วันนี้คนทั้งโลกเฝ้าจดจ่อการกู้ภัยคนงานเหมืองชิลี 33 คน ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกกว่า 624 เมตร เป็นเวลา 68 วัน

ก่อนหน้านี้มีการขุดอุโมงค์หลุมเจาะเส้นผ่าศูนย์กลาง 28 นิ้ว สองหลุม และมีการต่อท่อเหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 24 นิ้ว มีการตรวจสอบการเชื่อมของข้อต่อเหล็กเพื่อความปลอดภัย มีการเตรียมการหย่อนแคปซูลลงไปเพื่อนำคนงานเหมืองขึ้นมาทีละคน

 

มีการจัดลำดับรายชื่อคนงานที่จะได้รับการช่วยเหลือขึ้นจากใต้ดินที่ลึก 624 เมตรทีละคน ปรากฏว่าแต่ละคนแย่งกันบอกว่า ผมขอขึ้นเป็นคนสุดท้าย โดยการช่วยเหลือจะเริ่มในวันนี้ และคาดว่าการช่วยเหลือคนงานทีละคนจนครบทั้งหมด 33 คน ความเร็วของแคปซูล 2 เมตรต่อวินาที จะใช้เวลา 2 วัน

การที่พวกเขาสละความต้องการตัวเอง เพื่อให้เพื่อนได้มีโอกาสได้รับอิสรภาพและสูดอากาศเป็นคนแรก นับเป็นจิตใจเสียสละ ความสามัคคี และความรักใคร่ต่อเพื่อนที่น่าชื่นชมยกย่องสรรเสริญอย่างแท้จริง ขณะนี้พวกเขาทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงดี

ตามแผนนั้นการช่วยเหลือจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีสุขภาพปกติจะได้รับการช่วยเหลือก่อน ตามด้วยกลุ่มที่สุขภาพอ่อนแอที่สุด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรงที่สุด โดย

จะมีแพทย์ลงไปตรวจสอบร่างกาย ก่อนถึงขั้นตอนการช่วยเหลือ คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน แพทย์ได้ให้แอสไพรินกับคนงานเมื่อวานนี้ เพื่อป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่ม และพวกเขาจะได้รับอาหารเหลวพิเศษในช่วง 6 ชั่วโมงก่อนปฏิบัติการช่วยคนงานจะเริ่มขึ้นในวันนี้ เพื่อให้พลังงานและลดอาการคลื่นไส้อาเจียนขณะยกตัวพวกเขาขึ้นจากใต้ดิน เหมือนกับการขึ้นภูเขาสูง นอกจากนี้คนงานที่จะขึ้นจากเหมืองในช่วงค่ำต้องสวมสเว็ตเตอร์ เพื่อให้พร้อมเผชิญกับอุณหภูมิที่ต่ำมากบนผิวดิน 0 องศา ในขณะที่จุดที่พวกเขาอยู่ใต้ดินมีอุณหภูมิสูงมาก ส่วนคนที่จะขึ้นมาในช่วงที่ยังมีแสงอาทิตย์จะต้องสวมแว่นกันแดดและถูกกักตัวไว้ในที่มืดของโรงพยาบาลสนามที่อยู่ใกล้ๆ ระยะเวลาหนึ่ง

 

คนงานเหมืองวัย 31 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรงที่สุดที่สามารถจะรับมือกับข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจะได้รับการช่วยเหลือเป็นคนแรก

คนงานที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 19 ปี คนที่มีอายุมากที่สุด 63 ปี

คนงานที่ขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายคือหัวหน้าคนงานในการทำงานที่เหมืองใต้ดินแห่งนี้

 

ขอให้ทุกคนคนปลอดภัย

คนทั้งโลกกำลังให้กำลังใจอย่างใจจดใจจ่อ

 

นี่คือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์โลก