The Dhamma/Dharma

        ตอนที่แล้วผู้เขียนได้อธิบายเรื่อง "The Buddha" ไปแล้ว สำหรับตอนที่ ๓ นี้จะขอกล่าวเรื่อง "The Dhamma" (พระธรรม) บ้าง  ในวงวิชาการพระพุทธศาสนาภาคภาษาอังกฤษ  จะพบการสะกดคำว่า "ธรรม" เป็นภาษาอังกฤษ ๒ แบบ คือ "Dhamma" กับ "Dharma" หลายคนมักถามว่าสะกดแบบไหนถูกต้องกันแน่  ตอบว่าถูกต้องทั้งคู่  เพราะคำแรกเป็นภาษาบาลี สะกดแบบไทยว่า "ธัมมะ"  คำหลังเป็นภาษาสันสกฤต  สะกดแบบไทยว่า "ธรรม"  ชาวพุทธสายเถรวาทนิยมใช้คำแรก ส่วนมหายานนิยมใช้คำหล้ง  ทั้งนี้เป็นเพราะนิกายทั้งสองนี้ใช้ภาษาจารึกคัมภีร์แตกต่างกัน

       หากจะถามว่า มีคำอะไรบ้างในพระพุทธศาสนาที่นิยามเป็นภาษาท้องถิ่นได้ยากที่สุด  ผู้เขียนคิดว่าคำว่า "ธรรม" นี้แหละนิยามยากที่สุด  ด้วยเหตุนี้กระมังในภาษาไทยเราจึงนิยมใช้ตามรูปคำเดิม  ไม่นิยมแปลความหมายออกเป็นภาษาไทย  เพราะกลัวความหมายจะเพี้ยน แม้ในโลกภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกั้น ฝรั่งก็ประสบปัญหาในการแปลเป็นภาษาถิ่นของตน  จึงนิยมใช้ตามรูปภาษาเดิมเหมือนบ้านเรา คือใช้ว่า "The Dhamma" 

     ที่บอกว่านิยามยากนั้นก็เพราะว่า คำว่า "Dhamma" มีความหมายครอบสรรพสิ่งในจักรวาล  ไม่มีอะไรที่ไม่รวมในคำว่า "Dhamma" สิ่งที่ดีก็เรียกว่าธรรม ส่งที่ไม่ดีก็เรียกว่าธรรม สิ่งกลางๆ ก็เรียกว่าธรรม  มีฝรั่งในอดีตหลายคนพยายามหาความหมายของธรรมในภาษาอังกฤษ  จนแล้วจนรอดก็ไม่มีคำใดที่มีความหมายครอบคลุมได้ทั้งหมด  สุดท้ายก็ต้องยอมใช้ตามภาษาเดิม  อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะแปลเป็นภาษาอังกฤษพอให้ได้ความหมายแบบหลวมๆ ฝรั่งก็นิยมแปลว่า "The Doctrine" บ้าง  "The Teachings" บ้าง  ซึ่งการแปลแบบนี้ก็พอไปได้  แต่ก็มีความหมายบางแง่บางมุมเท่านั้น  ครอบคลุมไม่ได้ทั้งหมด  เพราะบางครั้งธรรมก็ใช้ในความหมายว่า "Law" กฎก็ได้,  "Truth" สัจธรรมก็ได้,   "Nature" ธรรมชาติก็ได้,  "Duty" หน้าที่ก็ได้, "phenomenon" ปรากฏการณ์ก็ได้, "Morality" ศีลธรรมก็ได้  "Tradition/Norm" ธรรมเนียมประเพณีก็ได้, "Justice" ความยุติธรรมก็ได้  และอื่นๆ อีกจำนวนมาก 

      วันนี้คิดว่าพอสมควรแก่เวลา  ขอยุติไว้เพียงแง่ก่อนก็แล้วกัน  ก่อนจากขอพุทธภาษิตเกี่ยวกับพระธรรามไว้ว่า-

              "One who lives with the Dhamma is protected by the Dhamma"
ธรรมนั่นแหลย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม

อ่านตอนต่อไปคลิก  http://gotoknow.org/blog/budhamcu/399903