ปัญหาของคนเพาะเห็ดที่มีผลเกี่ยวข้องกับการเดินหรือเจริญของเส้นใย แบ่งได้ดังนี้
เส้นใยไม่เดินบนก้อนขี้เลื่อย ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
- หัวเชื้อเห็ดเป็นเชื้ออ่อนหรือเชื้อเห็ดนั้นผ่านการแต่งเชื้อมาหลายครั้งแล้วทำให้เส้นใยอ่อนแอ
- หัวเชื้อเห็ดมีเชื้อจุลินทรีย์อื่นปลอมปนและเจริญแข่งกับเส้นใยเห็ด
- วัสดุที่ใช้เพาะมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อเห็ดโดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อราผู้เพาะควรเลือกวัสดุเพาะที่ปราศจาสารเคมี
- สภาพความเป็นกรด - ด่าง (pH)ควรปรับให้อยู่ระหว่าง 6.5 - 6.8 จะช่วยให้เส้นใยเห็ดเจริญดีขึ้น
- ส่วนผสมมีความชื้นมากเกินไป ทำให้เส้นใยเห็ดชะงักการเจริญเติบโต ในขณะที่สภาพดังกล่าวเอื้อต่อการเจริญของเชื้อแบคทีเรียศัตรูเห็ด
เส้นใยเดินบางมากและเมื่อนำไปเปิดดอกพบว่าจะไม่ค่อยเกิดดอกหรือให้ผลผลิตน้อยมาก ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
- วัสดุที่ใช้เพาะสลายตัวเกือบหมดแล้ว ทำให้อาหารเหลืออยู่น้อย ไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเส้นใย หรือใส่อาหารเสริมน้อยเกินไป ดังนั้นจึงควรใส่อาหารเสริมในอัตราส่วนที่เหมาะสม
- การนึ่งฆ่าเชื้อไม่ดีพอ ทำให้จุลินทรีย์อื่นๆเจริญเติบโตแข่งกับเห็ดได้ ดังนั้นการนึ่งก้อนเชื้อควรใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง นับจากน้ำเดือด
เส้นใยเห็ดเดินแล้วหยุด อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
- ถุงก้อนเชื้อมีความชื้นมากเกินไป ทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญได้ดี แล้วเชื้อเห็ดไม่สามารถเจริญเติบโตได้
- เชื้อเห็ดอ่อนแอ เมื่อเจริญได้ระยะหนึ่งแล้วก็ชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้นควรเลือกเชื้อที่แข็งแรง
เห็ดออกดอกช้าหลังจากเปิดดอกแล้ว อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
- เกิดจากการเปิดปากถุงเร็วเกินไป หลังจากเส้นใยเดินเต็มแล้ว ควรปล่อยให้เส้นใยรัดตัวและมีการสะสมอาหารก่อนเปิดถุงประมาณ 8-10 วัน
- การถ่ายเทอากาศในโรงเรือนไม่ดี ทำให้มีการสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง
- อุณหภูมิภายในโรงเรือนสูงหรือต่ำเกินไปหรือความชื้นไม่เพียงพอทำให้การพัฒนาของเส้นใยไปเป็นดอกเห็ดช้า
ดอกเห็ดเกิดขึ้นแต่ไม่พัฒนาเป็นดอกเห็ด โดยพบว่าบางครั้งดอกเห็ดเจริญเป็นดอกเล็กๆ บนก้อนเชื้อเต็มไปหมดแต่ดอกมีขนาดเล็กแล้วไม่เจริญต่อ ซ้ำดอกเห็ดจะเหี่ยวแห้งในที่สุด ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
- หัวเชื้อเห็ดอ่อนแอทำให้ดอกเห็ดไม่สมบูรณ์
- การเปิดปากถุงกว้างเกินไปทำให้เส้นใยเจริญไปเป็น ดอกเห็ดจำนวนมากและ อาหารภายในก้อนเชื้อไม่เพียงพอ ทำให้ดอกที่งอกออกมาแคระแกร็น และแห้งดังนั้นการเปิดปากถุงไม่ควรเปิดกว้างมากนัก
- ความชื้นไม่เพียงพอทำให้ดอกที่กำลังเติบโตแห้งได้
- รดน้ำมากเกินไป และรดไม่ถูกวิธี ทำให้น้ำขังในถุงพลาสติก ทำให้เห็ดภายในถุงพลาสติกเน่าเสียได้
- เชื้อจุลินทรีย์เข้าทำลายก้อนเชื้อหลังเปิดถุง เนื่องจากโรงเรือนสกปรก
- อาจมีแมลงเข้าไปกัดและทำลายก้อนเชื้อ
แนวทางควบคุมป้องกันการหยุดชะงักไม่เจริญต่อของเส้นใยหลังหยอดเชื้อ โดยแบ่งเป็นกรณีๆ ดังนี้
1.หลังหยอดหัวเชื้อข้าวฟางลงก้อน 5-7 วันแล้วพบว่าเชื้อไม่เดิน (หยุดนิ่งอยู่ที่เม็ดข้าวฟ่าง) กรณีเช่นนี้เกิดจากหัวเชื้ออ่อนหรือแก่เกินไปไม่เหมาะสมที่จะพักทิ้งไว้เพื่อให้เชื้อเจริญต่อเนื่องจากไม่คุ้มกับผลผลิตที่จะได้รับ
1.1 นำก้อนเชื้อเห็ดที่พบอาการดังกล่าวไปนึ่งแล้วนำมาหยอดหัวเชื้อใหม่อีกครั้ง แต่ใช้หัวเชื้อจากแหล่งอื่น
1.2 ให้ใช้จุลินทรีย์กำจัดศัตรูเห็ด อย่างเช่น บาซิลลัส-พลายแก้ว (รา),บีที (หนอน),บาซิลลัส-ไมโตฟากัส (ไรเห็ด)ผสมทำก้อนเห็ดก่อนทำการนึ่งฆ่าเชื้อทุกครั้งเพื่อป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ศัตรูที่ติดมากับวัสดุเพาะซึ่งเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวสามารถทนความร้อนได้ถึง121.C นาน 3-5ชั่วโมง
2.เส้นใยเห็ดเดินได้ระยะหนึ่งแล้วหยุดนิ่งไม่เดินต่อซึ่งเกิดจากความชื้นในก้อนเห็ดมากเกินไป ให้นำก้อนเห็ดที่พบอาการดังกล่าวไปเทผสมวัสดุเพาะแล้วนำมานึ่งใหม่หรือใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มแทงบริเวณก้นถุงเพื่อระบายความชื้นบางส่วน (แก้ปัญหาเฉพาะหน้า)
3.เห็ดออกดอกช้าผิดปกติหลังจากเปิดดอก โดยปกติดอกเห็ดจะสะสมอาหารนานประมาณ 8-10 วัน หากเกินจากนี้ให้ลองใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการเดินของเส้นใย (แร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด) ฉีดพ่น 1-2 ครั้งหากกันประมาณ 3 วัน แล้วคอยสังเกตการเดินของเส้นใย หากพบว่าเส้นใยเดินเพิ่มหนาขึ้น สัณฐานได้ว่าอาหารภายในก้อนเชื้อมีปริมาณน้อยเกินไป
4.เส้นใยเห็ดไม่พัฒนาเป็นดอกเห็ดหรือพัฒนาแต่ดอกเห็ดมีขนาดเล็กและเหี่ยวแห้งในที่สุด กรณีเช่นนี้ให้หมั่นเช็คอุณหภูมิและความชื้นในโรงเรือนให้มีความเหมาะสมต่อเห็ดชนิดนั้นๆ (ควรมีการติดตั้งเครื่องอุณหภูมิและความชื้นไว้ในโรงเรือนอย่างน้อย 1 ชุด ซึ่งราคาทั่วไปไม่เกินชุดละ 350บาท)