วิธีสร้างบุญบารมี มี 3 ขั้นตอนคือ ทาน ศีล ภาวนา

        3.การภาวนา  การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงสุด  และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา  การเจริญภาวนานั้น  มี  2  อย่างคือ สมถภาวนา(การทำสมาธิ) และวิปัสนา(การเจริญปัญญา)

         3.1สมถภาวนา เป็นการทำจิตให้เป็นสมาธิ  หรือฌาน  ให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว ซึ่งพระพุทธองค์ได้บัญญัติไว้ 40  ประการเรียกว่า  กรรมฐาน  40 แต่ไม่ว่าจะเลือกปฏิบัติวิธีใดจำเป็นจะต้องรักษาศีลให้ครบถ้วนบริบูรณ์เพราะศีลเป็นบาทฐาน(กำลัง)หากศีลยังไม่มั่นคงสมาธิย่อมเกิดขึ้นได้ยาก

          อานิสงค์ของสมาธินั้น  แม้อุปสมบทเป็นพระ  รักษาศีล  227  อย่างไม่ด่างพร้อยนานถึง 100  ปียังไม่เท่ากับผู้ที่ทำสมาะให้จิตสงบเพียงชั่วขณะหนึ่งเรียกว่า  ขณิกสมาธิ

          สมาธิมีหลายขั้นตอน  -ขณิกสมาธิ(อัปปนาสมาธิ)

                                      -อุปจารสมาธิ(ฌาน มีรูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 

                                       อรูปฌานขั้นสูงสุดเรียกว่า  "เนวสัญญานาสัญญายตนะ"

          การทำสมาธินั้น  เป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่  ลงทุนน้อยที่สุดเพราะไม่ได้เสียเงินเสียทองไม่ได้แบกหาม เพียงแต่คอยระวังสติให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว

          3.2วิปัสนาภาวนา(การเจริญปัญญา)  แตกต่างจากสมาธิที่  วิปัสนาไม่ใช่การให้จิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว  แต่เป็นจิตที่ใคร่ครวญ  หาเหตุและผล  ในสภาวะธรรมทั้งหลาย  และสิ่งที่เป็นอารมณ์ของวิปัสนานั้นมีเพียงอย่างเดียว คือ  ขันธ์ 5

           ขันธ์  5  คือ  รูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาน  แต่ขันธ์ 5 เป็นเพียงอุปทานขันธ์ที่เกิดขึ้นจากการปรุงแต่ง แต่เพราะอวิชชาความไม่รู้เท่าทันสภาวธรรมจึงทำให้เกิดการยึดมั่นถือมั่นว่า  เป็นตนและของตน  การเจริญวิปัสนาใช้จิตพิจารนาจนรู้แจ้งเห็นจริงว่า  สภาวธรรมทังหลาย  ได้แก่ขันธ์ 5 ล้วนเป็นอนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา  และเมื่อจิตยอมรับสภาพความเป็นจริงว่า  เป็นอนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา  เรียกว่าจิตสู่กระแสธรรม  ตัดกิเลสได้

         จะเห็นว่าการเจริญภาวนาเป็นหนทางที่ลงทุนน้อยที่สุด  ได้ผลบุญมาก  แต่จะทำวิปัสนาเพียงอย่างเดียว  โดยไม่ยอมทำบุญให้ทาน  เมื่อเกิดชาติหน้าก็เลยมีแต่ปัญญา ไม่มีจะกินจะใช้