กลอนสุภาพ

  

 คณะ : คณะของกลอนสุภาพมีดังนี้

กลอนสุภาพบทหนึ่งมี ๒ บาท บาทที่ ๑ เรียกว่า บาทเอก มี ๒ วรรค คือ วรรคสลับ และวรรครับ บาทที่ ๒ เรียกว่า บาทโท มี ๒ วรรค คือ วรรครองและวรรคส่ง

 พยางค์คือคำของกลอนแต่ละวรรคมีดังนี้

กลอนแปด มี ๘ คำ ดังนั้นกลอนแปด ๔ วรรคจึงมี ๓๒ คำใน ๑ บท

กลอนสุภาพแปดคำประจำบ่อน                <-  วรรคสดับ
อ่านสามตอนทุกวรรคประจักษ์แถลง         <-  วรรครับ
ตอนต้นสามตอนสองสองแสดง                <-  วรรครอง
ตอนสามแจ้งสามคำครบจำนวน               <-  วรรคส่ง

 สัมผัส มีข้อสังเกตเกี่ยวกับสัมผัสของกลอนสุภาพดังนี้

 

(อ้่างอิง:http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2009/11/16/entry-1

 ก. สัมผัสนอก (บังคับ) โปรดสังเกตเส้นโยงสัมผัส

   ๑). ในบทที่ ๑ คำสุดท้ายของวรรคสลับ (วรรคที่ ๑) สัมผัสกับคำที่ ๓ หรือคำที่ ๕ ของวรรครับ (วรรคที่ ๒) ตามที่ขีดเส้นประไว้ในแผนผัง

   ๒). คำสุดท้ายของวรรครับ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรครอง (วรรคที่ ๓ )

   ๓). คำสุดท้ายของวรรครองสัมผัสกับคำที่ ๓ หรือคำที่ ๕ ของวรรคส่ง (วรรคที่ ๔)

   ๔). คำสุดท้ายของวรรคส่งในบททที่ ๑ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรครับในบทที่ ๒

 

ข. สัมผัสใน (ไม่บังคับ) โปรดสังเกตเส้นโยงสัมผัส

   ๕). สัมผัสในชนิดสัมผัสสระ ในบทตัวอย่าง ได้แก่ สว่าง-พร่าง, ฟ้า-น่า, (วรรคสลับ) , ดี-ที่ (วรรครับ) , ดี-ที่ (วรรครอง) มี-ที่ (วรรคส่ง)

   ๖). สัมผัสใน ชนิดสัมผัสอักษร ในบทตัวอย่าง ได้แก่ พร่าง-พราย (วรรคสลับ) พวยพุ่ง ฟากฟ้า  พิภพพรั่น  หวาดไหว   สุข-สาย

 เสียงวรรณยุกต์ ที่นิยมว่าไพเราะ ใช้ดังนี้ 

วรรคสดับ หรือ สลับ ใช้ได้ทุกเสียงวรรณยุกต์ ควรเลี่ยง เสียงสามัญ

วรรครับ นิยมใช้เสียง เอก โท จัตวา ห้ามใช้เสียงสามัญ

วรรครอง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท

วรรคส่ง นิยมใช้เสียงสามัญ ตรี ควรเลี่ยงเสียงจัตวา เอก โท

 

 (อ้่างอิง :http://www.oknation.net/blog/tnitaram/2009/11/16/entry-1

เพชรน้ำหนึ่ง

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพ"เราะ"
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำหนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน"กลึง"
กลอนจะ"ซึ้ง"ติดใจและให้คุณ

คำสุดท้ายวรรคแรกแยกพิ"เศษ"
สามัญ"เขต"หวงห้ามตามเกื้อหนุน
ท้ายวรรคสองต้องรู้อยู่เป็น"ทุน"
เอก-โท"จุน"จัตวาประ"พนธ์"

ท้ายวรรคสามวรรคสี่นี้จำ"มั่น"
เสียงสามัญ-ตรีใช้ได้ทุก"หน"
สัมผัสซ้ำจำจดงดปะ"ปน"
จงคิด"ค้น"ถ้อยคำที่จำ"เป็น"

ไม้ไต่คู้ใช้กับไม้ไต่"คู้"
เมื่อฟังดูเด่นดีทั่งที่"เห็น"
เสียงสั้นยาวก้าวก่ายหลายประ"เด็น"
อย่าบำ"เพ็ญ"พ้องกันนิรัน"ดร

อย่าเขียนให้ใจความตามเพ้อ"นึก"
จงตรองตรึกตระหนักเรื่อง"อักษร
คติธรรมนำใส่ให้สัง"วร"
รวมสุน"ทร"ถ้อยไว้ให้งด"งาม"

จุดจบก็ขอให้กินใจหน่อย
มิควร"ปล่อย"เปะปะเหมือนสะ"หนาม"
จบให้เด่นเห็นชัดจำกัด"ความ"
ให้ตรง"ตาม"เค้าโครงเรื่องโยง"ใย"

เขียนเสร็จสรรพกลับมาตรวจตราผิด"
ตรวจชนิดเรียงตัวทั่วกันใหม่
เมื่อเห็นเพราะเหมาะดีจี้หัว"ใจ"
จึงเผย"ให้"ประชาชนตรา"ตรึง"

กลอนเก้าคำจำไว้ด้อยไพเราะ
เขียนให้เหมาะแปดคำเพชรน้ำ"หนึ่ง
แต่ละวรรคหนักแน่นดุจแกน"กลึง"
ผู้อ่าน"จึง"จะชอบชมขอบคุณ

ส.เชื้อหอม...นักกลอนรางวัลพระราชทาน

อ้างอิงhttp://www.oknation.net/blog/tomnon/2009/08/06/entry-1