เสมอ หรือ unseen in Thailand ...

 

ข้อเสนอจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ

รัฐต้องชัดเจนว่าอะไรทำได้เลย อะไรต้องมีกฎหมายรองรับสำหรับผู้ปฏิบัติงาน

ทำได้เลย เช่น การให้ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้  การแจกถุงยางอนามัย  การให้คำปรึกษา การให้บริการสารเมทาโดน (ซึ่งเข้าหลักประกันสุขภาพ             30 บาทด้วย)

ทำแล้วยังไม่มีกฎหมายรองรับ เช่น การจัดหาเข็มฉีดยาให้ผู้ป่วย ปัจจุบันหากถูกจับอาจถูกข้อหาสนับสนุนให้เ้เสพยาเสพติด โดยเฉพาะคนทำงานที่เป็นอาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้เสพ หรือปัจจุบันยังเสพ

 

แล้วรัฐควรทำอย่างไร ... ต้องพัฒนา ปรับปรุงกฎหมายให้สนับสนุนและไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน และที่เป็นหนทางแก้ไขระยะสั้น คือการทำ MOU ระหว่างหน่วยงานบริการสุขภาพ องค์กรเอกชน ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายรักษากฎหมาย เช่น ตำรวจ  เพื่อตกลงร่วมกันว่าการทำงานลดอันตรายในพื้นที่ใด ห้วงเวลาใด นับว่าไม่ผิดกฎหมาย และตำรวจไม่จับกุมผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด ภายใต้การบริหารจัดการและระบบข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เิกิดการแพร่ระบาดหรือปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ผุ้ป่วยต้องมีบัตรการรักษาแสดงตัวเมื่อตำรวจขอตรวจ หรือมีพี่เลี้ยงอ้างอิงเมื่อถูกจับกุม มีระบบการดูแลที่ชัดเจน

 

ลิงค์ที่เกี่ยวข้องกับการลดอันตราย

http://nctc.oncb.go.th/new/images/stories/conclusion/Harm_reduction.pdf

http://nctc.oncb.go.th/administrator/components/com_fabrik/attachfiles/varasan/v26_3/v26b3_07.pdf