ราชสีห์มีถ้ำพึ่งพำนัก ศิษย์ต้องพักพึ่งครูผู้สั่งสอน เสือตัวร้ายหมายพึ่งซึ่งดงดอน ผู้รำฟ้อนจะต้องพึ่งซึ่งคนแล

       ประมาณปี พศ. 2510 เป็นยุคที่หนังตะลุงเฟื่องฟู  มีการจัดงานสวนสนุก มีการจัดแข่งหนังตะลุง หนังระดับแนวหน้า ที่ชื่นชอบของชาวประชา มีอยู่หลายคณะ ทั้ง พัทลุง ตรัง สงขลา นคร หนังแคล้ว เสียงทอง เป็นยอดหนังตะลุงในขณะนั้น ขับบทว่ากลอน เข้าโหม่งเข้าฉิ่ง ติดอกติดใจคนดู จึงได้ฉายาเสียงทอง  หนังละมุน ได้ประชันขันแข่งกับหนังแคล้ว เสียงทอง ที่วัดดอนหลา(ดอนศาลา) อำเภอควนขนุนจังหวัด พัทลุง ในสมัย นายสันต์ เอกมหาชัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด  หนังละมุนได้รับชัยชนะในครั้งนั้น ด้วยลีลา ลูกอ้อนจนคนดูต้องแห่มาอยู่หน้าโรงหนังละมุน กลอนบทหนึ่งที่หนังละมุน ขับแข่งขันประชันชนะหนังแคล้วตอนหนึ่งในคืนประชันมีการกล่าวถึงกันมาถึงวันนี้.....

      วัดดอนศาลาไม่เคยมาแต่ก่อนไร

 อย่าตัดใยมิตรญาติให้ขาดรอน 

"ราชสีห์มีถ้ำพึ่งพำนัก 

ศิษย์ต้องพักพึ่งครูผู้สั่งสอน 

เสือตัวร้ายหมายพึ่งซึ่งดงดอน 

 ผู้รำฟ้อนจะต้องซึ่งคนแล"

เต่าหรือปลาอาศัยอยูในน้ำ 

ช้างตัวงามย่อมพึ่ง"ขอ" ใช่ตอแหล

 เล่นไม่ดี เสียงไม่สวยถ้าช่วยแล

ถึงจะแพ้แคล้วพี่ให้ผมมีสักธง "....

และอีกตอนหนึ่งที่ชวนให้คนดูกลับมาเชียร์ ตอนตัดสินกันในเวลาตีสีนาฬิกา      

      ไม่ใช่ผมบังคับแสดงรับเพื่อขอร้อง

ให้พวกพ้องกรุณังดูหนังสงขลา 

 ดูหนังแคล้วอย่าให้เนิ่นเกินเวลา

ได้สัญญาน้องต้องย้ายกลับให้ทัน

พอตีสามนาฬิกาอย่าลืมสั่ง

ต้องกลับหลังหวนหลบมาพบฉัน

พอตีสี่นาฬิกาเวลาสำคัญ

มาให้ทันเถิดน่ะน้องถ้าเธอข้องเกี่ยว

 ถ้าไม่สั่งทีหลังเธอจะไม่หลบ

 ถ้าไปพบแคล้วเข้าโหม่งสาวคงนั่งปากเขียว

ออกแสดงส่วนตัวยังชั่วสักเดียว 

 ออกรูปเกี้ยวกันให้ปลื้มสาวกะลืมไล 

ไม่ใช่ผมบังคับแสดงรับเพื่อขอร้อง

ให้พวกพ้องนั่งฟังจนเหงื่อหลั่งไหล

 เพียงเพื่ออยู่ คู่หนังละมุนพออุ่นใจ

 แล้วต่อไปจะโสทกยกนิยาย....

.นับเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างงดงามสมศักดิ์ศรี กวีสงขลาละมุนศิลป์