จะเชื่อถือมูลนิธิได้อย่างไร ?

ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่ามูลนิธิหนึ่งไว้ใจได้หรือไม่ ยิ่งเป็นมูลนิธิใหญ่ๆทุกอย่างยิ่งดูมัวๆ มองเห็นภาพได้ยากว่าเงินที่บริจาคของตัวเองไปอยู่ที่ตรงไหน

เลขาฯได้รับคำถามเกี่ยวกับงานของมูลนิธิอยู่บ่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้มีอาสาสมัครท่านหนึ่งถามว่า ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่ามูลนิธิหนึ่งไว้ใจได้หรือไม่  ยิ่งเป็นมูลนิธิใหญ่ๆทุกอย่างยิ่งดูมัวๆ มองเห็นภาพได้ยากว่าเงินที่บริจาคของตัวเองไปอยู่ที่ตรงไหน

ช่วงนี้มีข่าวน่าสนใจที่คล้ายคลึงกัน คือข่าวการร้องขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งที่มีชาวเมืองศรัทธาเป็นจำนวนมาก เลขาฯคิดว่าวัดหรือหน่วยงานทางศาสนากับมูลนิธิมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของการทำงานเพื่อสังคมโดยไม่แสวงหาผลกำไรเข้ากระเป๋าใคร และอยู่ได้ด้วยศรัทธาจากผู้คนทั่วไปจำนวนหนึ่ง การจะพิจารณาว่ามูลนิธิหรือวัดใดควรแก่การไว้ใจหรือไม่ น่าจะดูได้คร่าวๆดังนี้ค่ะ

 

การจดทะเบียนตามกฎหมาย 

 อย่างน้อยก็จะเห็นเจตนาของคณะกรรมการและผู้ทำงาน การจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล จะทำให้มูลนิธิเข้าสู่ระบบการตรวจสอบที่มีการวางไว้ แน่นอนว่าต้องมีขั้นตอนและเอกสารมากมาย รวมทั้งมีภาระในการรายงานบัญชีและการดำเนินงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกปีและทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ เช่น เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ เลขาฯเองก็เคยคิดในช่วงแรกว่าจะบีบคอตัวเองไปทำไม แต่เมื่อต้องเข้าไปจัดการเงินของคนอื่น ก็รู้สึกว่าการทำเรื่องเหล่านี้เป็นการป้องกันตัวเองจากข้อครหา และจากกิเลสที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังเมื่อมองเห็นเงินจำนวนมากอยู่ตรงหน้า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา งานเหล่านี้ก็ไม่ได้มากหรือยากจนเกินไป ที่รู้สึกว่าทางราชการควรปรับปรุงคือ  1. ระยะเวลาดำเนินการของราชการที่หลายๆเรื่องยาวนานมากและตรวจสอบยากว่าตอนนี้เรื่องไปถึงไหนแล้ว  2. การแจ้งหน้าที่ให้มูลนิธิรับทราบว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ซึ่งในปัจจุบันยังหาข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรที่กระชับและเข้าใจง่ายไม่เจอ  และ 3. วิธีการประสานงานของเจ้าหน้าที่ ที่ยังไม่สามารถพูดได้ว่า ราชการไทยรับใช้ประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่ามูลนิธิที่จดทะเบียนแล้วจะไว้ใจได้เสมอไปนะคะ เพราะว่าระบบตรวจสอบที่มีอยู่ก็ใช่ว่าจะตรวจได้ถึง 100% ระบบบัญชีก็มีการพลิกแพลงตัวเลขได้มากมายหลายร้อยเล่มเกวียน ต้องดูสิ่งอื่นประกอบกันไปด้วย

 

สำหรับมูลนิธิที่ไม่ได้จดทะเบียน ก็คงต้องพยายามสืบทราบให้ได้ว่าที่นั่นมีทรัพย์สินอยู่เท่าใด มีเหตุผลอะไรจึงยังไม่จดทะเบียน หากมีทรัพย์สินจำนวนมากและไม่มีระบบดูแลที่น่าเชื่อถือก็น่าสงสัยว่าอาจมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่นะคะ 

 

มูลนิธิมีความโปร่งใสในการทำงานมากน้อยเพียงใด 

เริ่มจากเรื่องที่ดูกันง่ายๆคือการรับเงิน ลองบริจาคจำนวนไม่มากนักแล้วขอหลักฐานการรับเงินดูสิคะ ถ้ามูลนิธิปฏิเสธก็ออกจะแปลกๆอยู่ หรือลองซักถามรายละเอียดในเรื่องของการใช้เงินบริจาคดูก็ได้ค่ะ ถ้ามีคำตอบให้จนเราหายสงสัยก็นับว่าผ่านในข้อนี้

หลายๆมูลนิธิ (รวมทั้งวัดด้วย) มีการตั้งกล่องรับบริจาค หรือรับซองเงินสดจำนวนมากๆ เลขาฯไม่ค่อยเห็นด้วยกับการบริจาคที่ติดตามย้อนหลังได้ยากเหล่านี้ ทั้งในแง่ของผู้บริจาคและคนทำงาน ผู้บริจาคหลายท่านให้ความเชื่อถือมูลนิธิด้วยการยื่นเงินใส่ซองแล้วบอกว่า “ถ้าเอาไปใช้หักภาษีไม่ได้ก็ไม่ต้องออกใบรับเงิน” ซึ่งเป็นความลำบากใจของเลขาฯมาก ในการที่ต้องอธิบายทุกครั้งว่า การที่มูลนิธิออกใบรับเงินนั้นไม่ใช่เพื่อผู้บริจาคเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อความโปร่งใสในมูลนิธิด้วย เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ช่วงที่งานยุ่งมากๆ เลขาฯลืมซองเงินบริจาคไว้ในกระเป๋าเอกสารเกือบสิบวัน ดีที่ในช่วงนั้นได้รับซองมาเพียงซองเดียวจึงไม่สับสนและออกใบรับเงินได้อย่างถูกต้อง ไม่อยากคิดถึงกรณีสถานที่ทางศาสนาดังๆที่มีคนรุมถวายเงินพระด้วยเงินสดใส่ซองเลยค่ะ ว่าซองเหล่านั้นจะเกิดตกหล่นหายไปกลางทางกี่ครั้งกันบ้าง

 

นอกจากเรื่องเงิน ก็ยังมีเรื่องการดำเนินโครงการต่างๆของมูลนิธิ สมัยนี้มีช่องทางให้แสดงความโปร่งใสได้ง่ายและไม่สิ้นเปลือง คือการเปิดเผยข้อมูลผ่านทางอินเตอร์เน็ต หากมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและไปในทิศทางที่เหมาะสมก็น่าจะเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง

 

แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าจะไว้วางใจให้ได้เต็มที่ เลขาฯก็ขอแนะนำให้เข้าไปร่วมทำงาน หรือก่อตั้งมูลนิธิเองเลยค่ะ จะได้เข้าใจ เข้าร่วมทำงาน ร่วมตรวจสอบให้ได้เต็มที่ เพราะยังมีประเด็นที่คนทั่วไปตรวจสอบได้ยาก เช่น มูลนิธิให้ค่าตอบแทนบุคคลต่างๆเหมาะสมหรือไม่ (มากเกินไปหรือไม่) กรรมการมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ฯลฯ  ทราบมาว่าเพื่อนคนหนึ่งที่สนใจในงานมูลนิธิและเคยร่วมบริจาคผ่านพูนพลังมาก่อน ตอนนี้ไปเป็นประธานมูลนิธิแห่งหนึ่ง กำลังพยายามจัดระบบต่างๆภายในมูลนิธินั้น และทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยพัฒนาโรงเรียนแห่งหนึ่งในชนบทอย่างสุดความสามารถ เลขาฯรู้สึกยินดีจริงๆ และอยากเชิญชวนให้ทุกท่านที่มีใจในด้านนี้ ลองหาโอกาสร่วมทำงานกับมูลนิธิดูสิคะ จากประสบการณ์ เลขาฯได้เรียนรู้และเข้าใจอะไรต่างๆมากขึ้นมากจากการทำงานมูลนิธิ สุขใจและสนุกกว่าบริจาคเงินอย่างเดียวตั้งเยอะค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พูนพลังรายวัน



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

398466

เขียน

26 Sep 2010 @ 12:45
()

แก้ไข

02 Jun 2012 @ 18:36
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
อ่าน: คลิก