ที่มาของทรัพยากรท้องถิ่น
แหล่งทรัพยากรในท้องถิ่น ที่สามารถให้การสนับสนุนงบประมาณสถานศึกษาในรูปแบบต่างๆ แยกได้ดังนี้
1.บุคคล คือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือสถานศึกษา อาจแบ่งได้เป็น 2 พวก คือ
1.1.ผู้ที่มีส่วนได้รับผลประโยชน์จากโรงเรียนโดยตรง ได้แก่ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับโรงเรียน เช่น ครู พระภิกษุ นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ผู้ใช้บริการของโรงเรียนอยู่เป็นประจำ
1.2 ผู้ที่ไม่มีส่วนได้รับผลประโยชน์จากโรงเรียนโดยตรง คือผู้ที่มุ่งช่วยเหลือเพราะศรัทธาต่อบุคลากร หรือการดำเนินกิจการของโรงเรียน คือผู้มีจิตกุศลทั้งหลาย เช่น พระภิกษุ อาสาสมัครในชุมชน ภูมิปัญญาชาวบ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน
2.มูลนิธิ สมาคม ชมรม เช่นมูลนิธิช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน มูลนิธิไทยรัฐ สมาคมครู-ผู้ปกครองนักเรียน สมาคมศิษย์เก่า ชมรมผู้สูงอายุ ฯลฯ
3.องค์กรต่างๆ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
3.1 องค์กรภาคเอกชน เช่น บริษัท ธนาคาร โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์
3.2 องค์กรภาครัฐ เช่น หน่วยงานของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ เช่น โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน วัด อำเภอ จังหวัด สภาวัฒนธรรม เทศบาล อ.บ.ต.
ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น
1.โรงเรียนมีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ
2.การถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแหล่งความรู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับโรงเรียนมากที่สุด การนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาหลักสูตร จึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนในชุมชนนั้น ๆ อย่างแท้จริง
3.ควรมีการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นในการบริหารโรงเรียน เช่น การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา มีการประสานงานและสร้างความร่วมมือกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอยู่เสมอ
การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น
เนื่องจากสถานศึกษาได้รับงบประมาณจากรัฐบาลไม่เพียงพอ การระดมทรัพยากรท้องถิ่นมาช่วยสนับสนุนงบประมาณสถานศึกษาจึงเป็นยุทธศาสตร์ทางการบริหารงบประมาณที่ผู้บริหารต้องนำมาใช้
ขอบข่ายของทรัพยากรท้องถิ่น แบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ 4 ประเภท ดังนี้
1.เงิน อาจเป็น เงินบริจาค เงินบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์ เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตของสถานศึกษา
2.แรงงาน แรงงานจากบุคคลต่างๆ วิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ผู้ใช้แรงงาน
3.ที่ดินและวัสดุสิ่งของ เช่น ที่ดิน วัสดุก่อสร้าง พืชผักผลไม้
4.อื่นๆ ได้รับความช่วยเหลือในรูปของการให้คำชี้แจง แนะนำ การให้ความรู้ การช่วยเหลือทางวิชาการ ฯลฯ ซึ่งสามารถตีค่าเป็นเงินได้ทั้งนั้น ถ้าไม่มีผู้ช่วยเหลือก็ต้องจ่ายค่าจ้าง
การนำเทคโนโลยีไปใช้ในการบริหารทรัพยากรการศึกษา
เทคโนโลยี ครอบคลุมสื่อการเรียนการสอนประเภทที่เป็นวัสดุอุปกรณ์ เช่น โทรทัศน์ วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องฉายสไลด์ โทรศัพท์ไร้สาย เครื่องรับส่งโทรสาร ฯลฯ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเผยแพร่สารสนเทศ รวมทั้งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมที่มีการทำให้ข้อมูลเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในระดับโรงเรียนได้สนับสนุนในด้านบุคลากร ด้านงบประมาณ ด้านวัสดุครุภัณฑ์ และด้านการจัดการศึกษาที่มีความจำเป็น การนิเทศ การประเมินผลเพื่อระบบสารสนเทศที่เป็นกระบวนการในด้านคุณภาพการบริหาร
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นกระบวนการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการเสาะแสวงหา การวิเคราะห์ การจัดเก็บ การจัดการ และการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต
สถานศึกษาควรจะใช้คอมพิวเตอร์ให้มีศักยภาพเพื่อการจัดระบบสารสนเทศที่เป็นระบบที่ครบถ้วนถูกต้องและเรียกใช้ได้ทันเวลาในทุกสถานการณ์ การมีข้อมูลและสารสนเทศที่มีคุณภาพจะทำให้กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในด้านต่างๆ ดำเนินไปได้อย่างมีคุณภาพ การจัดระบบสารสนเทศในสถานศึกษาจึงมีความสำคัญและเป็นประโยชน์สำหรับบบุคลากรในทุกองค์กร
เป็นประโยชน์มากครับ