เรียนรู้วิถีชาวบ้าน กับการออกชุมชนครั้งแรก

 

 

           ก่อนที่จะมาเรียนวิชาปรัชญาและการส่งเสริมสุขภาพนี้ ผมคิดว่าอาจารย์ต้องสอนน่าเบื่อเลยทีเดียว ต้องมานั่งเรียนแต่แนวคิด ทฤษฏี ทั้งวันแน่ๆ แต่เมื่อได้เข้ามาเรียนจริงๆ อาจารย์ไม่ได้สอนเพียงแค่แนวคิด ทฤษฏี อาจารย์ได้สอนให้เรารู้จักคิด คิดให้เป็น สอนให้รู้จักการใช้ชีวิต และยังสอดแทรกประสบการณ์ชีวิตในเนื้อหาวิชาที่อาจารย์ได้สอนอีกด้วย จึงทำให้การเรียนในวิชานี้ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดไว้เลย

อย่างการที่ได้ออกพื้นที่ในอ.เชียงดาวนั้นอาจารย์ได้ให้นักศึกษาคิดเองว่า จะทำงานในการออกชุมชนครั้งนี้ได้อย่างไร โดยก่อนออกพื้นที่ผมได้เข้าไปดูชุมชนก่อน ว่าชุมชนนั้นต้องการอะไรบ้าง อย่างทางโรงเรียน ครูใหญ่บอกว่าในชุมชนนี้มีเด็กจำนวนมากที่มีฐานะค่อนข้างยากจน เด็กบางคนยังไม่ได้แปรงฟัน สบู่อาบน้ำก็ยังไม่ได้ใช้ ผมได้ข้อมูลจากครูใหญ่และผู้ใหญ่บ้านมาพอสมควร และได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาประชุมกัน และได้คิดกิจกรรมการให้ความรู้ก่อนออกพื้นที่ พอวันออกพื้นที่จริงพวกเราได้ทำกิจกรรม และให้ความรู้ กับคนในชุมชนอย่างที่ได้เตรียมการเอาไว้ กลุ่มของกระผมได้ให้ความรู้กับเด็กๆในโรงเรียน กับการเยี่ยมครอบครัว อย่างทางโรงเรียน เราได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการแปรงฟันและการล้างมือ ซึ่งการทำกิจกรรมในครั้งนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดกิจกรรม เด็กนักเรียน หรือแม้กระทั่งคุณครูทุกคนต่างก็มีความสุขในการทำกิจกรรมในครั้งนี้ พอมาสรุปรายงานที่มหา’ลัย สมาชิกกลุ่มได้พูดถึงความเป็นมาของกิจกรรมที่ได้ทำไป และอาจารย์ถามว่าเด็กนักเรียนเหล่านั้นเขาต้องการรู้วิธีที่แปรงฟันรึเปล่า ซึ่งบางคนยังไม่มีเงินที่จะซื้อแปรงสีฟันด้วยซ้ำ เขาอาจจะต้องการอย่างอื่นเช่น การสร้างรายได้ให้ครอบครัวเขา เมื่อครอบครัวมีรายได้แล้ว เขาก็จะมีเงินไปซื้อแปรงสีฟันและยาสีฟัน มาถึงจุดนี้ทำให้ผมคิดได้ว่า แท้ที่จริงแล้ววิธีแปรงฟันอาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหล่านั้นต้องการก็ได้  ความรู้ในครั้งนี้อาจจะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่เมื่อทำไปแล้วผลไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  ประโยชน์ก็ย่อมไม่เกิดตามที่ต้องการ ความรู้ในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการออกชุมชนในครั้งต่อไป เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ภาคภูมิใจ