เมื่อไหร่ที่ดิฉันจะกลับบ้าน ดิฉันก็มักจะประสบกับปัญหาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเงินหายบ้าง ไม่มีรถกลับ เงินกดไม่ได้บ้าง เป็นต้น ซึ่งดิฉันก็คิดอยู่เสมอว่าทำไมทุกครั้งที่ดิฉันจะกลับบ้านย่อมมีปัญหาต่างๆเหล่านี้
และแล้วเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นอีกจนได้ วันนั้นดิฉันได้กลับบ้าน โดยที่ดิฉันไปขึ้นรถที่บ.ข.ส สุราษฎร์ธานี ดิฉันไปถึงประมาณบ่ายสอง ปกติรถจะออกประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง ระหว่างที่ดิฉันกำลังเดินไปถึงบ.ข.ส นั้นดิฉันก็ได้หันไปเห็นรถประจำทางสุราษฎร์-ภูเก็ต กำลังเคลื่อนที่มายังที่ที่ดิฉันกำลังเดินอยู่ รถคันนั้นก็ถามว่าไปไหม ดิฉันก็บอกว่าไม่ไป ( เพราะดิฉันต้องการไปอีกคันหนึ่งซึ่งยังไม่มาที)จากนั้นรถคันนั้นก็ไป ดิฉันกับเพื่อนคนหนึ่งก็รีบเดินไปที่บ.ข.ส เพื่อไปรอรถคันนั้น และแล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้เมื่อคนขายตั๋วบอกว่ารถประจำทางรอบสุดท้ายได้ออกไปเมื่อตะกี้แล้ว ดิฉันตกใจมากไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้น แต่แล้วด้วยความที่ดิฉันต้องการที่จะกลับบ้านมาก คนขายตั๋วเลยให้ดิฉันกับเพื่อนนั่งรถมอเตอร์ไซต์ตามรถประจำทางคันนั้นไป เมื่อตามไปถึงรถประจำทางคันนั้น ดิฉันก็จ่ายเงินเรียบร้อยปรากฏว่าเงินเหลืออยู่120บาท ซึ่งยังไม่ได้จ่ายค่ารถประจำทางเลย ค่ารถประจำทางก็105บาท ดิฉันก็เหลือเงิน15บาท ซึ่งไม่มีค่ารถที่จะต่อรถกลับไประนองเลย แต่ในความโชคร้ายย่อมมีความโชคดีเมื่อดิฉันจำได้ว่าดิฉันพาบัตรเอทีเอ็มมา ซึ่งปกติดิฉันจะลืมพากลับบ้านตลอด แต่แล้วเมื่อไปกดที่เครื่องเอทีเอ็มปรากฏว่าเงินในตู้ไม่มี ดิฉันเครียดมากไม่มีรถกลับบ้าน เพื่อนของดิฉันก็ไม่มีเงินด้วย ดิฉันจึงโทรไปบอกที่บ้าน โชคดีที่พ่อของดิฉันให้ญาติของพ่อที่อยู่ตะกั่วป่าเอาเงินมาให้ ดิฉันดีใจมากที่ได้กลับบ้านสักที เมื่อดิฉันเดินทางกลับมาถึงบ้าน พ่อกับแม่ก็พูดกับดิฉันว่าทีหลังให้พาเงินเผื่อไว้บ้าง ไปข้างนอกนะไม่ใช่ที่บ้าน เหตุการณ์ต่างๆย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ
และนี้คือบทเรียนครั้งหนึ่งที่ดิฉันจะจำไว้ตลอดไปค่ะ



