๒๕ กันยายน ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันอาทิตย์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๓ ฝนตกตั้งแต่หัวค่ำจนเช้าก็ยังลงเม็ด มาพักค้างที่โรงแรมราชศุภมิตร จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่เมื่อวาน เพราะมีการประชุมสมาคมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่นี่ ห้องพักโรงแรมเต็มหมด เขาจึงจัดให้พักที่ตึกแถวแทน แบ่งเป็นห้อง ๆ เหมือนโรงแรม ระดับ ๑ ดาว แต่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ชวนท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด และท่าน ผอ.ชูชาติ กาญจนธนชัย เดินไปทานอาหารเช้าที่ตึกโรงแรมใหญ่ แลกคูปองลงไปที่โรงอาหารด้านหลัง เขาปลูกไม้ดอกไม้ใบสวยงามมาก มีกล้วยไม้ออกดอกมีสีสันสวยงาม นั่งโต๊ะกลมคุยกันกับ ผอ.เขต ต่าง ๆ แบบสับเพเหระ อิ่มแล้วจึงกลับไปลากกระเป๋าเดินทางขึ้นหลังรถ เดินทางข้ามแม่น้ำแควน้อยไปเส้นทางเดียวกับที่จะไปอำเภอไทรโยค เมื่อพบสี่แยกไฟแดงแรกเลี้ยวซ้าย เข้าไปสักพักก็เห็นป้ายโรงแรมฟีลิกซ์ รีเวอร์แคว รีสอร์ท สถานที่จัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ รายงานตัวเข้าประชุม เขาแจกกระเป๋าเอกสาร คูปองอาหาร แต่ยังเข้าห้องพักไม่ได้ต้องรอบ่าย เห็นพอมีเวลาขับรถข้ามสะพานไปฝั่งกาญจนบุรีอีก ๑ รอบ แวะสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ล้างอัดฉีดให้รถให้ดูสะอาดมาดเข้ม เพราะไปเจอถนนกำลังสร้างเมื่อวาน มีแต่ขี้โคลนเต็มไปหมด ใครพบเห็นจะดูไม่ดี กลับเข้ามาโรงแรมอีกรอบเที่ยงพอดี ไปทานอาหารกลางวันที่อาคาร A เขาจัดบุพเฟ่ อิ่มแล้วเดินออกไปที่ห้องประชุมอาคารด้านหน้าทางเข้าโรงแรม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวต้อนรับ จากนั้นท่านเลขาธิการ กพฐ. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เป็นประธานการประชุมดำเนินการไปตามลำดับ ทั้งเรื่องนโยบายการปฏิรูปการศึกษารอบที่สอง ที่มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ พัฒนาการบริหารจัดการใหม่ โดยยึดหลักการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและการเรียนรู้ของผู้เรียน เพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างทั่วถึง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมในการบริหารและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากนั้นเลขาธิการ กพฐ. ได้ให้การบ้าน ผอ.เขต ไปช่วยคิด OBEC Core Values ให้สอดคล้องกับที่ท่านได้นิยามศัพท์ไว้ดังนี้ O : Organic = Live, natural คือ องค์กรแห่งการเรียนรู้ B : Benevolence = generosity, helpful, friendly คือ คุณงามความดี E : Eagerness = enthusiasm , energetic คือ กระตือรือร้น C : Compliance = obey, yielding คือ ร่วมมือร่วมใจ เรื่องการประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของเขตพื้นที่การศึกษา ปีงบประมาณ ๒๕๕๒ พบว่า ๑๓ เขต ดีมาก ๑๖๒ เขต ดี และ ๑๐ เขต พอใช้ เขาไม่ได้เปิดเผยชื่อเขตออกมาจึงไม่ทราบว่าปทุมธานี เขต ๑ อยู่ในกลุ่มไหน เรื่องการสอบ NT & O-Net จาก สทศ. การจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งจะแบ่งสัดส่วน ส่วนกลาง กับ เขต ๓๐ : ๗๐ ผมมานั่งคำนวณเลขดูว่าหากเรามีเงินทั้งสิ้น ๑,๐๐๐ บาท สพฐ.(ส่วนกลาง)ได้ไป ๓๐๐ บาท เขตพื้นที่การศึกษา(ทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษา) รวม ๒๒๕ เขต ได้รับจัดสรรเขตละ ๓ บาท ๑๑ สตางค์ คงเป็นคำตอบได้ว่าทำไมเขตจึงไม่แข็งแรงและการศึกษาจึงไม่รุดหน้าเท่าที่ควร เลิกประชุมประมาณ ๑๗ นาฬิกา มาแวะกินข้าวเย็นที่อาคาร A ตามเดิมจนอิ่ม ทราบว่าได้ห้องพักแล้วจึงขับรถไปจอดทางเข้าที่พัก อาคาร S ห้อง ๑๘๓ ห้องพักสะดวกสบายค่อนข้างหรูพื้นไม้แบบฉบับเมืองกาญจนบุรี โรงแรมแห่งนี้ออกแบบได้ดี เน้นการปลูกต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่และจัดสวนหินในสนามหญ้า ด้านในสุดติดแม่น้ำแควน้อย เข้ามาพักเหมือนเป็นอาณาจักรส่วนตัว ไร้เสียงรบกวนจากยวดยานต่าง ๆ ที่สำคัญห่างไกลผู้คน นั่งทำงานเอกสารในห้องพัก มีพรรคพวกโทรศัพท์มาตามไปงานเลี้ยงหลายราย เนื่องจากมีอาการเหมือนจะป่วยเพราะติดหวัดมาจากค่ายวชิราวุธ พยายามประคองตัวไว้ด้วยยา Augmentin เลยขอตัวพักผ่อน แต่ก็นั่งทำงานไปจนดึก

วันจันทร์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๓ อาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้าไปทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรมใต้ห้อง Lobby มีอาหารให้เลือกทั้งไทยและฝรั่ง อิ่มแล้วไปนั่งคุยกับท่านเลขาธิการ กพฐ. ทั้งเรื่องการพัฒนา ผอ.เขต การจัดสรรงบประมาณ การประชุมวันนี้มีเพียงครึ่งวันเช้า บ่ายจะแบ่งสายไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดกาญจนบุรีตามความสนใจ ภาคเช้ามีการประกาศผลที่ให้การบ้านไปคิดค่านิยมร่วม สพฐ. ที่ฝากไว้เมื่อวาน ผู้ชนะการประกวด คือ นายวิเศษ ภูมิวิชัย ผอ.สพป.อุบลราชธานี เขต ๔ เขาแต่งว่า “เป็นองค์กรที่มีชีวิตและจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมสร้างมิตรไมตรีกับคนทั่วไป ไวต่อการรับรู้ พร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นแสงสว่างแห่งความดี ความถูกต้องและความเป็นธรรม” รองเลขาธิการ กพฐ. นายเสน่ห์ ขาวโต ได้ขอร้องให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเดิม ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเขตมัธยมศึกษาไปพลางก่อน รายละเอียดได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบแล้ว แต่อาจไม่ครอบคลุมทุกเรื่อง การบริหารงานบุคคลที่ต่อเนื่องขอให้เขตเดิมส่งให้ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ พิจารณา ถ้าเป็นเรื่องใหม่ขอให้ สพม. ดำเนินการ เรื่องการพิจารณาความดีความชอบให้เขตพื้นที่การศึกษาเดิมส่งผลการพิจารณารอบเดือนเมษายน ๒๕๕๓ ให้ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ ด้วยเพื่อให้ครบ ๑๒ เดือน การย้าย การบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วย ให้ส่ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญฯ โดยเร็ว ส่วนบัญชีสอบแข่งขันและสอบคัดเลือกขอให้เขตพื้นที่การศึกษาเดิมเป็นผู้บริหารการใช้บัญชี มีการแบ่งกลุ่มไปศึกษาปัญหาตามที่มอบหมายให้มานำเสนอต่อในวันพรุ่งนี้ หลังอาหารเที่ยงขับรถออกไปเที่ยวชมภูมิประเทศในเมืองกาญจนบุรี โซนตะวันออก เพราะวันเสาร์ได้ไปถึงไทรโยคมาแล้ว ไปเที่ยวบ้านหนองขาว อำเภอพนมทวน มีข้าวแกงพื้นบ้านที่อร่อยอยู่หลายร้าน โดยเฉพาะผัดเผ็ดปลาดุกนา ต้องยอมรับในฝีมือเขาจริง ๆ กลับเข้าที่พักประมาณ ๑๖ นาฬิกา เตรียมตัวไปงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการที่ห้องประชุม เขาโยกอาหารมาให้ทานร่วมกันที่นี่ เลยนั่งโต๊ะด้านหลังกับพรรคพวกที่คุ้นเคย ดูการแสดงของนักเรียน ฟังผู้ใหญ่อวยพรกัน บรรยากาศชื่นมื่นดี ท่านเลขาธิการ กพฐ. มอบโล่ให้ผู้เกษียณอายุราชการ ผอ.ธวัชชัย พิกุลแก้ว ถือเป็นแม่งานใหญ่จัดทำโล่ให้ท่านรองผอ.เขต ที่เกษียณรอบนี้ทุกคนด้วย ไม่นานนักผู้คนก็ทยอยกันออกไปพักผ่อน เหลือท่านเลขาธิการ กพฐ.และพวกเราประมาณ ๕๐ คน ร้องเพลงคาราโอเกะกันต่อ นักร้องเสียงดีทั้งหลายได้โชว์น้ำเสียงกันเต็มที่ ได้แต่นั่งฟังเขาไปเพราะดูแล้วน้ำเสียงเราช่างเลวเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับเขา ประมาณ ๔ ทุ่มจึงแยกย้ายกันไปนอน
วันอังคารที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๓ ไปทานอาหารเช้าร่วมโต๊ะกับท่านรองเลขาธิการ กพฐ. ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ พร้อม ผอ.เขต จากภาคใต้อีก ๔ – ๕ คน ได้แสดงความยินดีกับท่าน ผอ.อดินันท์ ปากบารา ที่ได้โอนไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ.ศอบต. ในสายงานนักบริหารระดับสูง เพราะความรู้ความสามารถเฉพาะตัวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่หาตัวจับยาก อีกทั้งสามารถประสานราชการกับประเทศมาเลเซียได้อย่างดี เชื่อว่าจะเกิดผลดีต่อบ้านเมืองแน่นอน ที่สำคัญตัวท่านเองคงจะเจริญก้าวหน้าในวิถีราชการมากกว่าพวกเราที่ตำแหน่งถูก Block จนขยับแทบไม่ได้ ภาคเช้านั่งฟังตัวแทนกลุ่มนำเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขต่อที่ประชุม จนเกือบเที่ยง จึงเดินทางกลับ เพราะบ่ายมีประชุมคณะกรรมการ สกสค.จังหวัด ใช้เส้นทางกาญจนบุรี – พนมทวน – กำแพงแสน – บางเลน – ลาดหลุมแก้ว – ปทุมธานี เป็นทางที่สั้นและสะดวกที่สุด แม้ว่าถนนบางช่วงจะไม่เรียบเหมือนสายนครปฐม บ่ายโมงครึ่งเข้าประชุม คณะกรรมการ สกสค.จังหวัด มีเรื่องให้พิจารณา ๑ เรื่อง คือ การคัดเลือกนักเรียนทุนมูลนิธิทวีบุณยเกตุ ที่เหลือก็เป็นเรื่องปรารภในการย้ายที่ทำการไปที่ใหม่ เลิกประชุมไปนั่งเซ็นงานที่ห้องสโมสร มีการหารือกันเรื่องการใช้เงินเหลือจ่าย ในที่สุดตัดสินใจจะจ่ายเป็นค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าให้โรงเรียน หากมีเหลืออีกก็ให้จ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภค

วันพุธที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓ รถมารับแต่เช้าเพราะต้องเดินทางไปศึกษาดูงานและพัฒนาประสิทธิภาพผู้บริหารสถานศึกษา ถึงสำนักงานเขตรถบัส ๒ ชั้นจอดรออยู่ ๓ คัน ผู้บริหารโรงเรียนเริ่มทยอยกันมาตามเวลาที่นัดหมาย ซึ่งกะว่า ๐๗.๐๐ น. จะเริ่มออกเดินทางกัน ผมใช้รถตู้มีท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด และทีมเลขานุการ รวมทั้งผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ติดตามไปด้วย ใช้เส้นทางปทุมธานี-บางปะอิน-อยุธยา-อ่างทอง –สิงห์บุรี –ชัยนาท-นครสวรรค์ -พิษณุโลก สองข้างทางเต็มไปด้วยผืนนา ทำให้คิดถึงสมัยรับราชการที่จังหวัดกำแพงเพชร ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ – ๒๕๓๑ ผ่านเส้นทางนี้บ่อย ๆ เพียงแต่สมัยนั้น ตึกรามบ้านช่องไม่มากมายเหมือนตอนนี้ แต่โครงสร้างหลักของภูมิประเทศยังคงเดิม รวมถึงการทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นเพิ่งขายของริมถนนและตัวสินค้าที่นำมาวางจำหน่าย ก็เป็นผลผลิตทางการเกษตรทั้งสดและแปรรูปคล้ายเมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมา รถมาถึงตัวเมืองพิษณุโลกเกือบเที่ยงวัน ไปแวะโรงเรียนจ่าการบุญ ด้านตะวันออกของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร(วัดใหญ่) ซึ่งพวกเราจะทานอาหารกลางวัน พร้อมศึกษาดูงานกันที่โรงเรียนนี้ นายสุพจน์ เมฆสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมาต้อนรับ พาไปนั่งในห้องประชุมใหญ่ของโรงเรียน ซึ่งจัดจัดให้ทานอาหารกลางวันด้วย นักเรียนคุ้นกับคน เห็นลงจากรถก็กรูกันมาต้อนรับ ยกมือไหว้ ถามอะไรก็ตอบคล่องแคล่ว แสดงว่าถูกฝึกมาอย่างดี โรงครัวเขาจัดอาหารให้พวกเรากินก่อน เพราะคณะใหญ่ยังมาไม่ถึง โรงเรียนฉายดีวีดีกิจกรรมนำนักเรียนไปแข่งวงโยตวาทิตที่ประเทศเยอรมันมาให้ชม รัฐบาลจัดสรรงบกลางให้ ๑๑ ล้านบาท สำหรับ ๑๐๐ กว่าคนที่ยกไปแข่งขันจนได้รางวัลชนะเลิศกลับมา คณะเดินทางมาถึงเที่ยงพอดี จึงเข้าคิวตักอาหารมารับประทาน คนมากจึงดูทุลักทุเลไปหน่อย แต่ก็จบลงด้วยดีในเวลาไม่นานนัก ดร.สมเกียรติ บุญรอด ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต ๑ มากล่าวต้อนรับพวกเรา จากนั้นได้ชมห้องเรียนห้องประกอบของโรงเรียนจนทั่ว จึงเดินข้ามถนนเข้าไปในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อกราบพระพุทธชินราช แม้จะเป็นวันเปิดราชการแต่ก็มีนักท่องเที่ยวมาไหว้พระกันมาก เห็นองค์พระสีทองงดงามนัก เกิดความรู้สึกปิติ ยากที่จะอธิบาย จากนั้นไปไหว้ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระราชวังจันทน์ รอบ ๆ ศาลเป็นกำแพงวังและรากฐานพระที่นั่งสมัยโบราณ หากได้ทำภาพจำลอง ๓ มิติ วังแห่งนี้ คงจะสวยงามมาก ไม่แพ้กรุงศรีอยุธยา แม้ขนาดจะเล็กกว่า ดูท้องฟ้ามีเมฆมาก ฝนกำลังจะตก แต่ก็ไม่ตก อากาศจึงสบาย ๆ ไม่ร้อน กลับไปเข้าที่พักโรงแรมท็อปแลนด์ อยู่ใกล้ ๆ กับวัดใหญ่ เป็นโรงแรมที่ครบวงจร คือมีห้างสรรพสินค้า ห้องอาหาร แหล่งบันเทิงของนักเที่ยวกลางคืน อยู่ในอาคารเดียวกัน เสื้อผ้าแบรนด์เนมมีลดราคาให้ซื้อหากันได้หลายยี่ห้อ เวลา ๑๘.๐๐ น. เดินทางไปทานอาหารเย็นที่แพภูฟ้าไทย อยู่เลยลงไปทางใต้ของตัวเมือง น้ำอยู่ต่ำกว่าตลิ่งหลายเมตร ขาลงแพต้องเดินตามขั้นบันไดลงไปประมาณ ๒๐ เมตร ตัวอาคารสร้างแบบถาวรในแม่น้ำน่าน มีห้องอาหารแยกเป็นสัดส่วนทั้งในห้องปรับอากาศ และกลางแจ้ง 
พวกเราจองไว้ล่วงหน้าจึงได้ห้องใหญ่ปรับอากาศเย็นฉ่ำ มีคาราโอเกะให้ผลัดกันร้อง อาหารเป็นจำพวกปลา หมู ไก่ มีเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยจึงดูบรรยากาศครึกครื้น เจ้าของแพเป็นคนชุมพร พอรู้ว่าผมเคยอยู่ชุมพรมานาน จึงพูดคุยกันถูกคอ ลดแลกแจกแถมไม่อั้น ท่านเขตตรวจราชการพิษณุโลก ของ สป.ศธ. พี่วีระ จำนงค์ ทราบข่าวว่าผมมาพิษณุโลกมารอตั้งแต่บ่าย ยังดื่มและคุยสนุกเหมือนเดิม เมื่อผมเป็นศึกษาธิการจังหวัดชุมพร ท่านอยู่สำนักตรวจราชการและรายงาน สป.ศธ. สนิทสนมกันเป็นพิเศษ มาพบกันจึงดื่มกันไปหลายเหยือก ประมาณ ๓ ทุ่มกลับที่พัก แวะไปร้องเพลงที่ห้องคาราโอเกะชั้น ๓ เขาคิดค่าบริการชั่วโมงละ ๒๕๐ บาท สโมสรเราถ้าคิดค่าบริการคงได้หลายบาทเหมือนกัน แถมบรรยากาศและเสียงดีกว่ากันมาก อยู่กันถึงเที่ยงคืนจึงได้พักผ่อน อาการหวัดเริ่มปรากฏให้เห็นทั้งไอทั้งจาม เสียงเพี้ยนไปจากเดิม

วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓ ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัว ลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรมชั้นที่ ๒ มีอาหารไทย จีน ฝรั่ง ก๋วยเตี๋ยวของเขาอร่อยมาก อิ่มแล้วเดินทางมุ่งหน้าสู่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางผ่านเขตอำเภอวังทอง เขตอำเภอนครไทย สองข้างทางเริ่มจากผืนนาแปลงเล็ก ๆแล้วกลายเป็นสวนป่า มีหน่วยงานราชการไปตั้งอยู่เป็นระยะ ๆ ก่อนจะเป็นทางลาดชันขึ้นภูเขา ที่ครึ้มไปด้วยป่าไม้ มีป้ายน้ำตกให้เห็นทั่วไปตลอดเส้นทาง ไม่มีโอกาสได้แวะ เพราะดูแล้วไกลจากถนนหลวง เวลารถวิ่งบนไหล่เขามองลงไปด้านล่างจะเห็นลำธารไหลคดเคี้ยวไปมา กอไผ่ที่นี่มีใบที่ต่างไปจากที่อื่นเพราะดูเป็นช่อ ๆ มาจอดพักรถที่บ้านดอยม้งสิบ ร้านค้าส่วนใหญ่ยังปิดเพราะเพิ่ง ๙ โมง สินค้าเกษตรที่นำมาขายส่วนใหญ่เป็นพวกฟักทองและฟักแม้วลูกโต ลูกเดียวหนัก ๑๐ กก. เขาขาย กก.ละ ๑๕ บาท เสื้อผ้าลวดลายชาวเขาแขวนขายทุกร้าน ข้าวสารแม้วเม็ดสั้น ๆ เหมือนข้าวสารญี่ปุ่นไม่มีวางขายในเช้านี้ เดินทางอีกไม่นานก็เห็นป้ายโรงแรมที่พักบอกให้เลี้ยวซ้าย คือ โรงแรมอิมพีเรียล ภูแก้ว รีสอร์ท ก่อนถึงโรงแรมจะมีโรงแรมภูแก้ว รีสอร์ท ตั้งอยู่ตามเส้นทาง หากไม่สังเกตก็คงคิดว่าเป็นโรงแรมเดียวกัน เพราะชื่อคล้ายกัน ใช้ถนนทางเข้า-ออกเดียวกัน รูปร่างอาคารก็คล้ายกัน ไปแวะอาคารอำนวยการของโรงแรมด้านซ้ายมือ เป็นส่วนบริหารห้องพัก ห้องอาหาร ห้องประชุม ร้านจำหน่ายสินค้า สำหรับที่พักจะทำเป็นหลัง ๆ ขึ้นไปตามไหล่เขา มีรถตู้ไปส่งให้ถึงที่พัก ห้องพักเขาจัดให้ใกล้ถนน คงสงสารว่าจะเดินไกล จัดตกแต่งภายในแบบบ้านฝรั่งเมืองหนาว มีเตาผิงทั้งห้องนั่งเล่น และห้องนอน ไม่ทราบว่าเคยได้ใช้งานหรือเปล่า เขาแจกข้าวกล่องให้ไปทานเอาตามใจชอบ เพราะเป็นโปรแกรมทัวร์เขาค้อด้วยรถเล็ก เพราะถนนลาดชัน รถใหญ่ไม่สามารถขึ้นได้ รถสองแถวในท้องถิ่นมีความชำนาญเส้นทางจึงช่วยบริการนำเที่ยวในจุดที่น่าสนใจ พวกเราไม่ต้องเปลี่ยนเป็นสองแถวเพราะมารถตู้ ใช้รถตู้ไปได้ทุกเส้นทาง มาแวะทานอาหารกลางวันที่จุดชมวิวเลยสถานีตำรวจภูธรเขาค้อ ไปเล็กน้อย เป็นร้านของแม่บ้านตำรวจ สั่งส้มตำ ต้มยำปลา มาทานรวมกับข้าวกล่องพอประทังหิวไปได้ รถพาขึ้นพระตำหนักเขาค้อ ได้ชมวิวในมุมสูงเห็นสุดสายตา ก่อนกลับมาแวะไร่บี.เอ็น. สินค้าผลไม้สดมีไม่มาก มีแต่สินค้าแปรรูป พวกมะขามแก้ว มะขามหวาน และพืชเมืองหนาวอื่น ๆ เห็นเหนื่อยกันแล้วจึงกลับที่พัก เวลา ๑๗. ๐๐ น. เป็นประธานประชุมผู้บริหารโรงเรียนซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วนและการเบิกจ่ายงบประมาณ ใช้เวลาเพียง ๔๐ นาทีก็ปล่อยให้ไปรับประทานอาหารและจัดงานแสดงมุทิตาจิตแก่ผู้เกษียณอายุราชการและผู้ที่ออกจากราชการก่อนกำหนด เชิญมาทั้งสังกัด สพป.และสพม. ไม่เป็นการบังคับ ได้บรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง อยู่ด้วยประมาณ ๔ ทุ่ม กลับที่พักให้คณะเขาสนุกกันต่อ นอนเขาค้อ ๑ คืนอายุยืนไป ๑ ปี

วันศุกร์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๓ เก็บสัมภาระเสร็จตั้งแต่เช้าเพราะต้องเดินทางกลับในวันนี้ มีสินค้าพื้นเมืองจำพวกของประดับชาวเขามาวางจำหน่าย มีเขี้ยวสัตว์ เครื่องรางของขลัง เสื้อผ้า พวกเราอุดหนุนกันตามสมควร ไปทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม อิ่มแล้วชักภาพเป็นที่ระลึก เดินทางออกจากที่พักประมาณ ๘ โมงเช้า มาแวะร้านค้าไร่กำนันจุล หน้าโรงแรมเม้าเท้นรีสอร์ท ซื้อผัก ผลไม้ ปลาส้ม กันเป็นที่ชุลมุน ลงจากเขาค้อมีร้านขายสินค้าเกษตร ตลอดเส้นทาง หนักไปทางมะขามหวาน มาแวะกินข้าวเที่ยงที่อำเภอวิเชียรบุรี ต้นตำหรับไก่ย่างชื่อดังที่วางขายไปทั่วบ้านทั่วเมือง แวะร้านไก่ย่างบัวตอง ที่ขึ้นชื่อและมีที่นั่งเพียงพอกับคนมาก ๆ ทานไก่ย่างต้นตำหรับ ลาบเป็ด ต้มยำไก่ หมูแดดเดียว ข้าวเหนียวกันจนอิ่ม ไก่ย่างวิเชียรบุรีอร่อยตรงที่มีกลิ่นตะไคร้นำตามด้วยรสเค็ม ๆของเกลือ การย่างต้องสุกแต่ไม่ถึงกับแห้งมาก น้ำจิ้มส่วนใหญ่ใช้น้ำมะขามผสมน้ำตาล รสออกหวานนำเปรี้ยว ผมเป็นคนไม่ชอบน้ำจิ้มทุกชนิด ทานอะไรก็ว่ากันไปตามรสชาติเดิมแม้แต่ทอดมันก็ไม่อยากจิ้ม ยกเว้นน้ำปลาพริกที่ขาดไม่ค่อยได้ หลังแวะซื้อไก่ย่างกลับบ้านอีก ๑ ตัว จึงเดินทางกลับแบบไม่แวะชมอะไรอีกแล้ว ถึงปทุมธานีเวลา ๑๖ นาฬิกา พักเอาแรงที่ห้องสโมสร มีผู้บริหารโรงเรียนอยู่ด้วยประมาณ ๑๐ คน ๒ ทุ่มจึงกลับบ้านพัก เป็นอันเสร็จสิ้นการเดินทางในรอบนี้ เป็นการเดินทางที่ไม่เหนื่อยมากนักเพราะไปแค่ ๒ คืน บรรยากาศดี ที่สำคัญคนเกษียณอายุราชการทั้งผู้บริหาร ครู ลูกจ้างประจำ จะได้พักผ่อนก่อนพ้นวิถีราชการ หลังเหน็ดเหนื่อยมาจนอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ แต่หลายท่านก็ดูหนุ่มสาวกว่าวัย เช่น ผอ. กาญจนา สอนง่าย โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี เวลา คือ ความยุติธรรมที่สรรพสิ่งจะได้รับ เมื่อยังมีเวลาจงใช้มันให้คุ้มและเกิดคุณค่ากับตนเองและสังคม
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑
ช่างเข้ากันดี กลมกลืนไปด้วยกันทั้งเนื้อหา ภาพและดนตรีประกอบ เยี่ยมมาก
ขอขอบคุณที่มีแบบฟอร์มให้ที่หน้า Webของเขต ยังเหลือแต่ข้อมูล 10 มิ.ย.53 ช่วยจัดให้ด้วยค่ะ