ผมโชคดีที่ได้รับเชิญจาก ศ. ดร. ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ. สมศ. ไปร่วมเสวนายามเช้าเรื่องหน้าที่หลัก และการจัดองค์กรเพื่อทำหน้าที่หลักของ สมศ. โดยมี ศ. ดร. กนก วงษ์ตระหง่านเป็นประธานคณะทำงานไปยกร่างแนวความคิดมาก่อน เอามาเสนอเพื่อขอให้ผู้เข้าร่วมเสวนาช่วยกันระดมความคิด ก่อนจะเป็นข้อเสนอตัวจริงที่นำเสนอต่อ บอร์ด ของ สมศ.
ข้อเสนอของ ศ. ดร. กนก ทำให้ผมบอกตัวเองว่า หากดำเนินตามข้อเสนอของคณะทำงาน จะเป็นยุคของการยกเครื่อง สมศ. โดยคณะทำงานเสนอแนวคิด ๔ ข้อ ภารกิจหลัก ๖ ประการ และเสนอโครงสร้างองค์กรใหม่ด้วย
แนวคิดที่ ๑ เปลี่ยนจาก school evaluation ไปเป็น education evaluation
แนวคิดที่ ๒ ประเมินเพื่อพัฒนา performance ของสถาบัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ และทำให้กระบวนการประเมินเน้นกระบวนการพัฒนา ไม่ใช่เน้นได้-ตก
แนวคิดที่ ๓ สร้างการประเมินให้เป็นอาชีพหลัก (professionalism)
แนวคิดที่ ๔ สร้างความเข้มแข็งทางวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของ สมศ.
ผมเสนอให้ สมศ. เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมคุณภาพด้านการศึกษาทุกระดับ ทุกมิติ โดยเน้นคุณภาพที่มองที่ตัวผลประโยชน์ของผู้เรียนเป็นหลัก
เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ว่าด้วยคุณภาพการศึกษา เรียนรู้จากความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิผล ว่าทำอย่างไร (how) ทำไมจึงทำ (why) มีแรงบันดาลใจอะไรจึงทำเช่นนั้น ผมเชื่อว่าแรงบันดาลใจของครูและผู้บริหารสถานศึกษา สำคัญกว่าระดับปริญญาของครู และที่เราอยากรู้คือทำไมครูดีๆ จึงมีแรงบันดาลใจเช่นนั้น และจะระบาดแรงบันดาลใจ และความมุ่งมั่นเช่นนั้น ได้อย่างไร
ข้อเสนอที่สำคัญของ ศ. ดร. กนก คือ ให้ สมศ. มีนักวิชาชีพประเมินทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำของ สมศ. ซึ่งเวลานี้ไม่มี ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกเป็นหลัก ต่อไปหากดำเนินการตามข้อเสนอนี้ สมศ. ก็จะมี in-house expert ด้าน evaluation
ผมมีข้อเสนอว่า น่าจะเน้นที่การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ ในวงการศึกษาเป็นหลัก ให้ความสำคัญมากกว่าการประเมิน เพื่อสร้างความเป็นตัวของตัวเองในวงการศึกษา ดังนั้น expert ที่ สมศ. ควรมีอยู่ภายในองค์กร คือ expert ด้านกระบวนการคุณภาพ ในมุมของการศึกษา
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ก.ย. ๕๓