พี่น้องเกษตรกรอีสาน ขณะนี้น่าสงสารที่สุด เพราะปัญหาที่รุมเร้าไม่ว่าจะเป็นปัญหาคุณภาพชีวิต ปัญหามาตั้งแต่ระดับนโยบาย ทัศนคติ ขาดองค์ความรู้ หมดความหวังที่จะครอบครองปัจจัยการผลิต มีหนี้สินลดพ้นตัว หาคืนไม่ได้ นายทุนยึดที่ดินทำกิน ถือเป็นวิกฤตตที่เราท่านทราบกันน้อยมากเหลือเกิน ผมทำงาน องค์กรพัฒนาเอกชนพัฒนาชนบทมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีไม่เคยเห็นเกษตรจะดีขึ้นเลย มีแต่ทรุดๆและไร้สภาพ ในที่สุดก็ต้องมาเป็นแรงงานรับจ้างราคาถูกให้พ่อค้านักธุรกิจในเมือง เมืองใหญ่กดขี่ขูดรีดค่าแรงไปวันๆ เราจะเห็นคุณภาพที่ดีของเกษตรกรไทยได้อย่างไร และเราก็ไม่ได้เจอปัญหาแค่นี้ แต่เรายังเจอเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืนของภาคเกษตรกรรม ปัญหาเรื่องการแย่งชิงทรัพยากร ปัญหานโยบายรัฐเน้นการส่งออกเป็นหลัก ปัญหาคนรุ่นใหม่ไม่นิยมทำการเกษตร ปัญหาการส่งเสริมการบริโภคสีเขียว ปัญหาที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีคนกลุ่มเล็ก เกษตรรายย่อย ที่ทำการผลิตและชายสินค้าปลอดสารพิษ ความไม่เข้าใจและผลกระทบที่เกิดจากการทำ FTA-ของรัฐแบบที่เกษตรกรขาดการมีส่วนร่วม เราท่านจะฃ่วยเขาได้อย่างไรกับสารพัดปัญหาเหล่านี้

เราคงไม่แปลกใจที่พบเห็น เกษตรกรเข้าไปในที่ดินที่ว่างเปล่า ที่สาธารณะของจังหวัดหลายแห่ง ที่ของพ่อค้านายทุนหน้าเลือดหลานร้อยไร่ที่ไม่ทำประโยชน์ เป็นเวลามากกว่า 10 ปีขึ้นไป ความอ่อนแอของรัฐในเรื่องการเก็บภาษีก้าวหน้า (ได้แต่พูด) ทำไม่ได้ เพราะจะไปกระทบผลประโยชน์ของนักการเมือง นักธุรกิจชั่วทั้งหลาย หลายคนอาจมองว่าเกษตรกรบุกรุกที่ดิน ทำไม่ถูก เกษตรกรการเมือง ฯลฯ แต่หากเราย้อนมองไปยังปัญหาที่กล่าวไว้จะพบว่า มันหมดทางออกจริงๆ มันไร้ความหวังกับรัฐ มันมืดมน และที่สำคัญคนไทย เกษตรกรไทยต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรือ เราเคยพูดกันในวงNGOบ่อยๆว่าเกษตรกรพึ่งตนเองไม่ได้ เกษตรธรรมชาติ เกษตรยั่งยืนเกษตรปราณีต เกษตรผสมผสานแก้ปัญหาไม่ได้ ในความจริงแล้ววิถีขีวิตของเกษตรกรต้องผสมผสานหลายๆอย่างร่วมกัน นั่นคือมีทุนทรัพยากร ทุนสังคม ทุนวัฒนธรรม ทุนภูมิปัญญและองค์ความรู้ มีการพูดว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้อง 1. ทำงานโดยใช้ชุมฃนเป็นตัวขับเคลื่อน 2.ทำงานผ่านตัวชุมฃนเป็นหลัก 3มีการจัดตั้งสมัชชาเกษตรทุกระดับพื้นที่สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร4. สนับสนุนให้มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร 5.ให้มีการนำเสนอนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้มากขึ้น 6.เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายต่างๆแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยกระดับการทำงานร่วมกัน 7.ต้องจัดการปัญหารัฐที่มีนโยบายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน (มาบตาพุด เขตเศรษฐกิจพิเศษ พืชน้ำมัน) 8.ต้องจัดการการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐต่อนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร  9 ต้องจัดการกับระบบการศึกษาที่มันทำให้สอนลูกหลานให้ห่างไกลจาดอาชีพเกตรกรรม 10 จัดการเจ้าหน้าที่ของรัฐและอปท.เป็นเครื่องมือให้นายทุน  มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรน้อยมาก นอกจากคอร์รัปชั่น 11 เกษตรต้องพึ่งตัวเองได้ ลดการพึงพาภายนอก 12 เร่งจัดตั้งองค์กรเกษตรทุกระดับให้เข้มแข็ง มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง 13เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรและเครือข่ายผู้บริโภคเข้าหากัน  14 ทำอย่างไรให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน ไม่ใช่เช่านายทุน ลดความบอบช้ำจาการผลิตพืชเชิงเดี่ยวและลอหนี้สิน เหล่านี้น่าจะทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้บ้าง