สวัสดีครับเพื่อน ๆ ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วเกี่ยวกับการถามตอบปัญหาธรรมระหว่างพระนาคเสนกับพระยามิลินท์มีดังนี้
ม. ถามทำนองว่า...ก็นิโรธนี้คือนิพพานหรือไม่..?
น. ตอบอธิบายทำนองว่า...เมื่อคนเวียนว่ายตายเกิดใน 3 กาลคืออดีต อนาคต และปัจจุบันนี้ย่อมยินดีในการสัมผัส ( อายตนะ 6 ) อยู่ก็ไม่พ้นจากเกิดแก่เจ็บตาย แต่ผู้ทรงศีล ( อริยสาวก ) ไม่ยินดีสิ่งเหล่านี้ดับกิเลสกองทุกข์จากสันดานได้ ดุจต้นตาลมียอดด้วนก็กลับเกิดไม่ได้ นี้คือนิโรธละ
ม. ถามต่อว่า...ก็คนทั่วไปได้นิพพานกันหมดไหมละ..?
น. ตอบอธิบายทำนองว่า...บุคคลจะได้นิพพานก็ต่อเมื่อละสิ่งอันลามกแล้วตั้งใจกระทำชอบให้รู้แจ้งเห็นจริงในธรรมวิเศษนั้น
ม. ถามต่อว่า...ก็คนยังไม่ได้นิพพานนั้นรู้หรือว่านิพพานเป็นสุขอย่างไร..?
น. ตอบอธิบายทำนองว่า...ก็บุคคลเกิดมาครบอาการ 32 แล้วรู้หรือว่าคนที่โดนตัดตีนสินมือนั้นเป็นทุกข์อย่างไร...รู้โดยอาการของคนนั้นครับ...ก็ถ้าเมื่อรู้อย่างนั้นเมื่อเห็นท่านผู้ได้นิพพานแล้วมาบอกแจ้งได้ฟังได้เห็นอาการท่านเป็นสุขสบายอย่างนั้นเหมือนกันละ...
พระยามิลินท์ทรงฟังคำอธิบายแล้วชื่นชมว่า...สมควรแล้ว...พระผู้เป็นเจ้า...สาธุ...สาธุ...สาธุ.
ลึกซึ้งนะครับ มิลินทร์และพระนาคเสนนี่
สวัสดีครับ คุณโสภณ เปียสนิท
น่าอ่านมุมคิดของคนโบราณที่บันทึกถึงการโต้ตอบพุทธธรรมตอนต้นพุทธกาลนี้...
อ่านแล้วเลยนำมาเล่าไว้กันลืมครับ...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ