“เศษอาหารที่มีอย่าทิ้งไปให้เกิดมลภาวะเป็นพิษนำมาใช้ประโยชน์เพื่อมิตรที่ดีของสิ่งแวดล้อม”

            

        ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ทุกคนและทุกครัวเรือนจะต้องช่วยกันรักษา จากประเด็นดังกล่าวผู้เขียนจึงแสวงหาผู้มีองค์ความรู้และนำความรู้นี้ไปใช้  โดยเฉพาะผู้ที่สนิทสนมเพราะง่ายแก่การขอความช่วยเหลือ จึงเดินทางไปหาพี่อภิชัย มณีนุตร  บ้านเลขที่ 246 หมู่ 3 ต.ท่าชัย  อ.เมืองชัยนาท หรือเกษตรกรเรียกว่า “เกษตรอ้อ” เพราะหลังจากเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดแล้ว ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก “ทสม.”  เมื่อปี 2547   และช่วยเหลือทางราชการด้วยการเป็นแกนนำสนับสนุนการเรียนรู้ของชุมชน ด้วยเทคโนโลยีน้ำหมักชีวภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเปรียบเสมือนสายเลือดเลี้ยงชีวิตประชาชน ประเด็นที่ผู้เขียนจะนำเสนอในครั้งนี้คือ การนำเศษอาหารมาทำน้ำหมักชีวภาพนอกจากการลดมลภาวะเป็นพิษแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น นำไปผสมน้ำราดดินบำรุงพืช ราดห้องน้ำ โถส้วม ร่องระบายน้ำเสีย  หรือ ป้องกันกลิ่นเหม็นและแมลงวันปัญหาเรื่องขยะเปียกและน้ำเสียในชุมชนน้ำหมักชีวภาพสามารถช่วยได้ โดยฉีดพ่นขยะเปียกที่มีกลิ่นเหม็นในอัตราส่วนเข้มข้น (1: 500) จะช่วยลดกลิ่นเหม็นและแมลงวันได้ ลดปัญหาแหล่งน้ำเน่าเสียจนสัตว์น้ำตาย ถ้าทุกครัวเรือนนำน้ำหมักชีวภาพก็จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

           พี่เกษตรอ้อกล่าวว่า ได้นำความรู้มาใช้ในครัวเรือนก่อนที่จะนำไปบอกกล่าวประชาชน ก่อนที่จะทำต้องเตรียมหาอุปกรณ์และวัสดุ ดังนี้

1. ถังใส่สีขนาด 18  ลิตร                จำนวน  5   ถัง

2. กระป๋องขนาดเล็ก                       จำนวน   1   กระป๋อง

3. กากน้ำตาล                                    จำนวนขึ้นอยู่กับปริมาณที่จะทำ

            เมื่อเตรียมอุปกรณ์ได้แล้ว เริ่มด้วยการระลายสารเร่ง พด. 2  1 ซองกับน้ำสะอาด 10  ลิตร ในถังใส่สีขนาด 18  ลิตร   ทิ้งไว้ 10 นาที  เติมกากน้ำตาล 1 ลิตร คนให้ละลายตั้งทิ้งไว้ (จะได้น้ำประมาณครึ่งถัง)

           กระป๋องขนาดเล็กตั้งทิ้งไว้ในครัว เมื่อมีเศษอาหารเหลือ สมาชิกในครัวเรือนจะนำมาเททิ้งในภาชนะที่เตรียมไว้ เมื่อเต็มแล้วหรือทุกเย็น จะทำไปเทในถังระลายกากน้ำตาลที่เตรียมไว้  ประมาณ 20 วันเศษอาหารจะเต็ม ก็จะนำไปเก็บหมักต่อให้ครบ 3 เดือน และจะเริ่มใช้ถังที่เตรียมไว้หมักต่อ

             เมื่อถังหมักเศษอาหารที่หมักทิ้งไว้ครบ 3 เดือนแล้ว นำไปเทลงถังกรอง เก็บน้ำหมักที่ได้ไว้ใช้ ในส่วนของเศษอาหารที่เป็นชิ้น นำไปทำปุ๋ยหมักต่อไป จะไม่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชน

             การทำถังกรอง ให้เจอะรูเพื่อให้น้ำไหลออก จากนั้นทำชั้นวางขนาดพอดีกับขนาดถังใช้ผ้าตาข่ายไนล่อนสีฟ้าที่มีขายตามท้องตลาดมาเย็บให้เป็นชั้นกรอง เพื่อรอรับการกรองน้ำหมัก ซึ่งหมักได้อย่างสมบูรณ์

การนำน้ำหมักไปใช้ประโยชน์

              1. ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ โถส้วม  0.5 ลิตร ใส่ทุก 2 เดือน นอกจากดับกลิ่นแล้วส้วมจะเต็มช้า เพราะจุลินทรีจะช่วยย่อยสลายเศษอาหารและไขมันในมูลที่ระบายลงส้วม

              2. เพื่ออนุรักษ์ในแม่น้ำลำคลอง ซึ่งอาจจะคำนวณจากปริมาณน้ำเสียที่ระบายในครัวเรือน เพื่อราดน้ำหมักตามลงไป โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตรต่อน้ำเสีย 500  ลิตร ซึ่งถ้าทุกครัวเรือนทำแบบนี้จะช่วยอนุรักษ์น้ำในแม่น้ำลำคลอง

              3. ใช้ปรับปรุงบำรุงดิน นำน้ำหมักชีวภาพ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20  ลิตร ราดรดลงดิน ช่วยให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำดี ต้นไม้แข็งแรงสมบูรณ์ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ให้ผลผลิตดี

             หลังจากดำเนินการแล้วได้ผลดี ได้นำความรู้ถ่ายทอดสู่เยาวชนและเพื่อนบ้าน โดยได้แจกจ่ายน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตได้ให้นำไปทดลองใช้ จากการติดตามมีเพื่อนบ้านหลายครัวเรือนได้นำความรู้ไปใช้ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพในครัวเรือน 

              จากความรู้ดังกล่าว จึงนำมาเผยแพร่และขอเชิญชวนผู้อ่านได้นำไปทดลองใช้ในครัวเรือน อย่างน้อยเศษอาหารเพียงน้อยนิดในแต่ละวัน เมื่อสะสมเข้าหลายๆ วันจะเป็นเศษอาหารกองใหญ่นำมาใช้ประโยชน์ในครัวเรือนและช่วยอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง และผลดีจะย้อนกลับมาสู่ทุกท่านด้วยลำน้ำที่ใสสะอาดเหมาะสมกับการนำไปใช้ลดต้นทุนการปรับสภาพน้ำประปาให้ใสสะอาด นอกจากจะได้น้ำที่ใสสะอาดไม่ขุ่นข้นแล้วจะส่งผลถึงค่าน้ำประปาที่ลดลงด้วยนะครับ อย่าลืมล่ะ “น้ำใสๆ ด้วยใจรักษ์น้ำของชุมชน”