เช้าวันนี้ได้ฟังรายการที่นี่เมืองน่าน...มุมมองท้องถิ่น การถ่ายทอดสด ( นอกสถานที่ )ที่วัดพญาวัด ในงานตานสลากจมปู ได้ฟังคุณปุ้ยสนทนา้์กับพระมหาณรงค์ เจ้าอาวาส และคณะ์เช่น คุณสุขสันต์ พระครูสิรินันทวิทย์ พระครูวิมลนันทญาณ ได้เนื้อหาสาระดี
ท่านอ๊อฟหรือพระมหาณรงค์ศักดิ์ ได้กล่าวในรายการว่า ไม่ได้กินตานสลากที่วัดนี้มาเป็นเวลา ๔๕ ปี ได้ฟังจากพ่ออุ้ย แม่อุ้ย ปรึกษาพระและศรัทธา จึงฟื้นประเพณีให้มีการตานสลากจมปูที่วัดพญาวัด และมี สวท.น่าน ไปถ่ายทอดสดทำให้ผู้ฟังทั่วไปได้ความรู้
สวัสดีครับคุณธนู
ขอความกรุณาเล่ารายละเอียดสลากจมปูให้พวกเราทราบด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะผมไม่ทราบจริง และเชื่อมั่นว่าหลายคนก็คงไม่รู้เหมือนผม ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
สวัสดีครับพี่สมนึก เท่าที่หามาได้มีดังนี้
หลายคนยัง งงๆ ว่าตานก๋วยสลากคืออะไร ทำความเข้าใจรวมกันไปนะครับ
งานสลาก งานตานสลาก งานกิ๋นสลาก งานสลากภัต งานตานก๋วยสลาก ฯลฯ แล้วแต่จะเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณของชาวเหนือ ถือว่าเป็นงานบุญที่ได้อานิสงมาก เพราะเป็นการถวายทานที่ไม่เจาะจงผู้รับ อีกทั้งเป็นการอุทิศส่วนกุศลเผื่อแผ่ไปยังผู้ล่วงลับ เจ้ากรรมนายเวรอีกด้วย โดยมีการจัดเตรียมก๋วยสลาก หรือ ตะกร้า หรือ ชะลอม บรรจุเครื่องครัวต่างๆ เช่น หอม กระเทียม พริกแห้ง พริกสด เกลือ ลูกส้มของหวาน ข้าวสุก ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด บุหรี่ (มวนยาเส้น) เมี่ยง น้ำดื่ม กล้วย อ้อย เป็นต้น และปัจจัย พร้อมดอกไม้ธูปเทียน
หากจะอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ใดก็ต้องเตรียมก๋วยสลากให้เท่ากับจำนวน+2 เช่น จะอุทิศให้ผู้ล่วงลับ 5 คน เจ้ากรรมนายเวร 1 เท่ากับ 6 ก๋วย (ตะกร้า) + 2 คือ ถวายพระพุทธ 1 ถวายเข้าส่วนกลางให้กับวัด 1 รวมเป็น 8 ก๋วย จะทำเป็นก๋วยสานบุด้วยใบกุ๊กหรือกระดาษ หรือตะกร้าพลาสติก หรือถังก็แล้วแต่ จะเล็กจะใหญ่ก็แล้วแต่ศรัทธา
สิ่งที่มาพร้อมกับก๋วยสลาก คือ เส้นสลาก เดิมทีจะเขียนในใบลานตากแห้ง ปัจจุบันไม่ค่อนเห็นได้เปลี่ยนตามยุคสมัย ใช้กระดาษแทน เขียนข้อความเพื่อประสงค์จะอุทิศส่วนกุศลถึงใคร หลักๆ คือ "หมายมีศรัทธา...............ขออุทิศทานข้าวสลากซองนี้แด่...................." 1 ก๋วย ต่อหนึ่ง เส้นสลาก หรือ 1 ก๋วย ต่อการอุทิศถึง 1 ราย แล้วเส้นสลากเหล่านีก็จะถูกเอาไปรวมกันเพื่อนับและจัดสรรแบ่งให้พระสงฆ์ที่มารับทานเท่าๆ กัน
เมื่อถึงวัด เอาเส้นสลากไปรวมกองและคลุกเคล้ากัน ส่วนก๋วยสลากก็เอาไปตั้งเรียงไว้ประจำที่ ติดหมายเลข ส่วนใหญ่จะใช้เลขที่บ้าน เพื่อง่าย แล้วก็จะนั่งเรียงกันไปตั้งแต่บ้านเลขที่ 1 ถึง.xxxx และในเส้นสลากก็จะเขียนเลขที่บ้านติดไว้ด้วย ตัวใหญ่ๆ บางบ้านก็จะทำสัญลักษณ์ไว้เพื่อให้เห็นได้ง่าย
การออกสลาก มี 2 แบบ คือ
1.การออกโดยให้พระเป็นผู้เดินหาสลาก คือ เมื่อพระได้เส้นสลากครบทุกรูปแล้ว จะทำพิธีไหว้พระ สมาทานศีล โอกาสเวนทาน แสดงพระธรรมเทศนาอานิสงส์สลาก จากนั้นพระสงฆ์จะเริ่มอุโลกป์เส้นสลากทั้งหมด เสร็จแล้วจะเริ่มออกหาสลาก โดยดูที่เส้นสลากที่ได้รับว่าเลขที่อะไร แล้วก็เดินไปรับทานก๋วยสลาก ณ ที่ที่บ้านเลขที่นั้นประจำอยู่ จนกระทั่งครบทุกเส้นสลาก
2. การออกโดยให้ชาวบ้านเป็นคนเดินหา คือ เมื่อพระทำพิธีในวิหารเสร็จแล้ว จะออกมานั่ง ณ จุดที่จัดให้ อาจจะเป็นภายในวัด หรือรอบกำแพงวัด แล้วเอาเส้นสลากทีได้รับมาวางแผ่กับพื้น จากนั้นชาวบ้านจะเป็นคนถือก๋วยสลากเพื่อไปถวายให้กับพระที่มีเส้นสลากของตัวเอง กรณีนี้จะวุ่นวายหน่อยแต่สนุกสนุน ผู้คนเดินกันขวักไขว่โกลาหล ตะโกนโหวกเหวก "บ้านเลขที่นี้อยู่ไหนมารับด้วย" "ใครเห็นเลขที่ฉันบ้าง"
ส่วนก๋วยสลาก มี 2 แบบใหญ่ๆ ได้แก่ ถ้าอย่างที่เณรน้อยหิ้วอยู่นี่ เรียกว่าก๋วยทั่วไป
แต่ถ้ามียอดใบสีแดงๆ ขึ้น จะเรียกว่า สลากโชค (อ่าน สลากโจ้ค) พระรูปไหนได้ก็นับว่าโชคดีไป และไม่ใช่จะได้ทุกรูป ไม่ได้ทำทุกบ้าน แล้วแต่กำลังศรัทธา บางบ้านก็ทำหลายก๋วย
ส่วนการจัดงานตานสลาก ก็แล้วแต่ว่าจะจัดในนามวัด หรือหลายๆ วัดรวมกัน เมื่อก่อนจะมีงานสมโภช และกำหนด 3 วัน คือวันลาบเก๊า (วันเริ่มต้น) วันดา (วันห้างดา เตรียมข้าวของถวายทาน) และวันกิ๋น หรือวันถวายทาน (วันงาน) จะมีการประกาศบอกบุญให้ญาติมิตรสหายได้รับทราบโดยทั่วกัน ใครเป็นญาติมิตรที่งานบุญถึงกันก็จะมาร่วมงาน โดยนำปัจจัยหรือข้าวของมาร่วมงาน มีการกินเลี้ยงตลอด 3 วัน แต่ระยะหลังด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่รัดตัว กิจกรรมเหล่านี้เลยลดลงไป เหลือก็แต่วันงานเพียงวันเดียว และไม่ได้ประกาศให้ร่วมบุญเหมือนก่อนๆ เป็นไปตามศรัทธาและกำลังทรัพย์ ทำให้ความสามัคคี ความกลมเกลียวและเครือญาติ วงศาคณามิตรสหายเริ่มคลายและห่างหายกันไป งานบุญ งานปอยเมื่อไหร่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคือช่วงที่ญาติสนิทมิตรสหายได้มารวมตัวกัน ได้พบเจอสาระทุกข์สุกดิบ ปัจจุบันเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เรียกการตานสลากในปัจจุบันนี้ว่า สลากจุมปู หรือ สลากจมปู เพื่อยังคงความเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา โดยกำหนดให้หมู่บ้านในตำบลหนึ่งๆ หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพจัดงาน แล้วมีหมู่บ้านอื่นๆ มาร่วมแทน