โมรา กากี

โมรา

 

โมรา....เป็นตัวละครเอกฝ่ายหญิงในวรรณคดีไทย "จันทโครพ" 
นางถูกสร้างขึ้นมาจากขนของนกยูงด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระฤาษี  
นางโมราดำรงชีวิตอยู่ในป่าที่ห่างไกลความเจริญ
จึงมีพฤติกรรมที่แอบแฝงด้วยสัญชาติญาณความเป็นสัตว์ในจิตใต้สำนึก
เพราะนางโมรามีกำเนิดมาจากสัตว์
โมราเป็นหญิงที่ถูกประณามจากสังคมว่า "โมราฆ่าผัว"
เนื่องจากพฤติกรรมของนาง มีความพึงพอใจในผู้ชายสองคนพร้อมกัน
ในที่สุด นางก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พระจันทโครพถึงแก่ความตาย
ทั้ง ๆ ที่พระจันทโครพรักนางสุดชีวิต
ถึงขนาดยอมเชือดขาเพื่อรองเลือดให้นางดื่มเมื่อกระหายน้ำ
ความโลเลในจิตใจของนางโมราเกิดขึ้นเมื่อพบกับโจรป่า
พระจันทโครพต่อสู้กับโจรป่า และขอให้นางส่งอาวุธให้
นางตัดสินใจไม่ถูกว่าจะช่วยใคร เพราะปรารถนาผู้ชายทั้งสองคน
สิ่งที่โมราทำคือ วางดาบตรงกลางให้ชิงกันเอง
โดยอาศัยชะตากรรมเป็นเครื่องตัดสิน
แต่ด้ามอยู่ทางฝ่ายโจร ส่วนคมดาบอยู่ทางพระจันทโครพ
ในที่สุดพระจันทโครพก็ต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือโจรป่า ที่นางโมราแอบพึงใจ
เมื่อพระจันทโครพตาย นางก็ได้สังวาสกับโจรป่า
โจรป่าได้สำนึกว่า นางโมราเป็นหญิงเลวเกินกว่าจะเลี้ยงดูได้จึงทิ้งนางไป
พระอินทร์ทรงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงแปลงเป็นเหยี่ยวคาบเนื้อมา
นางโมราอยากได้เนื้อจึงขอแลกเปลี่ยนกับการร่วมประเวณี
ในที่สุด โมราก็พบชะตากรรม
พระอินทร์ได้สาปนางให้กลายเป็นชะนี ส่งเสียงร้องเรียกผัว
ราวกับเป็นการสำนึกบาปเพื่อมิให้ใครเอาเยี่ยงอย่าง   

กากี                   

 

พระเจ้าพรหมทัต ผู้ครองกรุงพาราณสี เป็นผู้เลี้ยงดูนางกากีมาแต่เยาว์วัย
เมื่อนางเจริญเติบโต ได้ดำรงตำแหน่งเป็นพระมเหสี
ชะตากรรมที่นางกากีได้รับ...มาจากความมักมากในกามารมณ์ของนางเอง
โดยเป็นชู้กับพระยาครุฑและคนธรรพ์
มิหนำซ้ำยังกล่าวความเท็จเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง
พระเจ้าพรหมทัตเกิดความอับอายและโกรธแค้นที่นางกากีไม่ซื่อสัตย์
จึงตัดสินใจไม่อาจเลี้ยงดูนางไว้ต่อไปได้
ในวรรณคดีไทยให้ความสำคัญกับเรื่องความอับอายมาก
เพื่อให้เป็นสิ่งควบคุมพฤติกรรมให้อยู่ในจารีตประเพณี
มีข้อสังเกตุได้ว่า หากผู้ชายอับอายขายหน้าด้วยพฤติกรรมชั่วร้ายของหญิง
ผู้ชายจะกระทำการรุนแรงเพื่อล้างอาย โดยไม่คำนึงถึงชะตากรรมของหญิง
นางกากีก็ประสบชะตากรรมที่แสนเศร้าเช่นเดียวกัน
นางถูกลอยแพ ตามสายน้ำ ชดใช้กรรม