การศึกษาความหลากหลายของพืชกินได้

ความหลากชนิดของพรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหารบริเวณสวนร่มเกล้ากาลพฤกษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

Species Diversity of Edible Plants in Rom Klao Kalprueg garden of Khon Khen University

ผู้วิจัย:กิตติชัย บุษราคัม ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1 โรงเรียนน้ำคำวิทยาคม
        อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร

ระยะเวลาดำเนินการวิจัย:1-30 เมษายน 2553

สถานที่ : คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผู้ให้ทุนวิจัย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ตามโครงการ "ครุวิจัย"

ผู้ให้คำปรึกษา : ผศ.ดร.ยรรยงค์  อินทร์ม่วง
                     นางสาวอารยา สนทนา
                     นางสาววรางคณา วรราช
                     นายธีระพงษ์ จันทะมาตร์

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากชนิด และการใช้ประโยชน์ของพรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหารบริเวณสวนร่มเกล้ากาลพฤกษ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการสำรวจสภาพป่าเบื้องต้น และเลือกพื้นที่ในการเก็บอย่างโดยการสุ่มอย่างง่าย เก็บตัวอย่างไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม และไม้เถา รวบรวมข้อมูลโดยการนับจำนวน และชนิด วิเคราะห์หาค่าดัชนีความหลากชนิด (Diversity index : H’) และค่าดัชนีการกระจายตัว(Evenness : EH) พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลการใช้ประโยชน์พรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหารจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ และสัมภาษณ์วิทยากร โดยมีระยะเวลาดำเนินการศึกษาระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2553ผลการศึกษาพบว่า พรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหารบริเวณสวนร่มเกล้ากาลพฤกษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีค่าดัชนีความหลากชนิด (H') เท่ากับ 0.229 อยู่ในระดับน้อย และค่าดัชนีการกระจายตัว (EH) เท่ากับ 0.069 อยู่ในระดับน้อยเช่นกัน พรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหารที่สำรวจพบมีจำนวน 20 วงศ์รวมทั้งสิ้น 28 ชนิด เป็นไม้ยืนต้น 15 ชนิด ไม้เถา 10 ชนิด และไม้พุ่ม 3 ชนิด พรรณไม้ที่มีความหนาแน่น และความหนาแน่นสัมพัทธ์มากที่สุด คือ เถาประสงค์ รองลงมา คือ คัดเค้า พรรณไม้ที่มีความหนาแน่น และความหนาแน่นสัมพัทธ์น้อยที่สุด คือ มะกอก เต็งหนาม ติ้วเกลี้ยง ตะคร้อ และพลับพลา พรรณไม้ที่มีความถี่ และความถี่สัมพัทธ์มากที่สุด คือ คัดเค้า รองลงมา คือ เถาประสงค์ และแดง ตามลำดับ พรรณไม้ที่มีความถี่ และความถี่สัมพัทธ์น้อยที่สุด คือ นมน้อย มะกอก เต็งหนาม ติ้วเกลี้ยง ตะคร้อ การใช้ประโยชน์พรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหารมี 3 ลักษณะ คือ การใช้รับประทานเป็นผัก ที่สำรวจพบมี 15 ชนิดได้แก่ กุ๊ก มะกอก ส้มลม อบเชยเถา กระทุงหมาบ้า เสี้ยวใหญ่ ติ้วเกลี้ยง มะเดื่อปล้อง ผักสาบ เถา-ประสงค์ อุโลก ยอป่า คัดเค้า พังโหม และเถาคัน การใช้เป็นเครื่องปรุงหรือประกอบอาหารที่สำรวจพบมี 9 ชนิดได้แก่ มะกอก ส้มลม กรุงเขมา เถา-ย่านาง มะเดื่อปล้อง อุโลก ยอป่า พังโหม และเสี้ยวใหญ่ การใช้เป็นผลไม้ที่สำรวจพบมี 13 ชนิดได้แก่ กระเจียน นมน้อย สกุณี เสี้ยวใหญ่ มันเสา เต็งหนาม แดง ข่อย ยอป่า เล็บเหยี่ยว ตะคร้อ ปอแก่นเทา และพลับพลา การศึกษาในครั้งนี้สามารถประยุกต์เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนได้หลากหลาย เช่น จัดตั้งชุมนุมเยาวชนพิทักษ์ป่าชุมชน สอดแทรกในหน่วยการเรียนรู้ในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยให้นักเรียนสำรวจพรรณไม้ในป่าชุมชน สืบค้นประโยชน์ของพรรณไม้จากคนในท้องถิ่น หรือแหล่งข้อมูลทุติยภูมิอื่นๆ รวบรวมแล้วเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำให้เกิดความตระหนักในการเห็นคุณค่าของป่าไม้ ก่อเกิดกระแสการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนต่อไป

 

คำสำคัญ : ความหลากชนิด พรรณไม้ที่ใช้เป็นอาหาร